มีคนส่งเอกสารนี้มาให้   ผมจึงนำมาเผยแพร่ต่อ   โดยที่ผมไม่จำเป็นจะต้องเห็นด้วยทั้งหมด   โดยขอย้ำว่าเรื่องอื่นๆ ข้อ ๓ ในเอกสารนี้  จะช่วยให้รัฐบาลนี้ไม่ทำผิดพลาดอย่างรัฐบาลพี่ชาย

วิจารณ์ พานิช
๑๑ ก.ค. ๕๔

 

                     
                   


ภาคีเครือข่ายการศึกษาภาคประชาชน

สำนักงานเลขที่    ๕๑ หมู่๑๗ ถนนบางนาตราดกม.๑๐ บางพลี สมุทรปราการ ๑๐๕๔๐  

 

๑๐  กรกฎาคม ๒๕๕๔


เรื่อง            ข้อเสนอเพื่อประกอบการจัดตั้งรัฐบาล และแนวทางการแก้ไขปัญหาการศึกษา

 
กราบเรียน    คุณยิ่งลักษณ์  ชินวัตร  ว่าที่นายกรัฐมนตรี

 

          เนื่องจาก กลุ่มองค์กรภาคประชาชนที่ทำงานด้านการศึกษาในประเทศไทย ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีการดำเนินงานมาอย่างยาวนาน โดยกลุ่มต่างๆประกอบด้วยประชาชนทั้ง นักเรียน, เยาวชน ผู้ปกครอง, ครู, นักวิชาการ   และบุคคลทั่วไป โดยบุคคลทั้งหมดมีความห่วงใยต่อกระบบการศึกษาและได้เคลื่อนไหวในเรื่องต่างๆมานานพอควร เพื่อให้การศึกษาของชาติมีคุณภาพดีขึ้น

          และตามที่ท่านจะเข้าดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีและจะแต่งตั้ง คณะรัฐมนตรี  ในช่วงเวลาต่อไปนั้น     ทางเครือข่าย ขอกราบเรียนเสนอว่ามีข้อคำนึงสองประการที่เกี่ยวกับกระทรวงศึกษาธิการคือ


          ๑.กระทรวงศึกษาธิการเป็นกระทรวงที่มีความสำคัญมากที่จะสร้างและพัฒนาประเทศไทย ถ้าคนไทยไม่มีศักยภาพแล้ว   ก็จะทำให้ประเทศไทยก้าวย่ำอยู่กับที่หรือค่อยๆถอยยหลังลงไป ไม่มีโอกาสที่จะเจริญก้าวหน้าทัดเทียมนานาอารยะประเทศได้เลย


          ๒.สภาพการศึกษาของชาติในปัจจุบันนั้นมีปัญหาอยู่มากมาย ทั้งเรื่องการไร้คุณภาพของการศึกษาและกำลังตกต่ำลงเรื่อยๆ , ความไม่เท่าเทียมกันในการเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพ, มาตรฐานที่แตกต่างกันอย่างมากในแต่ละสถานศึกษา   และการใช้การพัฒนาศักยภาพเยาวชนเป็นเครื่องมือแสวงหาประโยชน์    ภาระค่าใช้จ่ายต่างๆ ทั้งที่จำเป็น และไม่จำเป็น ของผู้ปกครอง จนทำให้ผู้ปกครองบางคนต้องฆ่าตัวตาย  เพราะไม่มีค่าเทอมให้บุตร ดังที่เป็นข่าว  เป็นต้น


