IDOL ผู้นำในดวงใจ

ประวัติการสงครามของโจโฉ

โจโฉเป็นหนึ่งในแม่ทัพของฝ่ายราชวงศ์ฮั่นที่ออกปราบกบฏซึ่งมี “เตียวก๊ก” เป็นหัวหน้า มีพระเจ้าเลนเต้เป็นจักรพรรดิ โจโฉ มีชื่อรองว่า เมิ่งเต๋อ เป็นบุตรของอดีตข้าหลวงในวังชื่อว่าโจโก๋ เดิมมิใช่แซ่ “โจ” แต่แซ่ “แฮหัว” ในวัยเด็กเป็นคนไม่เอาไหน มีรูปร่างเล็ก หนวดยาว ฉลาดแบบเจ้าเล่ห์ เก่งในการเอาตัวรอด เชี่ยวชาญตำราพิชัยสงคราม แต่ก็ชื่นชอบในศิลปะ อุปนิสัยรอบคอบ โจโฉได้รับความดีความชอบในการปราบโจรโพกผ้าเหลือง แต่ท้ายสุดถูกหักหลัง ต่อมาเมื่อตั๋งโต๊ะเป็นใหญ่ โจโฉก็ร่วมมือกับเจ้าเมือง 18 หัวเมืองตั้งเป็น "กองทัพสิบแปดหัวเมือง" โดยมี อ้วนเสี้ยวเป้นแม่ทัพใหญ่ ปราบตั๋งโต๊ะ ระหว่างหลบหนีจากการผิดพลาดในการสังหารตั๋งโต๊ะ โจโฉได้พบกับนายอำเภอคนหนึ่งชื่อ ตันก๋ง ระหว่างพักค้างแรม โจโฉได้สังหารแป๊ะเฉีย และคนในครอบครัว ด้วยเข้าใจผิดในความปรารถนาดีของแป๊ะเฉียที่จะฆ่าหมูมาเลี้ยง ความโหดเหี้ยมของโจโฉจึงปรากฏในตอนนี้ โจโฉได้กล่าววาจาที่แสดงถึงตัวตนของเขาได้ชัดเจนว่า "ข้ายอมทรยศคนทั้งโลก แต่ไม่ยอมให้ใครทรยศข้า" เมื่อโจโฉตั้งตัวได้ ก็กล้าที่จะปลอมราชโองการ กล้าที่จะแอบอ้างราชโองการเพื่อที่จะกำจัดฝ่ายตรงข้าม ทำให้ในที่สุด โจโฉได้รับการสถาปนาเป็นสมุหนายก หลังจากนั้น ก็ มหาอุปราช(ไจเสี่ยง) มีอำนาจสามารถสั่งการแทนฮ่องเต้ ทำให้มีอำนาจล้นฟ้า ไม่มีใครที่จะคานอำนาจ จึงกล้าถึงขนาดทดสอบบารมีของพระเจ้าเหี้ยนเต้ด้วย จนพระเจ้าเหี้ยมเต้ต้องแอบเขียนหนังสือลับด้วยโลหิตตนเองถึงเล่าปี่ ให้จัดการกับโจโฉที่ทำตนเป็นตั๋งโต๊ะอีกคน

โจโฉ ได้ครองเมืองลกเอี๋ยง ซึ่งเป็นเมืองหลวง ทำให้แคว้นวุยก๊กของเขาเป็นแคว้นที่ใหญ่ที่สุด มีไพร่พลมากที่สุด มีบุคลากรมากที่สุด มั่งคั่งและอุดมสมบูรณ์มากที่สุด โจโฉ มีภรรยา 3 คน กับภรรยาคนแรกไม่มีบุตร ภรรยาคนที่สอง มีบุตรเพียงคนเดียวเป็นชาย ชื่อ โจงั่ง ตายเมื่อครั้งสงครามกับอ้วนเสี้ยว กับภรรยาคนที่สาม คือ นางเปียนสี มีบุตรชายทั้งหมด 4 คน คือ โจผี โจเจียง โจสิด และ โจหิน ซึ่งโจโฉรักภรรยาคนนี้มาก ยกให้เป็นภรรยาหลวง

