บทบรรณาธิการเรี่อง Rekindling Japan's Spirit  ลงพิมพ์ในวารสาร Science ฉบับวันที่ ๑๐ มิ.ย. ๕๔   เขียนโดยศาสตราจารย์ Yoshiko Takahashi แห่ง Nara Insitute of Science and Technology  บอกคุณค่าของ inspiration - led research
 
          แต่สภาพการณ์ในญี่ปุ่นในปัจจุบันไม่เอื้อ ไม่ส่งเสริม ให้คนที่รักชีวิตนักวิจัย ได้ทำงานวิจัย ตามความใฝ่ฝันของตน   มุ่งแต่ส่งเสริมงานวิจัยเพื่อกระตุ้นการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ
 
          ผู้เขียนได้เล่าว่า ยุคเฟื่องฟูทางศิลปวิทยาของญี่ปุ่นคือ Edo Period (1603 - 1868) เป็นช่วงที่ประเทศญี่ปุ่นปลอดสงครามทั้งภายในและภายนอกประเทศนานกว่า ๒๕๐ ปี   ทำให้มีโอกาสสร้างสรรค์ศิลปะวิทยาการอย่างมากมาย   เช่นยาสลบขนานแรกของโลกก็ได้ค้นพบ โดยศัลยแพทย์ชื่อ Seishu Hanaoka (1760 - 1835)   และเป็นผู้ทำการผ่าตัดโดยใช้ยาสลบ (general anesthesia) เป็นครั้งแรกของโลก
 
          นักวิจัยไทยที่กล่าวถึงสภาพการทำวิจัยเพราะสนุก ไว้ชัดเจนที่สุดคือ ศ. ดร. เจตนา นาควัชระ   ท่ายเอ่ยถึง หฤหรรษ์ (joy) ของการทำงานวิจัย   และการทำวิจัยเพราะรู้สึกสนุก (enjoy)  
 
          ผมสังเกตว่านักวิจัยเก่งๆ ที่ประสบความสำเร็จในการทำงานวิจัยสูงมากๆ มักตกอยู่ในสภาพ “ทำวิจัยเพราะสนุก”   แม้แต่ผม ซึ่งทำวิจัยไม่เก่ง ก็ยังสนุกกับงานวิจัย
 
          เมื่อสนุก และเกิดปิติสุขจากผลงานแล้ว   เราก็สามารถคิดต่อไปถึงประโยชน์แก่สังคม   ซึ่งจริงๆ แล้ว นักวิจัยที่ดีจะคิดควบคู่ไปในการตั้งโจทย์วิจัยด้วยเสมอ   ว่าผลงานวิจัยนั้นจะนำไปสู่การใช้ประโยชน์อะไรได้บ้าง
 
          ตรงกันข้าม money – led research  หรือ academic rank – led research มักเป็นโครงการที่คุณภาพปานกลาง   และเป็นการทำวิจัยที่ไม่ต่อเนื่อง   เมื่อได้รับผลประโยชน์แล้วก็จะหยุด  ไม่นำไปสู่ research excellence

 

 

 

วิจารณ์ พานิช
๑๗ มิ.ย. ๕๔
เชียงใหม่