          เมื่อการศึกษามีความสำคัญอย่างมากเช่นนี้และกำลังอยู่ในสภาวะที่ไร้คุณภาพ ดังนั้นทางเครือข่าย ฯ   จึงใคร่ขอความเมตตาจากท่านได้โปรดพิจารณาคัดเลือกรัฐมนตรีการศึกษาท่านใหม่อย่างดีที่สุดเพื่อให้ได้คนที่ดีและเก่ง     มาบริหารกระทรวงนี้ โดยคุณสมบัติคร่าวๆของรัฐมนตรีศึกษาธิการท่านใหม่นี้จะต้องเป็นคนที่รู้จริง, เชี่ยวชาญ   และต้องเป็นคนที่มีความกล้าหาญและกล้าเปลี่ยนแปลง  โปร่งใส   ไม่อิงประโยชน์ตน  และพวกพ้อง   เพราะว่าถ้าได้คนที่ไม่รู้จริงหรือไม่สนใจ  ไม่รู้เรื่อง กระทรวงศึกษาธิการแล้ว    ก็จะทำให้เสียเวลาไปกับการลองผิดลองถูกซึ่งประเทศชาติจะรอสิ่งนี้ไม่ได้ และถ้าขาดความกล้าหาญหรือกล้าเปลี่ยนแปลงแล้วก็จะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงกระทรวงขนาดใหญ่ที่กำลังมีปัญหาวิกฤตินี้ได้เลย

          จากนโยบายการศึกษาของพรรคเพื่อไทยที่เน้น พัฒนาศักยภาพ และมาตรฐานการศึกษาให้กระจายสู่บุคคลากรของชาติในทุกภาคส่วน   รวมถึงการปรับปรุงโครงสร้างหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน ให้ทันสมัย    เกิดสังคมแห่งการเรียนรู้    ดังนั้น เพื่อให้บรรลุผลจากนโยบายที่พรรคได้ให้ไว้   ทางเครือข่ายภาคประชาชนใคร่ขอนำเสนอแนวยุทธศาสตร์ในการแก้ไขปัญหาการศึกาษที่หมักหมมมานานดังต่อไปนี้

          ภาระกิจเร่งด่วนและมีความสำคัญมากที่จะต้องขอให้เร่งดำเนินการในทันทีคือ

          ๑.แก้ปัญหาเรื่องกระบวนการสอบเข้ามหาวิทยาลัย   โดยตั้งคณะทำงานหนึ่งชุด มารวบรวมปัญหาและทางออกโดยมีประชาชนมีส่วนร่วม   เพราะกระบวนที่เป็นอยู่ในปัจจุบันที่แต่ละมหาวิทยาลัยต่างแยกกันรับตรงด้วยตนเอง จัดการรับสมัครและจัดการสอบเอง มีการตัดหน้ากันเพื่อแย่งเด็กเก่งๆไว้ก่อน    ทั้งหมดนี้ก่อให้เกิดความเดือดร้อนต่อนักเรียนและผู้ปกครองทั้งหมด    ความเดือดร้อนนั้นมีทั้งค่าสมัครสอบ ค่าเช่าที่พัก ค่าเดินทาง ในแต่ละครั้ง  แต่ละที่รวมแล้วหลายหมื่นบาท, การที่ต้องเสียค่าเดินทางไปสอบไกลๆ, การที่ต้องไปกวดวิชาล่วงหน้า   เพื่อให้มีความรู้จนครบหลักสูตรในขณะที่ยังเรียนที่โรงเรียนไม่จบหลักสูตร     เพราะการสอบของแต่ละมหาวิทยาลัยนั้นกระทำก่อนที่นักเรียนจะเรียนจบม.๖    ทั้ง ยังเป็นการสร้างความไม่เท่าเทียมกันระหว่างนักเรียนที่มีความพร้อมและนักเรียนที่ขัดสนอย่างชัดเจน   ควรให้ค่าใช้จ่ายเหมาจ่ายในการสอบ GAT PAT ของนักเรียน ไม่เกิน 500 บาทต่อคน    และรวมศูนย์สอบที่เดียว ทั่วประเทศ กระจายเหมือนระบบเอ็นทร้านซ์   และมหาวิทยาลัยต่างๆก็ได้นักเรียนไม่ครบตามที่ต้องการ  และไม่ตรงตามความถนัดของเด็ก 


