บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนแบบมัลติพ้อยท์เม้าส์

ชื่องานวิจัย       การพัฒนาความสามารถในการคิดวิเคราะห์คณิตศาสตร์ เรื่อง  สมการและการแก้

                         สมการ  โดยใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนแบบมัลติพอยท์เม้าส์ ของนักเรียนชั้น

                         ประถมศึกษาปีที่ 6  โรงเรียนบ้านโนนระเวียง  จังหวัดนครราชสีมา

ผู้วิจัย                นางวราภรณ์  หลายทวีวัฒน์

ปีการศึกษา       2553

บทคัดย่อ

 

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ  (1)  การเปรียบเทียบความสามารถในการคิด

วิเคราะห์คณิตศาสตร์  เรื่อง  สมการและการแก้สมการ  ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่  6  ที่เรียนโดยใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนแบบมัลติพอยท์เม้าส์ก่อนและหลังเรียน  (2)  เพื่อพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนแบบมัลติพอยท์เม้าส์  เรื่อง  สมการและการแก้สมการ  (3)  เพื่อหาดัชนีประสิทธิผลของบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนแบบมัลติพอยท์เม้าส์  เรื่อง  สมการและการแก้สมการ  และ (4)  เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6  ที่มีต่อการเรียนด้วยบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนแบบมัลติพอยท์เม้าส์  

        กลุ่มตัวอย่างเป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่  6  ภาคเรียนที่  1  ปีการศึกษา  2553  โรงเรียนบ้านโนนระเวียง  จังหวัดนครราชสีมา  จำนวน  19  คน  ได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง  (Purposive  Sampling)  เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย  (1)  แผนการจัดการเรียนรู้คณิตศาสตร์ที่ใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนแบบมัลติพอยท์เม้าส์เป็นสื่อการเรียน  (2)  แบบ

ทดสอบวัดความสามารถในการคิดวิเคราะห์คณิตศาสตร์  เรื่อง  สมการและการแก้สมการ            (3) บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนแบบมัลติพอยท์เม้าส์  เรื่อง  สมการและการแก้สมการ  และ     (4) แบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนที่เรียนโดยใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนแบบมัลติพอยท์เม้าส์  วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าเฉลี่ย  ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน  การทดสอบค่าที  (t-test  แบบ dependent)  และการหาประสิทธิภาพ  E1/ E2

                        ผลการวิจัยพบว่า  (1)  นักเรียนที่เรียนโดยใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนแบบมัลติพอยท์เม้าส์มีความสามารถในการคิดวิเคราะห์คณิตศาสตร์  หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05  (2)  บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนแบบมัลติพอยท์เม้าส์  เรื่อง  สมการและการแก้สมการ  ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6  ที่สร้างขึ้นมีประสิทธิภาพ  88.89/89.47  ซึ่งมีประสิทธิภาพสูงกว่าเกณฑ์  80/80  ที่กำหนดไว้  จึงสามารถนำไปใช้ได้  (3)  บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนแบบมัลติพอยท์เม้าส์  เรื่อง  สมการและการแก้สมการ  มีค่าดัชนีประสิทธิผลเท่ากับ  0.85  แสดงว่าผู้เรียนมีความสามารถในการคิดวิเคราะห์คณิตศาสตร์เพิ่มขึ้นร้อยละ  85  และ(4) นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการเรียนด้วยบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนแบบมัลติพอยท์เม้าส์  เรื่อง  สมการและการแก้สมการ อยู่ในระดับมากที่สุด