ตรงไหนลมไม่พัด เป็นเพราะตรงนั้นมีความกดอากาศเท่ากัน และตรงที่ลมไม่พัด ยังเพิ่มการสะสมความชื้นได้ ก็ทำให้เข้าใจได้ว่า การติดพัดลมดูด เป่า ติดสุ่มสี่สุ่มห้าจะกลายเป็นสร้างปัญหาเพิ่มถ้าไม่ดูทิศทางลมและสนใจเรื่อง ความชื้น ณ จุดนั้นๆซะก่อน

การไปตามดูความชื้นของหลายๆจุดในพื้นที่ ทั้งในและนอกตึกเพื่อทำความรู้จักพื้นที่ที่กำลังเป็นครู  แล้วจัดการป้องกันการติดเชื้อที่แพร่ได้ทางอากาศชี้มุมว่าการจัดการปัญหา ความชื้น ยังไงๆก็หนีไม่พ้นการเติมลมเข้าไปในพื้นที่ตึกจุดใดจุดหนึ่ง

เมื่อหวนกลับไปใช้หลักตรงไหนลมไม่พัด เป็นเพราะตรงนั้นมีความกดอากาศเท่ากัน และตรงที่ลมไม่พัด ยังเพิ่มการสะสมความชื้นได้ ก็ทำให้เข้าใจได้ว่า การติดพัดลมดูด เป่า ติดสุ่มสี่สุ่มห้าจะกลายเป็นสร้างปัญหาเพิ่มถ้าไม่ดูทิศทางลมและสนใจเรื่อง ความชื้น ณ จุดนั้นๆซะก่อน

ปัญหาตรงนี้แหละมั๊งที่ทำให้มีการกำหนดอัตราแลกเปลี่ยนอากาศไว้ให้โดยเฉพาะในหลายๆพื้นที่แบบให้หยิบเอาไปใช้ได้

ทีแรกไม่เข้าใจว่าอากาศแลกเปลี่ยนนี้หมายความถึงอะไร ทำไมต้องใช้มัน

นิยามของอากาศแลกเปลี่ยนที่ไปฟังเขามา เขาว่างี้ “Air change คือ ปริมาณอากาศในห้องที่ต้องเปลี่ยนให้หมดภายในกำหนดเวลา”

ส่วนใหญ่ความเร็วของการแลกเขาคิดเป็นจำนวนรอบต่อชั่วโมง หนึ่งรอบคิดเป็นหนึ่งครั้ง

ความเร็วเหล่านี้มีความหมายที่นำไปอิงหาพัดลมมาจ่ายลม-ดูดลมเพื่อให้ได้ลมเติม แล้วยังใช้พิจารณาไปถึงขนาดพัดลม มอเตอร์พัดลมด้วย

ที่ร.พ.เวลาร้องขอพัดลม ขนาดพัดลม ชนิดพัดลม พยาบาลทำหน้าที่ระบุมาให้หมดเลยเบ็ดเสร็จนะเออ  ช่างไฟฟ้าร.พ.ก็ทำแค่ไปซื้อหาพัดลมตามที่ขอและได้รับอนุมัติวงเงินให้ไปซื้อ ได้มาแล้วก็ติดตั้งให้ตรงจุดที่ขอให้ติดตั้งให้  ทำกันอยู่อย่างนี้มาตลอด

ไม่เคยคำนวณกันหรอกอัตราแลกเปลี่ยนอากาศนะ เมื่อรู้ว่าควรคำนวณซะก่อนไปซื้อหาพัดลมมาก็เป็นอะไรที่รู้แล้วทำให้อึ้ง

รู้แล้วก็เห็นซึ้งขึ้นอีกว่า เรื่องของการจัดการพื้นที่อย่างเช่นโรงพยาบาล ไม่ใช่เรื่องไก่เขี่ยหาข้าวกินแบบง่ายๆอย่างที่ทำกันอยู่  มันต้องการช่างที่มีภูมิรู้ ภูมิหลัง ที่เข้าใจเรื่องราวที่ซับซ้อนเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนรอบอากาศที่ต้องการใช้พัดลมเข้ามาแก้ปัญหาด้วยนะเออ