โจโฉ ในบั้นปลายชีวิต ป่วยเป็นโรคประสาท มักปวดหัวอยู่เสมอ ๆ เมื่ออาการหนักขึ้นก็เห็นภาพหลอน ก่อนตาย โจโฉเห็นหัวที่ถูกตัดแล้วของกวนอูลืมตาขึ้นได้ จึงละเมอว่ากวนอูจะมาเอาชีวิต โจโฉสิ้นชีวิตเมื่ออายุได้ 66 ปี  และภายหลังการสิ้นของโจโฉ โจผี ลูกชายคนรองก็ขึ้นมา และถอดพระเจ้าเหี้ยนเต้ออกจากตำแหน่ง และสถาปนาตนเองเป็นพระเจ้าโจผี ราชวงศ์วุย และยกย่องโจโฉบิดาของตนขึ้นเป็นปฐมกษัตริย์ของราชวงศ์วุย

โจโฉสุดยอดของคำว่าเจ้านาย

โจโฉมีความสามารถในการบริหารสูงมาก คือ รู้จักเลือกใช้คนอื่นทำงานแทนตัว ผู้บริหารไม่จำเป็นต้องทำได้ หรือรู้ในทุกเรื่อง แต่ต้องรู้จักเลือกคนที่มีความเหมาะสม  โจโฉร่วมกับเหล่าขุนนางดีๆ หาทางฆ่าตั๋งโต๊ะ โจโฉได้รวบรวมไพร่พลจัดตั้งกองทัพปฎิวัติขึ้นและแต่งตั้ง อ้วนเสี้ยว  เป็นแม่ทัพสูงสุด  ถ้าเป็นปัจจุบันนี้จะเรียกว่า  ผบทบ.  นั่นเอง  มีคนมาสมัครเข้าร่วมกับกองทัพเป็นจำนวนมาก  ในจำนวนนั้นมี  เล่าปี่  กวนอู  และเตียวหุยที่รวบรวมคนมาได้จำนวนหนึ่งอาสาเข้ามาด้วยสามคนนี้ อ้วนเสี้ยว  เห็นแต่แรกแล้ว  แต่นึกดูแคลนดูถูก  คนอื่นๆ ในกองทัพก็คิดแบบเดียวกัน  ยกเว้นโจโฉ  นักอ่านคนผู้เฉลียวฉลาด  ออกรบครั้งแรกแม่ทัพของกองทัพปฎิวัติโจโฉมีทั้งหมด 17 กอง  ตายหมดโดนฮัวหยง องครักษ์ของลิโป้ตัดหัวในสนามรบตั้งแต่ยังรบไม่ถึง  3  เพลงด้วยซ้ำ  ทำให้คนอื่นที่เหลือกลัวจนไม่กล้าออกไปรบอีก  กองทัพของโจโฉจัดประชุมเพื่อแก้ไขปัญหา  ใครๆ ก็ไม่กล้า  กวนอูอาสาขอออกไปรบเองแต่กลับโดน อ้วนเสี้ยวสั่งเฆี่ยน โทษฐานที่ไม่รู้จักเจียมตัว  โจโฉเห็นแบบนั้นเลยออกมาคัดค้านขอให้คิดใหม่น่าจะให้กวนอูลองออกรบดูเพราะถ้าทำไม่ได้อย่างไรกวนอูก็ต้องถูกฆ่าตายอยู่ดี  แต่อ้วนเสี้ยวก็ยังยืนกรานเช่นเดิม  โจโฉจึงขอมติที่ประชุม  มติที่ประชุมเห็นด้วยกับโจโฉกวนอูจึงได้ออกไปรบ (ความเป็นผู้นำที่ดีของโจโฉ  ถึงแม้  ตัวเองจะเป็นนายใหญ่แต่ในกองทัพอ้วนเสี้ยวเป็นใหญ่  ถ้าโจโฉจะสั่งคำเดียวก็ทำได้  แต่จะเป็นการก้าวก่ายงานของผู้ใต้บังคับบัญชา)  โจโฉเลือกใช้มติที่ประชุม อ้วนเสี้ยวมีเสียงเดียวก็เลยแพ้  โจโฉแสดงน้ำใจต่อผู้กล้าหาญโดยการรินเหล้าให้กวนอูแต่กวนอูบอกยังไม่รับเพราะตัวเองต่ำต้อย no name  และเกรงว่าคนจะว่ารบได้เพราะเมา  ว่าแล้วก็เดินออกไปนอกค่าย  คนอื่นๆ ก็เดินตามไปดูห่างๆ  พวกที่เดินตามไปดูยังเดินไม่พ้นประตู  กวนอูก็เดินสวนกลับมาพร้อมกับหัวของฮัวหยง  กลับมาถึงก็รับเหล้าจอกนั้นดื่ม  อ้วนเสี้ยวไม่พอใจและประกาศว่าถ้าให้รางวัลกวนอูก็จะถอนทหารของตนออกจากกองทัพปฎิวัติ  แต่โจโฉฉลาดที่จะซื้อใจกวนอูด้วยการ นำเอา  หมู  ไก่  เหล้า  ไปให้สามพี่น้องเป็นการส่วนตัวถึงที่แทน  งานนี้โจโฉซื้อใจกวนอูได้หมดใจ  นอกจากการรู้จัก  ดูคน  เลือกใช้คนเป็นแล้ว  โจโฉยังรู้จักการบำรุงขวัญทหารให้ภัคดี  ที่สำคัญเป็นผู้นำที่ไม่ถือตัวเรียกว่าเป็นเสน่ห์ของคนเป็นนายที่รู้จักให้เกียรติผู้น้อยนั่นเอง

