..เช่นวันนี้ลูกวิพากษ์วิจารณ์ชื่อตึกตามประสาเด็ก แต่แม่เห็นว่า "ไม่เหมาะ" ที่จะ "ติ" ในเรื่องที่ไม่เป็นเรื่อง..

 

 

 

.

แก่วิพากษ์ลากถูชูชังเชิด

แก่วิจารณ์บานตะเลิดเถิดเทิงเท่ง

แก่เพ่งโทษโจษจันท์ท่านละเลง

แก่กะโหลกกระลาเองครื้นเครงจริง

.

แก่พูดดีเป็นศรีศักดิ์ตระหนักบ้าง

แก่ทำดีวันละอย่างอย่างดียิ่ง

แก่คิดดีวจีกายหมดร้ายชิง

แก่พาดพิงเลอะเทอะเปรอะไม่เอา

.

..

"กุลมาตา"

๙  กรกฎา  ๒๕๕๔

..

เรื่อง "แก่วิพากษ์วิจารณ์" ที่นำมาเป็นหัวข้อบันทึก

และแต่งเป็นกลอนในวันนี้นั้น

มีที่มาจาก "ลูกชาย" บ้านนี้เองค่ะ

บางครั้งเด็กๆในวัยกำลังเรียนรู้เช่นลูก

ก็หลุดเรื่องที่แม่เห็นสมควรแก้ไขมาบ้างเป็นปกติ

เช่น วันนี้ลูกวิพากษ์วิจารณ์ชื่อตึกตามประสาเด็ก

แต่แม่เห็นว่า "ไม่เหมาะ" ที่จะ "ติ" ในเรื่องไม่เป็นเรื่อง

เลยเตือนเขาว่า เป็นเรื่องความชอบ รสนิยม ส่วนบุคคล

แม่เห็นว่า..เป็นอกุศลที่จะไปคิดไปติ ไม่ใช่เรื่องของเรา

เดี๋ยวจะติดนิสัย เป็นพวกช่างวิพากษ์วิจารณ์ทุกเรื่อง

แบที่แม่และลูกเคยเจอคนประเภทนี้มาบ้าง

และนำไปสู่ "อคติ" รวมทั้งการโกหก กุ ยุ แข่ง แย่ง แช่ง

ไม่ใช่หนทาง "อริยะ" ศีลข้อ ๔ จะไปไม่ถึงไหนกัน

อันที่จริงก็ได้เตือนตัวเองด้วยเหมือนกัน

อะไรควรพูดไม่ควรพูดในกาละใดแม้เป็นเรื่องจริง

ตรงตามที่ครูบาอาจารย์ท่านสอนเลยค่ะ

..

 

(จากwww.plumvillage.org)