ความรู้เรื่องโรคเบาหวาน
น้ำตาลในเลือด CVA อัมพาต หัวใจ ตา ไตวาย
|
|
เป็นโรคที่พบได้บ่อยในผู้ใหญ่ไทย คือประมาณ 2.5-6 % ของประชากร ( ถ้าคิดจากคนไทย 60 ล้านคน ก็จะมีคนเป็นโรคเบาหวานประมาณ 3 ล้านคน ) โรคเบาหวานเป็นสาเหตุสำคัญอันดับแรกที่ทำให้เกิดโรคไตวายเรื้อรัง นอกจากนั้น ยังเป็นปัจจัยสำคัญ ทำให้เกิดโรคของหลอดเลือดตีบตันได้ในทุกส่วนของร่างกาย เช่น โรคอัมพฤกษ์อัมพาตจากเส้นโลหิตสมองตีบ โรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดจากเส้นเลือดหัวใจตีบ โรคเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงปลายมือปลายเท้าอุดตัน และยังเป็นสาเหตุของตาบอดจากทั้งเบาหวานขึ้นตา และต้อกระจกได้อีกด้วย |
|
เบาหวานมีอาการอย่างไรบ้าง |
อาการที่สำคัญ ของเบาหวาน คือ ปัสสาวะบ่อยขึ้นโดยเฉพาะกลางคืน ทานน้ำบ่อยขึ้น กินเก่งขึ้น แต่น้ำหนักลดลงแต่บางรายก็ไม่มีอาการ ตรวจพบโดยบังเอิญ
|
แพทย์จะวินิจฉัยเบาหวานได้อย่างไร |
การวินิจฉัยเบาหวาน ทำได้โดยการเจาะระดับน้ำตาลในเลือดเท่านั้น โดยให้งดอาหารก่อนเจาะเลือด 8 ชั่วโมง ถ้าระดับน้ำตาลในเลือด สูงกว่า 126 มก./ดล.ให้ทำซ้ำอีกครั้ง ถ้ายังสูงกว่า 126 มล./ดล.ถือว่าเป็นเบาหวาน แต่ถ้ามีอาการดังกล่าวข้างต้น แล้วเจาะเลือดโดยไม่ต้องอดอาหาร แล้วระดับน้ำตาล ในเลือดสูงกว่า 200 มก./มล. ก็ถือว่าเป็นเบาหวาน
|
แล้วใครบ้างมีความเสี่ยงที่จะเป็นเบาหวาน |
ผู้ที่ควรตรวจระดับน้ำตาลในเลือดว่าเป็นเบาหวานหรือไม่ ได้แก่
- อ้วน
- มีประวัติโรคเบาหวานในครอบครัวสายตรง
- เคยคลอดบุตรตัวโต มากกว่า 4 กก.
- ความดันโลหิตสูง
- ไขมันในเลือดชนิด HDL น้อยกว่า 35 มก./ ดล.
- เคยมีประวัติของการตรวจความทนน้ำตาลกลูโคส แล้วผิดปกติ
แนะนำให้ประชาชนทั่วไปที่มีอายุเกิน 45 ปี ควรตรวจระดับน้ำตาลเลือดเพื่อหาความเสี่ยงต่อโรคเบาหวาน ทุก 3 ปี
|
เรารักษาเบาหวานไปเพื่ออะไร |
จุดประสงค์ของการรักษาเบาหวาน คือ
1. แก้ไขภาวะเจ็บป่วยเฉียบพลันที่เกิดจากระดับน้ำตาลสูงมาก จนอาจหมดสติ
2. แก้ไข อาการของเบาหวาน เช่น ปัสสาวะบ่อย น้ำหนักลด ฯลฯ
3. ป้องกันการเกิดโรคแทรกซ้อนที่เกิดขึ้นจากเบาหวาน โดยเฉพาะโรคหลอดเลือดตีบตัน เช่น อัมพาต โรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด โรคไตวาย แผลเรื้อรัง การอุดตันของหลอดเลือดแขนขา รวมทั้ง เบาหวานขึ้นตา และต้อกระจกด้วย
การควบคุม เบาหวานที่ดี คือ สามารถ ควบคุมระดับน้ำตาลหลังงดอาหาร ได้น้อยกว่า 120 มก./ดล.
|
การรักษาเบาหวานทำอย่างไร |
การรักษาโรคเบาหวาน ผู้ป่วยมีส่วนสำคัญในการรักษา มากกว่าแพทย์ การดูแลตนเองที่ถูกต้อง จะช่วยให้ควบคุมระดับ
น้ำตาลในเลือดได้ดี และไม่มีโรคแทรกซ้อน
- การควบคุมอาหาร เลือกทานอาหารที่มีความหวานต่ำ ปรับสัดส่วนอาหารให้เหมาะสม จะทำให้การดูดซึมกลูโคสช้าลง ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดลดลงได้
- การให้ยารับประทาน ยารับประทาน จะช่วยกระตุ้นการหลั่งอินสุลิน ทำให้มีการใช้กลูโคสมากขึ้น ลดการสร้างกลูโคสใหม่ในร่างกาย และยับยั้งการดูดซึมกลูโคส ทำให้ระดับน้ำตาลต่ำลงได้
- การฉีดอินสุลิน เพื่อทดแทนอินสุลินที่ขาดไป อินสุลินจะพากลูโคสเข้าไปใช้ในเนื้อเยื่อร่างกาย ทำให้ระดับน้ำตาลลดลงได้
- การออกกำลังกาย ทำให้มีการใช้พลังงาน ระดับน้ำตาลลดลงได้
การเลือกใช้การรักษาใด ขึ้นอยู่กับชนิดและความรุนแรงของเบาหวาน
โดย นพ.รักษ์พงศ์ เวียงเจริญ อายุรแพทย์