ลักษณะเด่นด้านการบริหารของโจโฉ
1.เน้นเรื่องการบริหารคน
โดย เฉพาะการคัดเลือกคนที่มีความสามารถ จัดคนเก่งให้เหมาะกับงานต่างๆ ที่มอบหมาย โดยถือคติที่ว่า “ไม่ว่าแมวขาวแมวดำ จับหนูได้ก็เป็นแมวที่ดี” เป็นการใช้คนแบบไม่คำนึงถึงภูมิหลัง คือดูที่ความสามารถกันจริงๆ ดังนั้นในวุยก๊ก จึงเต็มไปด้วยคนที่มีความรู้ความสามารถและเปี่ยมไปด้วยคุณภาพทั้งสิ้น
2.การประเมินผลงานด้วย Result Oriented
การ ประเมินผลงานของโจโฉวัดกันที่ผลลัพธ์ (Result Oriented) ดังนั้นคนที่จะเป็นลูกน้องโจโฉได้ ต้องมีความกระตือรือร้นอยู่ตลอดเวลาเพราะหากอยู่นิ่งเมื่อไหร่ ก็จะถูกผู้มีความสามารถกว่าทำความดีความชอบแซงหน้าไป แต่ด้วยเหตุที่ต้องการผลสำเร็จเป็นสำคัญนี่เอง ทำให้โจโฉต้องติดภาพคนเหี้ยมโหดไปโดยปริยาย
3.การรู้นิสัยและความสามารถของลูกน้อง
สิ่ง นี้เป็นสิ่งที่โจโฉแสดงให้เห็นว่า การมีลูกน้องเก่งเพียงอย่างเดียวนั้นยังไม่พอ คนเป็นหัวหน้าจำเป็นต้องรู้จักลูกน้องอย่างลึกซึ้ง และจัดสรรหน้าที่ให้เหมาะสมกับความสามารถ จึงจะถือได้ว่าเป็นผู้บริหารที่ยอดเยี่ยมอย่างแท้จริง                                                                    4.มีนิสัยเป็นกันเอง
ซึ่ง เป็นส่วนที่ช่วยให้โจโฉประสบความสำเร็จทางการเมือง เพราะการวางมาดเคร่งขรึมมากเกินไป อาจสร้างความกดดันและความหวาดระแวงให้ลูกน้อง ยามทำงานโจโฉเคร่งเครียดจริงจัง ยามบ้านเมืองปกติมีนิสัยขี้เล่น อารมณ์ขัน พูดจาเปิดเผยตรงไปตรงมา ใช้ทั้งพระเดชและพระคุณในการบริหารงานบริหารคน เหล่านี้คือเสน่ห์ของโจโฉ
5.มีจิตวิทยาในการจัดการลูกน้องสูง
ยก ตัวอย่างกรณี ครั้งเมื่อเอาชนะอ้วนเสี้ยวในศึกกัวต๋อ โจโฉยึดจดหมายลับที่ลูกน้องเขียนไปสวามิภักดิ์ต่ออ้วนเสี้ยวได้มากมาย แต่โจโฉกลับสั่งให้คนนำจดหมายไปเผาทิ้ง ไม่เปิดอ่านแม้สักฉบับเดียว ถือเป็นการซื้อใจลูกน้อง ผลก็คือโจโฉได้ใจลูกน้องกลับมามากมาย นี่คือจิตวิทยาของผู้มีวิสัยทัศน์

http://www.reocities.com/song25031975/trickmanage.html

อ้างอิง:ก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์.อ่านสามก๊ก ถกบริหาร.