ในปี 2549 ผมได้เลือกทางเดินออกจากการทำกิจกรรมเพื่อสังคม ร่อนเรจากบ้านไปจังหวัดเชียงใหม่ กรุงเทพและภูเก็ต เที่ยวไปวันๆ กับกลุ่มเพื่อน ก่อนหน้านี้ผมได้ลองสูบบุหรี่จากการที่ต้องซื้อบุหรี่ให้คนที่เราชอบ นั่นไม่ใช่จุดเริ่มต้นที่ทำให้ผมต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเกี่ยวกับจิตเวชหรอกครับ ช่วงที่ผมเรียนอาชีวะ ซึ่งเป็นโรงเรียนเอกชนในจังหวัด ทำให้ผมได้พบเพื่อนที่ชอบเที่ยวกลางคืน ผมเที่ยวไม่บ่อยหรอกครับ (ความจริงเกือบทุกคืนเป็นได้กระมั้ง) เที่ยวถึงขั้นที่ว่าถูกเจ้าหน้าที่ของอำเภอจับกุมตัว ตอนนี้ห้ามเยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปีเข้าสถานบันเทิง แต่ปัจจุบันห้ามเยาวชนอายุต่ำกว่า 20 ปี เข้าสถานบันเทิงนะครับ ผมคิดว่าแอกอฮอล์เป็นเครื่องมือหรือสื่ออะไรสักอย่างที่วัยรุ่นใช้เพื่อเข้ากลุ่มหรือต้องการการยอมรับจากเพื่อน ไม่แปลกเลยว่าทำไมวัยรุ่นชอบเที่ยว ชอบดื่มหรือชอบสูบบุหรี่ วัยรุ่นมักจะมองข้ามสิ่งที่อยู่ใกล้ตัว อย่างเช่นสุขภาพ เพราะสิ่งที่เขารับเข้าสู่ร่างกายยังไม่ส่งผลเสียต่อสุขภาพ ยังไม่เห็นเป็นรูปธรรม แต่ในอนาคตเชื่อว่าเขาเหล่านั้นคนจะได้เห็นผลเป็นแน่แท้
เรื่องราวของผม ที่ทำให้ต้องเข้ารับการรักษาทางจิตเวชถึงสองครั้ง ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่ยากจะลืมได้เช่นเดียวกัน เพราะครั้งที่สองที่เข้ารับการรักษานั้นผมต้องรักษาโดยการใช้ไฟฟ้า เรียกชื่อว่า Electroconvulsive therapy เรียกย่อว่า ECT เป็นการทำให้ชักโดยใช้กระแสไฟฟ้าในปริมาณที่เหมาะสม หลังจากเหตุการณ์นี้ผ่านไปหลายปี ผมมาคิดว่าำทำไมผมถึงป่วยทางจิตเวชด้วยโรคซึมเศร้า อาจเป็นเพราะความเครียดเรื่องทางครอบครัวผสมกับผลจากยาเสพติดไม่ว่ายาบ้า เหล้าหรือแม้แต่บุหรี่ แต่ผมก็ไม่เคยถามหมอถึงสาเหตุที่ทำให้ผมเป็นโรคซึมเศร้า
เห็นหรือยังละครับว่ากรรม คือผลจากการกระทำ การแก้กรรมของผมก็คือการเลิกสิ่งเหล้านี้ หาทางออกโดยทำกิจกรรมอย่างอื่นแทนหรืออยู่เฉยๆ จะดีกว่า
wewasanga
25 ก.ค. 2554 23.55 น.
เป็นกำลังใจให้นะครับ
@ คุณทิมดาบ ขอบคุณมากนะครับ