          ๒.มีคณะกรรมการปรับปรุง  และปรับลด หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน   ยกเลิกการเรียนซ้ำซาก    เพื่อ แก้ปัญหาเรื่องหลักสูตร การศึกษาขั้นพื้นฐาน  และในระบบการเรียนทุกระดับ     ยกเลิกการยุบรวมสายวิทย์สายศิลป์   เพราะปัญหาที่ใหญ่ที่สุดปัญหาหนึ่งของการศึกษาของชาติ    ก็คือนักเรียนต้องเรียนหนักเพราะต้องเรียนเนื้อหาจำนวนมาก  แต่เนื้อหาเหล่านั้นมีไม่ถึงครึ่ง   ที่สามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันของพวกเขาได้    แต่สิ่งที่ต้องใช้ในชีวิตประจำวันกลับเป็นสิ่งที่โรงเรียนไม่ได้สอนมาเลย นี่คือปัญหาการศึกษาแบบเรียนในสิ่งที่ไม่ได้ใช้    แต่ต้องไปใช้ในสิ่งที่ไม่ได้เรียน ซึ่งเป็นการสูญเสียทางการศึกษาเป็นอย่างมาก วิธีการแก้ไขคือจะต้องปรับลดหลักสูตรทั้งหมดของการศึกษาทุกระดับ    แล้วสร้างหลักสูตรใหม่ด้วยการจำลองเหตุการณ์ในอนาคตว่าคนที่จะจบการศึกษาไปแต่ละคนนั้นจะต้องใช้ความรู้และความเชี่ยวชาญอะไรบ้างแล้วบรรจุสิ่งนั้นไว้ในหลักสูตร ส่วนเนื้อหาอะไรที่นักเรียนไม่ได้นำไปใช้ประโยชน์ในอนาคตก็ให้ยกเลิกไปเสีย  โดยขอให้ภาคประชาชน และนักการศึกษา นักวิชาการ นอกกระทรวง  ฯ  เป็นเจ้าภาพ ในการดำเนินการ    

       
             ๓  ขอให้รัฐบาลตั้งศูนย์พัฒนาทรัพยากร มนุษย์แห่งชาติ   เพื่อพัฒนาคนในชาติให้มีความรู้ คิดเป็น เป็นคนดี  และมีศักยภาพ ทั้งเด็ก เยาวชน แลประชาชนทั่วไป    โดยเอา ผู้แทนจากเครือข่ายภาคประชาชน ที่เคลื่อนไหวทางการศึกษา    ผู้แทนศาสนา  นักวิชาการที่จัดการศึกษาสำเร็จมาแล้ว    จิตแพทย์ กุมารแพทย์  ประสาทแพทย์  ไม่เอากลุ่มคนจัดการศึกษา เดิมๆ     รวมเอาการวางแผนนโยบาย และและพัฒนาทบทวนการใช้ระบบแอดมิชชั่น และปรับลดและปรับปรุง หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน และหลักสูตรการเรียนการสอนในมหาวิทยาลัย  มาอยู่ในศูนย์นี้   ขึ้นตรงต่อสำนักนายก  เพื่อมิให้การางแผนอนาคตของชาติ อยู่ภายใต้ กระทรวงใดกลุ่มใดโดยเฉพาะ     และปรับปรุงการเรียนการสอนให้เด็กคิดเป็นเป็นคนดี   และเรียนฟรีจริงตามรัฐธรรมนูญ

             ๔   ขอให้ลูกหลานคนพิการ ด้อยโอกาส คนยากจน แรงงานรายได้ต่ำ  ข้าราชการผู้น้อย  ต้องได้เรียนฟรีจริง     โดยมีบัตรประจำตัว สำหรับลูกหลานคนเหล่านี้สามารถเข้าเรียนที่ไหนก็ได้ โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ให้กับโรงเรียน   เนื่องจากปัจจุบัน แม้นมีนโยบายเยนฟรี แต่ก้ยังมีการเก้บค่าใช้จ่ายต่างๆกับผู้ปกครอง  บางคนไม่มีเงินต้องกระโดดตึกตาย เป็นที่น่าเวทนา ดังที่ เป็นข่าวเร็วๆนี้  
               ความจริง แล้วเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องกับการเก็บค่าใช้จ่ายทางการศึกษานั้น ทำผิดกฎหมายเพราะรัฐธรรมนูญปี ๕๐  มาตรา ๔๙ เขียนไว้ว่า เรียนฟรีมีคูณภาพโดย ไม่เก็บค่าใช้จ่าย

