ตักบาตรดอกไม้ และ  ล้างเท้าพระสงฆ์

        เนื่องจากผู้เขียนได้อ่านหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ฉบับวันที่ ๑๕ ก.ค.๕๔  ได้พบประเพณีตักบาตรดอกไม้และล้างเท้าพระสงฆ์ ณ อำเภอพระพุทธบาท จ.สระบุรี  จึงได้มีโอกาสได้ไปร่วมพิธีในวันที่ ๑๖ ก.ค.๕๔ (จัดงาน ๑๔-๑๖ ก.ค.๕๔)

          ประเพณีตักบาตรดอกไม้ เป็นประเพณีสำคัญที่อยู่คู่กับวัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหารมาช้านานพี่น้องประชาชนชาวพระพุทธบาทและใกล้เคียงจะถือเอาวันเข้าพรรษาของทุกปี (ตรงกับแรม 1 ค่ำเดือน 8)เป็นวันตักบาตรดอกไม้ดอกเข้าพรรษา เป็นดอกไม้ชนิดหนึ่งต้นคล้าย ๆ ต้นกระชาย หรือ ขมิ้น สูงประมาณ 1 คืบเศษมีดอกสีเหลือง สีขาวและสีน้ำเงินม่วง ต้นดอกไม้เข้าพรรษานี้จะ ขึ้นตามไหล่เขาโพธิ์ลังกาหรือเขาสุวรรณบรรพต เทือกเขาวงและเขาพุใกล้ ๆ กับรอยพระพุทธบาทและจะผลิดอกเฉพาะช่วงเข้าพรรษาเท่านั้นจนชาวบ้านเรียกชื่อให้เป็นที่เหมาะสมว่า “ต้นเข้าพรรษา" ดอกไม้เข้าพรรษาที่ชาวพุทธออกไปเก็บนั้นดอกสีเหลือง ดอกสีขาว ดูจะหาง่ายไม่ลำบากยากเย็นนัก

            แต่การเก็บดอกไม้เข้าพรรษาสีม่วงเขาถือกันว่าถ้าใครออกไปเก็บดอกไม้เข้าพรรษาสีม่วง มาใส่บาตรได้คนนั้นจะได้รับบุญกุศลมากมายกว่าการนำดอกไม้สีอื่นๆ มาตักบาตร

           หลังจากที่พระภิกษุสงฆ์เดินรับบิณฑบาตรจากพุทธศาสนิกชนแล้วจะนำดอกไม้ไปสักการะ“รอยพระพุทธบาท” พระเจดีย์จุฬามณีอันเป็นพระเจดีย์ที่บรรจุพระเขี้ยวแก้วจำลองขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้วนำไปสักการะพระเจดีย์มหาธาตุองค์ใหญ่ซึ่งชาวพุทธถือว่าเป็นพระเจดีย์ที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุพระเจดีย์องค์นี้ทรงเหมือนกับองค์พระธาตุพนม เป็นการคารวะต่อองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าและระหว่างที่พระภิกษุเดินลงจากพระมณฑปนั้นพุทธศาสนิกชนก็จะนำเอาน้ำสะอาดมาล้างเท้าพระภิกษุสงฆ์ซึ่งถือว่าน้ำที่ได้ชำระล้างเท้าให้พระภิกษุสงฆ์นั้นเสมือนหนึ่งได้ชำระล้างบาปของตนด้วย

           สำหรับการจัดงานประพณีตักบาตรดอกไม้ในวันที่สองของการจัดงาน จะมีพิธีตักบาตรดอกไม้ 2 รอบคือ เวลา 10.00 น. และ 15.00 น. ส่วนในวันสุดท้ายของการจัดงานซึ่งตรงกับวันเข้าพรรษา

           จะมีพิธีถวายเทียนพรรษาพระราชทานและเทียนพรรษา ณ อุโบสถวัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร

           “ตักบาตรดอกไม้” นับเป็นประเพณีอันเก่าแก่ที่ควรค่าแห่งการอนุรักษ์ยิ่งเพราะหนึ่งปีมีหนึ่งครั้งและมีเพียงแห่งเดียวที่พระพุทธบาทราชวรมหาวิหารนอกจากชาวพุทธศาสนิกชน จะได้บุญกุศลอันยิ่งใหญ่กับการถวายดอกเข้าพรรษาแด่พระภิกษุสงฆ์แล้วยังตื่นตา ตื่นใจกับขบวนรถบุพชาติ ขบวนวัฒนธรรมและการแสดงศิลปพื้นบ้านด้วยที่ขาดเสียมิได้คือความงดงามของดอกเข้าพรรษา ที่บานสะพรั่ง ทั่วทั้งวัดพระพุทธบาทตลอดทั้ง 3 วัน