ลพบุรี

นายฉัตรชัย   พรหมเลิศ  ผวจ.ลพบุรี กล่าวว่าเนื่องในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดชมหาราช ทรงมีพระชนมพรรษา ๗ รอบ ในวันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๔ ทางมูลนิธิโรงพยาบาล ๕๐ พรรษา มหาวชิราลงกรณ์ และโรงพยาบาล 50 พรรษามหาวชิราลงกรณ์ในพระสังฆราชูปถัมภ์ฯ ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข มูลนิธิพระรัตนตรัยในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร  สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ จะได้ร่วมกันจัดทำโครงการหน่วยแพทย์พระราชทานเคลื่อนที่ สำหรับพระภิกษุ สามเณรในพระราชูปถัมภ์ในพื้นที่จังหวัดลพบุรีในวันพฤหัสบดีที่ 7 กรกฎาคม  2554 เวลา 07.00น-11.00น ณวัดป่าเทพเนรมิต    ตำบลถนนใหญ่  อ.เมือง  จ.ลพบุรี  โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดชมหาราช ส่งเสริมให้พระภิกษุ สามเณร  ได้รับการตรวจคัดกรอง และประเมินสภาวะสุขภาพ  เพื่อวางแผนการดูแลด้านสุขภาพและนำไปสู่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ ให้บริการรักษาพยาบาล และฟื้นฟูทางการแพทย์แก่พระภิกษุ สามเณร ที่มีภาวการณ์เจ็บป่วยทั้งจังหวัด ตามวัตถุประสงค์ของมหาเถระสมาคม  ผวจ.ลพบุรี กล่าวอีกว่าสำหรับกิจกรรมตามโครงการหน่วยแพทย์พระราชทานเคลื่อนที่สำหรับพระภิกษุสามเณร ในพระราชูปถัมภ์ ประกอบด้วยการตรวจสุขภาพกลุ่มสามเณรอายุน้อยกว่า ๑๕ ปี โดยการประเมินภาวะโภชนาการ เฝ้าระวังภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก และการเฝ้าระวังภาวะทันตสุขภาพ ตลอดจนการตรวจสุขภาพพระภิกษุ สามเณร อายุ ๑๕ ปี ขึ้นไป โดยการตรวจร่างกาย การประเมินพฤติกรรมสุขภาพ การตรวจและรักษาด้วยแพทย์แผนปัจจุบัน และแพทย์แผนจีน      ผวจ.ลพบุรี กล่าวตอนท้ายสุดว่า ผลจากการจัดทำโครงการหน่วยแพทย์พระราชทานเคลื่อนที่สำหรับพระภิกษุ สามเณร ในพระราชูปถัมภ์ฯ ซึ่งได้มีแผนการออกตรวจสุขภาพและให้บริการทางการแพทย์ แก่พระภิกษุ สามเณร ทุกรูปในจังหวัดลพบุรี จำนวนทั้งสิ้น ๓,๙๔๒ รูป และได้มีกำหนดการออกหน่วยแพทย์พระราชทานเคลื่อนที่ฯ ร่วมกับมูลนิธิโรงพยาบาล ๕๐ พรรษา มหาวชิราลงกรณ ในครั้งนี้นี้ ซึ่งมีพระภิกษุเข้าร่วมการตรวจสุขภาพ จำนวน ๒๕๐ รูป ได้รับการสนับสนุนทีมแพทย์สมทบจากโรงพยาบาลพระนารายณ์มหาราช รวมทั้งทีมแพทย์จากมูลนิธิโรงพยาบาล ๕๐ พรรษามหาวชิราลงกรณ ซึ่งประกอบด้วยแพทย์แผนปัจจุบัน แพทย์แผนจีน จักษุแพทย์และหน่วยทันตกรรมเคลื่อนที่ การปฏิบัติงานโครงการหน่วยแพทย์พระราชทานในครั้งนี้ ได้รับความร่วมมือและสนับสนุนจากหน่วยราชการที่เกี่ยวข้อง ทั้งในระดับอำเภอ และจังหวัด ตลอดจนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อาสาสมัครสาธารณสุขเป็นอย่างดี