  
              ๕ ขอ สื่อฟรีทีวีหนึ่งช่อง     เพื่อให้ความรู้แก่ประชาชน  และให้ประชาชนจัดการเอง  เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายของพรรคในเรื่องการสนับสนุนการเรียนรู้ในทุกด้านแห่งองค์ความรู้ และข้อมูลข่าวสารต่างๆ    เพื่อมิให้ประชาชนถูกใส่ข้อมูลเพื่อพรรคการเมืองหรือกลุ่มใดโดยเฉพาะ   แต่จะให้ข้อมูลทุกด้านเท่าเทียมกัน  และถูกต้อง    ขอให้รัฐบาลจริงใจในการแก้ไขปัญหาประเทศ  


             และนอกจากนี้กลุ่มฯขอเสนอโครงการที่จะเป็นประโยชน์อย่างมากต่อประเทศชาติคือ


               ๑  นโยบาย  “๑๕ ล้านความดีต่อปี เพื่อประเทศไทย
             รัฐบาลจะดำเนินโครงการให้มีหลักสูตรที่นักเรียนแต่ละคนจะต้องทำความดีอย่างน้อย ๑ อย่างต่อคนต่อปีและทำต่อเนื่องทั้งปี จะทำให้ประเทศได้ความดีอย่างน้อย ๑๕ ล้านความดีต่อปีซึ่งจะทำให้นักเรียนทุกคนหันมาทำความดี และถูกปลูกฝังให้เป็นคนดี     และเมื่อมีการประชาสัมพันธ์ออกไปอย่างมีประสิทธิภาพแล้ว  ก็จะทำให้คนไทยทุกคนหันมาทำความดีเช่นเดียวกับนักเรียน สิ่งนี้จะทำให้ประเทศไทยน่าอยู่ขึ้นโดยใช้งบประมาณน้อยมาก


                 ๒. “๑๕ ล้านนวัตกรรมต่อปี เพื่อสร้างชาติ” 
                 รัฐบาลจะต้องกำหนดให้มีหลักสูตรว่านักเรียนทุกคนจะต้องไปคิดค้นสิ่งใหม่ๆที่ไม่เคยเกิดขึ้นหรือเป็นการปรับปรุงสิ่งที่มีอยู่ให้ดีขึ้น จากสิ่งง่ายๆใกล้ๆตัวไปจนถึงสิ่งที่ยากๆและซับซ้อน แล้วประดิษฐ์สิ่งที่คิดนั้นขึ้นมาให้ใช้งานได้จริง นโยบายนี้จะทำให้เป็นการฝึกเยาวชนของชาติให้รู้จักคิดนวัตกรรมอันจะเป็นแนวทางในการพัฒนาประเทศต่อไป และประเทศไทยก็จะได้นวัตกรรมใหม่ปีละประมาณ ๑๕  ล้านนวตกรรมจากเยาวชนเหล่านี้ โดยใช้งบประมาณน้อยมาก


                เรื่องอื่นๆที่ทางเครือข่ายมีความห่วงใยคือ


              ๑  ขอให้ปราบปรามยาเสพติดโดยเร่งด่วนและเด็ดขาดทันที   โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้อง ขอให้โยกย้ายสับเปลี่ยนพื้นที่อย่างเร่งด่วน   เนื่องจากเริ่มมีผลกระทบต่อประชาชนเช่นการเมายาบ้าแล้วหวาดระแวง  ได้ฆ่าเด็กบริสุทธิ์ ตายไปอีกหนึ่งศพ ตามที่เป็นข่าว


