พ่อหลวงของปวงชนชาวไทย

 

  

พ่อหลวงของปวงชนชาวไทย

“อันที่จริงเธอก็ชื่อภูมิพล

ที่แปลว่ากำลังของแผ่นดิน

แม่อยากให้เธออยู่กับดิน

เมื่อฟังคำพูดนี้แล้วก็กลับมาคิด

ซึ่งแม่ก็คงจะสอนเรา

และมีจุดมุ่งหมายว่าอยากให้เราติดดิน

และอยากให้ทำงานให้แก่ประชาชน"

พระราชปรารภในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

          ในหลวงถือว่าเป็นพระราชาที่ยิ่งใหญ่ ที่ทรงดูแลพสกนิกรได้อย่างสมบูรณ์แบบ และในวันที่พระองค์ทรงประกาศว่าจะครองแผ่นดินโดยธรรม และธรรมที่พระองค์ทรงใช้ปกครองแผ่นดินมาโดยตลอดในทางศาสนาเรียกว่า “ทศพิธราชธรรม” คือจริยวัตร 10 ประการ ที่พระเจ้าแผ่นดินทรงประพฤติเป็นหลักธรรมในการปกครอง แต่สำหรับประชาชนแล้วก็สามารถยึดหลักการปกครองของพระองค์ท่านมาใช้ในการปกครองผู้อื่นได้เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นผู้ว่าฯ นายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญบ้าน ก็สามารถทำได้เช่นกัน เพราะถือว่าเป็นผู้ปกครองเหมือนกัน เพียงแต่เป็นผู้ปกครองที่ลดระดับลงมา แต่ถามว่าต้องเกี่ยวข้องกับหลักธรรมอย่างนี้หรือไม่ ต้องตอบว่าเกี่ยวข้องอย่างมากด้วย ถ้าเป็นผู้ปกครองต้องมี หลักการปกครองนี้มี 10 ข้อ และต้องอยู่ในหัวใจของนักปกครองคือ

ข้อที่ 1 เป็นผู้รู้จักการเสียสละ นอกจากเสียสละแล้วยังต้องมีน้ำใจให้กับผู้อื่น ใครตกทุกข์ได้ยากไม่ช่วยก็ถือว่าขาดคุณสมบัติของนักปกครอง และคงไม่มีใครอยากให้มาเป็นนักปกครอง คนที่เป็นพ่อบ้านพ่อเรือนก็ยังต้องมีข้อนี้

ข้อที่ 2 เป็นผู้ยึดอยู่ในศีล คือเป็นผู้ที่ประพฤติดีงาม อยู่ในความดีงามทั้งกาย ใจ ยึดในขนบธรรมเนียมจารีตประเพณีอันดี ต้องรักษา และต้องไม่มีคำว่าทำอะไรที่เป็นโทษ เป็นความผิด ที่อาจต้องทำให้เข้าไปอยู่ในคุกในตะรางเพราะทำผิดศีลธรรม ด้วยการไม่ก่อเวรก่อโทษ หรือมีพฤติการทางวาจาที่ชั่วร้าย ฉะนั้นต้องมีทั้งกาย ทั้งวาจา ทั้งใจ ที่สะอาดปราศจากโทษในการปกครอง และต้องไม่สร้างมาตรฐาน 2 มาตรฐานในการปกครอง จนทำให้ทุกมองว่าไม่มีความเป็นธรรมในการปกครอง เพราะการเป็นนักปกครองที่ดีจะต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย และต้องไม่ยินยอมที่จะให้ใครมาออกนอกระเบียบเหยียบกฎ ผิดเป็นผิด ถูกเป็นถูก

ข้อที่ 3ต้องมีปริจาคัง คือรู้จักการบริจาคด้วยการเสียสละอะไรบางอย่างที่เป็นของส่วนตน เพื่อให้เกิดความสุขกับส่วนรวม เวลากินก็ต้องนึกถึงคนอื่นที่เขาไม่มีกิน ตัวเองนอนหลับเป็นสุข ก็ให้นึกถึงคนที่เขาหลับที่เป็นทุกข์ เช่น บ้านอาจจะถูกน้ำท่วมจนบ้านเรือนเสียหาย เราเป็นนักปกครองจะช่วยเขาได้อย่างไร ข้อนี้ต้องเรียกว่ารู้จักที่จะสละสุข เราจะเห็นภาพถ่ายเก่าๆของในหลวงเยอะมากที่พระองค์ท่านไม่ได้หลับได้นอนอยู่ในวัง เพราะต้องออกมาเดิน มาดูทุกข์ดูสุขของชาวบ้านในป่าในเขา

