การทำนา แบบต่างคนต่างทำ ตัวใครตัวมัน ทำลายระบบความสามัคคีในชุมชน ที่นี่ยังมีรูปแบบการลงแขกดำนา แบบร่วมสมัย ลงแขกแถกหญ้าร่วมกัน

 

ที่ผ่านมา

ด้วยกลไกการเปลี่ยนเเปลง "รูปแบบวิธีการทำนา" 

 

จาก "นาดำ แบบดั้งเดิม" มีการเอาแรง ลงแขก กันตกกล้า ดำนา 

รักษาความสัมพันธ์ ความสามัคคี ในชุมชน 

 

มาสู่ยุค ที่ทางการส่งเสริม "นาหว่าน" แทน "นาดำมือ" 


เชื่อหรือไม่ว่า "ชาวนาไทยส่วนใหญ่จนลง"

จนลง เพราะ

 

1.ใช้ปัจจัยการผลิตเพิ่มขึ้น เมล็ดพันธุ์ ปุ๋ยเคมี ยาคุมหญ้า ยาฆ่าหญ้า 

นาหว่าน "ปิดทาง" ลงนาตั้งแต่บัดนั้น ยันบัดนี้ (ใช้แต่แรงงาน ปุ๋ย ยา ช่วยดูแลนา)

2.เปลี่ยนจากระบบ เอาแรง "ลงแขก" มาสู่ระบบ "ผู้จัดการนา"หนักเข้า เป็น "ชาวนาเทวดา" คอยอยู่ตามต้นไม้ริมนา โทรศัพท์สั่งงาน ชี้โบ้ ชี้เบ้ เป็นเทวดาซะงั้น  

 

3.ทำแบบ "ตัวใครตัวมัน" ไม่ช่วยเหลือกัน ทำนาเอาโล่ห์ เอาแต่ผลผลิต เข้าว่า ไม่ดู "กำไรที่แท้จริง" เสร็จพ่อค้า ตีเบี้ยหัวแตก เพราะไม่ใครมารวมกลุ่มต่อรอง

4."รีบ" ทำนา แบบไม่เข้าใจ ธรรมชาติ ของดิน ของข้าว 

5.ความสมดุล ของธรรมชาติเปลี่ยนเเปลงไป 

 

ต้องตั้งสติ ตั้งหลัก ถ้าจะอยู่รอดได้ 

ในภาวะต้นทุน ที่เป็นปัจจัยการผลิตจากภายนอก เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

เราชาวนา ไม่ใช่คนกำหนดราคา ขาย (เป็นผีเข้าป่าช้า )

 

กลับมาพัฒนารูปแบบ ระบบการทำนาใหม่ โดยใช้โครงสร้างทางสังคม ของชุมชน โดยชุมชน เพื่อชุมชน 

เพื่อก่อให้เกิดการ เอาแรง การจ้างงาน การสร้างรายได้ในชุมชน มีการพัฒนาการผลิต ที่มีความปลอดภัยต่อสิ่งแวดล้อม ด้วยรูปแบบร่วมสมัยกับเทคโนโลยี 

 

ยอมเหนื่อยอีก หน่อย แล้วกินอาหารอร่อยๆ  ดีกว่าไปจ่าย ค่ายาให้หมอ