              ๒   ขอให้ช่วยคุณวีระ   สมความคิด และคุณราตรี  พิพัฒนาไพบูลย์   ออกจากคุกเขมร โดยเร่งด่วนที่สุด 

 


               ๓ ขอให้พรรคเพื่อไทย บริหารประเทศ โดยยึดผลประโยชน์ชาติเป็นหลัก  บริหารและเป็นรัฐบาลของประชาชนทั้งประเทศ   โดยไม่แบ่งฝักฝ่าย   หรือเป็นรัฐบาลของกลุ่มเสื้อแดงเท่านั้น   มิใช่กลุ่มพวกใดพวกหนึ่ง ปกครองประเทศด้วยความรัก   ความเมตตา  ความเข้าใจ  ให้อภัย       ไม่ไล่บี้ข้าราชการ หรือกลุ่มประชาชนฝ่ายตรงข้าม   ยกเว้นกระทำผิดกฎหมายชัดเจนทุกฝ่าย   เพื่อมิให้ประเทศจมอยู่ในวังวนของความขัดแย้ง  และล้างแค้นไม่สิ้นสุด    ประเทศไม่ได้พัฒนาไปข้างหน้า   และขอให้ปรามกลุ่มที่จะสร้างความแตกแยก     การดูหมิ่นสถาบัน  หรือเอาสถาบันมาเกี่ยวข้องหรือพวกสร้างสถานการณ์ ให้เกิดความแตกแยก  


               ๔  การวางแผนขึ้นค่าครองชีพ ไม่ว่าค่าไฟฟ้า เอฟที  ราคาน้ำมัน การขึ้นดอกเบี้ยนโยบายเพื่อลดอัตราเงินเฟ้อ  ขอให้รับฟังเสียงประชาชนอย่างทั่วถึง  เพราะค่าไฟฟ้าเอฟที ที่เก็บสูงขึ้นจากราคาก๊ษซที่นำมาผลิตไฟฟ้า  การไฟฟ้ารับซื้อก๊าซ ราคาสูงจากปตท   แม้นในช่วงเวลา ราคาน้ำมันตลาดโลก ลดกว่าครึ่งก็ไม่เคยขอลดราคาก๊าซที่รับซื้อจากปตท. ทำให้ปตท รวยจากการขายและผลิตก๊าซ   ปีละหลายหมื่นล้าน    แต่มีแต่โฆษณาว่าต้องชดเชยก๊าซนำเข้าทั้งที่ส่วนใหญ่ขุดได้ในประเทศ  กว่า ๗๐%    นี่คือผลผลิตของการให้ข้อมูลด้านเดียว
               การขึ้นดอกเบี้ยนโยบายเช่นกัน ธนาคารแห่งประเทศไทย บอกเหตุผลเพื่อป้องกันเงินเฟ้อ แต่ข้อเท็จจริงทีเกิดขึ้นคือ เงินทุนต่างประเทศ  และทุนไทยที่มีเงินเหลือเฟือ ไหลเข้ามาเก็งกำไร ดอกเบี้ยตราสารหนี้   ทำให้ค่าเงินแข็งค่า     และทำให้ดอกเบี้ยเงินกู้แพงขึ้น ประชาชนกู้เงินผ่อนบ้านได้รับผลกระทบ แต่ธนาคารพาณิชย์ร่ำรวยจากส่วนต่าวดอกเบี้ย และค่าบริการปีละรวมแล้วเกือบแสนล้านบาท       และปตทนำเข้าน้ำมันกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนอย่างดียว  ๑๗ %    ค่าปุ๋ยและสารเคมีนำเข้าไม่ได้ลดราคาตามค่าเงินแข็งตัวประชาชนไม่ได้ประโยชน์มากนักจากค่าเงินเข็งค่า    (คดีอาญา ฟ้องผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย และกระทรวงการคลัง ศาลอาญารับฟ้องไว้แล้ว )
                   และธนาคารแห่งประเทศไทย ไม่ได้มีมาตรการ ควบคุมการไหลเข้าออกของเงินต่างประเทศ ทำให้ค่าเงินแข็งขึ้น    ส่งผลกระทบต่อธุรกิจการส่งออก และ สินค้าเกษตร   ซึ่งเป็นรายได้หลักของประเทศ      ผู้ประกอบการ ประสบปัญหา หลายประการจากนโยบายรัฐบาลไม่ว่า ค่าไฟฟ้าที่จะเก็บจากสถานประกอบการ โดยเฉพาะ  เพื่อมาโปะ ค่าใช้จ่าย แก่นโยบาย ค่าไฟฟ้าฟรี ไม่เกิน ๙๐ หน่วย    ค่าแรงที่จะเพิ่มขึ้น ค่าเงินแข็งส่งออกไม่ได้   ดอกเบี้ยเงินกู้ที่มาใช้หมุนเวียนทำธุรกิจ  สุดท้าย คนที่ได้รับผลกระทบ คือประชาชนเพราะเอกชนต้องขึ้นราคาสินค้า   สถานประกอบการเจ๊ง  แรงงานตกงาน กระทบเป็นลูกโซ่    ภาคธุรกิจอยู่ไม่ได้    เศรษฐกิจของประเทศก็อยู่ไม่ได้