ข้อที่ 4ความชื่อตรง ในฐานะที่เป็นผู้ปกครองจะต้องดำรงตนอยู่ในความสุจริต ไม่คิดโกง ไม่คิดเอารัดเอาเปรียบ ไม่ฉ้อฉล โกงหัวคิว ไม่สร้างนโยบายทับซ้อนเพื่อให้เกิดประโยชน์กับตน นักการเมืองหรือนักปกครองท่านใดก็ตามหากว่าโดนข้อหาเรื่องทุจริต ก็จะเป็นนักปกครองที่ไม่มีใครเชื่อถือ ถึงแม้จะกล่าวสัตย์ปฏิญาณว่าจะไม่โกงกินก็คงไม่มีใครเชื่อใครศรัทธา

ข้อที่ 5ต้องเป็นผู้มีความอ่อนโยน การมีความอ่อนโยน มีสัมมาคารวะกับผู้อาวุโส หรืออ่อนน้อมถ่อมตนกับผู้ที่อ่อนกว่า นั่นเป็นสิ่งที่สำคัญของนักปกครอง เราทุกคนคงเคยเห็นภาพของในหลวงที่พระองค์ทรงโน้มองค์ลงไปรับไหว้พสกนิกรอย่างไม่ถือพระองค์ เป็นภาพที่น่าชื่นชมยิ่งนัก ดังนั้น ใครที่จะเป็นผู้ปกครองก็ต้องมีสิ่งเหล่านี้ คือมีความอ่อนโยนต่อบุคคลที่ทั้งเสมอ หรือต่ำกว่า ไม่ถือตัวว่าเราเป็นนาย เขาเป็นลูกน้อง จะต้องไม่ทำตนให้คนอื่นรู้สึกได้ว่ายโสโอหัง อย่างนี้เป็นนักปกครองไม่ได้

ข้อที่ 6ต้องเป็นผู้ที่มีความเพียร คือมีความอุตสาหะ มีวิริยะในการทำงานโดยปราศจากความขี้เกียจ ท้อแท้ ใจเสาะเปราะบาง มีแต่ความุ่งมั่น มีอุตสาหะ ปฏิบัติโดยไม่รู้สึกว่าท้อ รู้สึกว่าเหนื่อย หรือถึงท้อก็ไม่ถอย ทำไปจนกว่าจะหมดแรงหมดชีวิต ข้อนี้ก็จะทำให้เป็นนักปกครองที่เป็นที่รักของผู้อื่น

ข้อที่ 7ต้องมีความรู้สึกยับยั้งอารมณ์โกรธ อารมณ์เกลียดให้ได้ ต้องไม่ตบตี ชกต่อยหรือลงโทษกับผู้ใต้บังคับบัญชาด้วยอารมณ์โกรธ ไม่ทำตามอารมณ์ แต่ให้ทำตามเหตุผล หากทำได้ก็จะเป็นนักปกครองที่น่าเคารพ น่านับถือ น่าเทิดทูนกับคนอื่นทั่วไปที่พบเห็น

ข้อที่ 8 ต้องไม่เบียดเบียนผู้อื่น หรือกลั่นแกล้งทำให้ผู้อื่นลำบาก หรือไม่ใช้ตำแหน่งหน้าที่บีบบังคับ แต่ถ้าไม่เบียดเบียนก็คือไม่ก่อทุกข์ ไม่บีบคั้น ไม่กลั่นแกล้ง ไม่ทำให้ผู้อื่นลำบาก หรือแม้แต่การไม่เป็นต้นเหตุให้คนอื่นต้องลำบาก แต่เป็นต้นเหตุที่ทำให้คนอื่นได้ความสุข ได้รับความสบาย คิดอะไรที่ทำให้ผู้อื่นสบาย