ไปลองค้นหาวิธีเลือกพัดลมที่เขาใช้อัตราแลกเปลี่ยนอากาศมาดู ที่แ้ท้จำนวนรอบที่ต้องการแลกเปลี่ยนนี้แหละกำหนดสเป็คของพัดลมโดยอัตโนมัติ

เข้าใจขึ้นแล้วละ เมื่อนำไปสร้างความสัมพันธ์กับปริมาตรห้องในเชิงคณิตศาสตร์ ความหมายของจำนวนรอบก็หมายถึงจำนวนเท่าของอากาศที่ต้องการเติมลงไปในปริมาตรห้องนั่นเอง

การเลือกรุ่นของพัดลมและมอเตอร์ของพัดลมจะได้มาจากผลการคำนวณนี้แหละนะ ซึ่งก็ยังงงๆว่าปริมาตรลมกับขนาดของมอร์เตอร์พัดลมมันมาเกี่ยวกันยังไง

ข้อมูลอัตราแลกเปลี่ยนอากาศสำหรับพื้นที่ร.พ.มีอยู่อย่างนี้

๑๐  รอบ สำหรับจุดนั่งคอยรอตรวจ ห้องน้ำ ห้องหม้ออบไอน้ำ  ห้องที่มีการใช้เครื่องช่วยหายใจ  ห้องล้างฟิล์ม 

๑๕  รอบ สำหรับห้องซักล้าง ห้องผ่าตัด   ห้องครัว                                                                             

๑๒  รอบ สำหรับห้องทำลายเชื้อ                                                                                                   

๖  รอบ สำหรับสำนักงาน ห้องผู้ป่วย ห้องตรวจโรค                                                                          

อยากรู้ขนาดพัดลมก็ให้คำนวณปริมาตรลมที่ต้องใช้แลกเปลี่ยนต่อชั่วโมงโดยเอาจำนวนรอบที่ต้องการแลกเปลี่ยนคูณปริมาตรห้อง ปรับหน่วยเมตรเป็นฟุตด้วยการคูณด้วย ๓๕.๒๘  แปลงผลลัพธ์ต่อเป็นปริมาตรลมต่อนาที จะนำไปสู่ขนาดพัดลม

มีคนระบุไว้ว่า พัดลมระบายอากาศขนาด ๘ นิ้ว ให้ปริมาตรลมได้ ๓๒๑ ลบ.ฟุตต่อนาที พัดลมระบายอากาศขนาด ๑๐ นิ้ว ให้ปริมาตรลมได้ ๕๕๑ ลบ.ฟุตต่อนาที ไม่รู้ตัวเลขตรงนี้ ใช่มาตรฐานของพัดลมทุกยี่ห้อที่มีขายในตลาดเมืองไทยหรือเปล่า

ถ้าสมมติขนาดห้องซักล้างมีปริมาตร ๑๐๐ ลบ.เมตร  คำนวณแล้วก็ได้ว่าถ้าจะเติมลมด้วยอัตราแลกเปลี่ยน ๑๕ รอบ ปริมาตรลมที่จะเติมจะอยู่ที่ ๘๘๒ ลบ.ฟุตต่อนาที

ถ้าตัวเลขข้างบนคือตัวเลขมาตรฐานของพัดลม ไปหาพัดลมดูดอากาศมาก็จะได้พัดลมมา ๒ ตัว ขนาด ๘ นิ้ว และ ๑๐ นิ้ว อย่างละ ๑ ตัว

ได้พัดลมมาแล้ว การติดเข้าไปในห้องตรงไหน สุ่มสี่สุ่มห้าติดก่อนจะรู้จักธรรมชาติของห้องน่าจะเป็นเรื่องที่ไม่น่าทำต่อไปแล้วหละ

ในห้องมีพัดลมอยู่แล้วเป็นแบบส่าย อย่างนี้ถ้าอยากรู้ว่าจะติดพัดลมเพิ่มเพื่อช่วยเติมลมกี่ตัว จะใช้วิธีย้อนรอยไปวัดขนาดของพัดลมแล้วนำมาคำนวณกลับให้รู้รอบลมที่เติมอยู่เดิม จะกลายเป็นมั่วนิ่มมั๊ยนะ

๙ มีนาคม ๒๕๕๔

บันทึกที่เกี่ยวข้อง: ฝนตกไม่ได้เพิ่มความชื้นแต่นอกอาคารแฮะ