                ๕  ทบทวนการขึ้นราคาสินค้า จากรัฐบาลที่แล้วทันที  ไม่ว่าราคาน้ำมันปาล์ฒ น้ำมันถั่วเหลือง   ราคาหมู ราคาไข่ ราคาน้ำขวด     ฯลฯ เพราะแพงเกินจริง


               ดังนั้นนโยบายที่จะกระทบต่อประชาชนขอให้เปิดรับฟังความคิดเห็นอย่างทั่วถึง   ฟังข้อมูลให้ทั่ว อย่าฟังแต่เจ้าหน้าที่รัฐ


จึงกราบเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณา ขอขอบพระคุณอย่างสูง
ด้วยความนับถืออย่างสูง

 

คุณอำนวย สุนทรโชติ         พท.พญ.กมลพรรณ ชีวพันธ์ศรี ผู้ประสานงาน
โทรศัพท์ 0863671004    0890164450  แฟกซ์ 027637722

 


ภาคีเครือข่ายทางการศึกษา ประกอบด้วย


1  ชมรมค่านิยมเพื่อสร้างชาติ                                        คุณอำนวย สุนทรโชติ
2  เครือข่ายผู้ปกครองเพื่อความเป็นธรรมทางการศึกษา       คุณคมเทพ ประภายนต์
3  เครือข่ายผู้ปกครองคนพิการ                                      คุณอภิเดช เดชวัฒนสกุล
4 เครือข่ายพ่อแม่ เยาวชนเพื่อการปฏิรูปการศึกษา             พท.พญ.กมลพรรณ ชีวพันธ์ศรี
5 สภาธรรมาภิบาล                                                      นอ. บัญชา  รัตนาภรณ์
6 สมาคมครือข่ายผู้ปกครองแห่งชาติ                              คุณ พรพัฒน์  รังสิโย
7 เครือข่ายสื่อภาคประชาชน                                         คุณประสาน ประดิษฐ์โสภณ
8 เครือข่ายวิทยุชุมชนภาคกรุงเทพ และปริมณฑล             คุณสมชาย ศรีเย็น
9  สมาคมคนพิการ คลองเตย                                       คุณวิชัย เอื้อสุขอมร
10  สมาคมคนพิการ พัฒนาตนเองกรุงเทพมหานคร           คุณอภิเดช เดชวัฒนสกุล
11 สมาคมรู้รักสามัคคี                                                คุณประทีป ประทุมเกษร์
12 สมาคมคนพิการพึ่งตนเอง                                       คุณธงชัย    ปทุมมาศ