ข้อที่ 9เป็นผู้นำต้องมีความอดทน มีขันติ หมายความว่าคนที่เป็นผู้นำต้องมีความอดทนต่อสิ่งทั้งปวง สิ่งยั่วยวนที่เกิดขึ้น และต้องรู้จักรักษากาย วาจา ใจให้ทนต่อสิ่งยั่วยุโดยไม่ออกอาการฉุนเฉียว คำพูดประเภทที่ว่าเหลือทนแล้ว หรือความอดทนมีขีดจำกัด ควรจะไม่มีในลักษณะของคนที่เป็นผู้นำ ยิ่งถ้าเป็นทหารในระดับแม่ทัพนายกองด้วยแล้วยิ่งจำเป็นต้องมี จะต้องไม่มีคำพูดหลุดปากอย่างที่ได้ยินกัน เช่น “อย่าให้ทหารเหลือทน” “อย่าให้ต้องจับปืน” สิ่งเหล่านี้ต้องอดทนเอาไว้ให้มากๆ ต้องบอกกับตัวเองว่าทนได้ ไม่ใช่เหลือทน ใครเป็นนายอำเภอ เป็นปลัด จะต้องมีความอดทนสูงมาก ไม่ใช่ว่าลูกบ้านยั่วยวนอะไรก็ทนไม่ได้ ถ้าเป็นอย่างนั้นขอให้ลงมาจากความเป็นนักปกครองเสีย จะได้ไม่ต้องเสียภาพลักษณ์

สุดท้ายข้อที่ 10 คือต้องมีความเที่ยงธรรม ต้องมีความถูกต้องเป็นหลัก ไม่เอนเอียงหวั่นไหวด้วยคำพูด ใครจะพูดอะไรฟังแล้วต้องหนักแน่น ไม่เอนเอียงไปกับเขาง่ายๆ ไม่เข้าข้างใครโดยไร้เหตุผล เพราะคนที่เป็นผู้ปกครองจะต้องไม่ลำเอียง ธรรมใดที่ควรรักษาไว้ต้องไม่ทำให้คลาดเคลื่อน โดยเฉพาะนักการเมืองจงอย่าได้คลาดเคลื่อนจากหลักธรรมคำสอน ยกตัวอย่างนักปกครองในกระทรวงวัฒนธรรมเห็นแม่ชีท่านหนึ่งสอนลูกศิษย์ในทำนองผิดหลักธรรม ผิดจารีต ผิดศีล ก็เข้ามาว่ากล่าวตักเตือน ชี้ว่าอะไรผิด ลักษณะอย่างนี้ถือว่าเป็นนักปกครองที่ถูกต้อง

ฉะนั้นผู้ที่เป็นนักปกครองควรยึดหลักตามที่พระองค์ท่านทรงยึดมาโดยตลอด เพื่อที่จะได้เป็นนักปกครองที่ดีต่อไป ขอพระองค์ทรงพระเจริญ

* ขอฝากข้อความต่อไปนี้ให้คิดและประยุกต์ใช้กับสถานการณ์ของบ้านเมืองเรา*

                                          "พระราชากับนักการเมือง"

                                   นักการเมืองยื่นปลา พระราชายื่นเบ็ด
                                   นักการเมืองแจกแท็บเบล็ต กษัตริย์แนะเคล็ดวิชา
                                   นักการเมืองห่วงอำนาจ มหาราชห่วงประชา
                                   นักการเมืองสร้างสัญญา องค์เจ้าฟ้าสร้างสรรธรรม
                                   นักการเมืองหาเรื่องกิน องค์ภูมินทร์หาเรื่องทำ
                                           นักการเมืองยุให้รำฯ ในหลวงย้ำให้ทำดี
                                   นักการเมืองมักแบ่งขั้ว องค์เหนือหัวไม่แบ่งสี
                                   นักการเมืองทำสี่ปี องค์ภูมีทำทุกวัน
                                   นักการเมืองชอบแบ่งเสียง พ่อพอเพียงชอบแบ่งปัน
                                   นักการเมืองชอบคิดสั้น องค์ราชันย์ชอบคิดยาว

                                                                                           เมืองปาย.