เป็นโอกาสที่ดีที่ได้รับเชิญ...ให้ไปบรรยายในเรื่อง "ความสุขในการทำงาน" สำหรับบุคลากรที่ทำงานทางด้านกฏหมาย ไม่ว่าจะเป็นผู้พิพากษา อัยการ ตำรวจ สถานพินิจฯ และผู้ที่ทำงานเกี่ยวข้องมากมาย

การบรรยายลักษณะนี้ไม่ใช่ครั้งแรก...

แต่...แต่ละครั้งข้าพเจ้ารู้สึกว่าใช้พลังงานเยอะ แม้เวลาจะน้อย เพราะความไม่คุ้นชินและธรรมชาติของบุคลิกที่ถูกหล่อหลอมด้วยวิถีการงาน แต่...นั่นก็ไม่ได้ทำให้ข้าพเจ้าละความพยายาม

"ความสุข" คือ อะไร

เป็นประเด็นที่ข้าพเจ้าใช้ถามผู้ฟังในห้องประชุม แต่...วัฒนธรรมแห่งการแลกเปลี่ยนจะยังน้อย แต่ข้าพเจ้าก็ได้ชวนให้ทุกคนได้คิดตามต่อ

ความสุขในทัศนที่ข้าพเจ้านำมาพูดในวันนี้น่าจะมองกันอยู่ในสามมิติ

  • ความสุขในขั้นพื้นฐาน
  • ความสุขในระดับจิตใจ
  • และความสุขในระดับจิตวิญญาณ

ที่สุดแล้วทุกคนจะต้องก้าวไปสู่การแสวงหาความสุขในระดับจิตวิญญาณกันทั้งนั้น แต่จะเป็นเมื่อไร นั่นน่ะต้องอาศัยการฝึกฝน สั่งสม ด้วยความอดทนและความเพียร

เส้นทางการไปสู่ความสุขที่แท้นั้นมีหนทางที่มีผู้ได้บอกว่า

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นทุกคนต้องเป็นผู้ก้าวย่างไปบนเส้นทางนั้นด้วยตนเอง "เส้นทางแห่งอริยมรรค"

การจะก้าวย่างไปบนเส้นทางนี้ได้ต้องอาศัยองค์ประกอบสามอย่างคือ... "ศีล สมาธิ และปัญญา"... ซึ่งหากว่าใครถึงพร้อมด้วยวิถีชีวิตทั้งสามอย่าง "นิพพานน้อยๆ" หรือ...ความสุขเล็กๆ ย่อมปรากฏขึ้นในจิตใจเราได้แน่แท้

วันนี้คือ โอกาส...เพราะข้าพเจ้าได้มีโอกาสฟังท่านผู้พิพากษาที่บรรยายก่อนหน้าข้าพเจ้าได้ เอ่ยถึงคำว่า "เยียวยา" ...มันทำให้หัวใจของนักกฏหมายดูน่าจะอ่อนโยนลง เพราะคราใดที่เรามุ่งจัดการกับการลงโทษ...โอกาสของการคืนความเป็นมนุษย์นั้นจะลดลง แต่เมื่อใดที่เรานำพาไปสู่การเยียวยา ด้วยหัวใจอันอ่อนโยน เมื่อนั้นคือ กระบวนการทำงานด้วยปัญญาอย่างแท้

ข้าพเจ้าทิ้งท้ายให้คิดว่า "หากเราสามารถเกิดความรู้สึกสงสารและมองเห็นความทุกข์ในชีวิตของผู้ต้องหาที่นั่งอยู่เบื้องหน้าเราได้นั้น...เมื่อนั้นหัวใจของเราเริ่มสัมผัสได้ถึงความสุขแบบเล็กๆ...เกิดขึ้นแล้ว"