เรียน ท่านสมาชิกที่เคารพรักทุกท่าน
กระผมนำเสนอผลงานด้านสังคม ได้นำข้อคิดข้อเขียนเสนอผ่านเว็บไซต์ “ธรรมชาติธรรมค้ำจุนโลก”
กระผมมีกำลังใจอย่างยิ่งที่ท่านเข้าชมเป็นจำนวนไม่น้อย ทั้งยังแสดงความคิดเห็นอย่างต่อเนื่องตลอดมา กระผมจะทยอยข้อคิดข้อเขียนถึงท่านอย่างสม่ำเสมอ และต่อเนื่อง ผ่านเว็บไซต์ดังที่ให้ไว้ข้างล่าง
ขอแนะนำครับ
ท่านคลิกเว็บที่ให้ไว้นี้ สู่เว็บได้ทันที (ท่านไม่ต้องพิมพ์เว็บให้เสียเวลา)
คลิกเลยครับ
และ
http://www.nature-dhama.ob.tc
ศาสนาพระศรีอาริย์ใช่เรื่องละเมอเพ้อฝัน
ตอนที่ 6
นี่ได้แสดงให้เห็นแล้วว่า สภาพในโลกพระศรีอาริย์นั้นเป็นอย่างนั้นอยู่ในวิสัยที่จะเป็นได้ แต่คนเวลานี้ไม่ต้องการ เพราะเขาต้องการอะไรมากเกินไปกว่าโลกพระศรีอาริย์ เพราะว่าเขามีกิเลสมาก โลกพระศรีอาริย์นั้น จะเป็นที่ต้องการแต่สำหรับบุคคลที่ไม่มีกิเลส หรือต้องการจะชำระล้างกิเลส จึงจะเกิดต้องการโลกพระศรีอาริย์ เดี๋ยวนี้คนอยากอยู่ในกองกิเลส จึงไม่ต้องการโลกพระศรีอาริย์ ต้องการเหยื่อของกามารมณ์ ไม่มีขอบเขตเรื่องกิน เรื่องกาม เรื่องเกียรติไม่มีขอบเขต
เอาละพอกันทีสำหรับคำว่า "โลกของพระศรอาริย์นั้นไม่ใช่เรื่องเพ้อเจ้อ" มาใช่เรื่อง บ้า ๆ บอ ๆ ม่ใช่เรื่องหลอกกันเล่น แล้วก็ไม่ใช่เรื่องเทพนิยายอะไร เป็นเร่าองของมนุษย์โดยตรง ถ้าทำกันไปถึงขนาดนั้นแล้วก็จะเกิดสภาพอย่างนั้นขึ้นมา พอที่จะเรียกว่าโลกพระศรีอาริย์ หรือให้เต็มที่ก็เรียกว่า โลกพระศรีอาริยเมตไตรย เมตไตรยโลกแห่งความเป็นมิตร อันสูงสุดประเสริฐที่สุด เมตรไตรนั้นแปลว่ามิตร ทุกคนเป็นมิตรเสมอกันหมดไม่ต้องมีว่า ผัวของใคร เมียของใคร บิดาของใคร ลูกของใคร หลานของใคร ไม่มีแขก ไม่มีเจ้าบ้าน เพราะเป็นมิตรเหมือนกันหมด คล้าย ๆ กับว่า ทุกคนเป็นคนเดียวกัน
ที่นี้จะพูดต่อไปอีกปัญหาหนึ่งว่า ทำอย่างไรจึงจะมีสภาพที่เป็นศาสนาของพระศรีอาริย์ หรือโลกของพระศรอาริย์ขึ้นมาได้
ข้อที่ 1 มนุษย์ในโลกจะต้องมีระบอบการปกครอง ที่ตรงตามความประสงค์ของพระเจ้า หรือธรรมชาติ เพราะพระเจ้าบอกให้รักผู้อื่นกว่ารักตัว นี่เราก็สั่นหัว เมื่อพระเจ้าว่าอย่าไปทำลายทรัพยากรธรรมชาติโดยไม่จำเป็น อย่างนี้เราก็สั่นหัว เราระบอบการปกครองที่จะแข่งขันกัน ครอบงำกัน ก็ผลิตเรื่องทางวัตถุขึ้นมาสำหรับจะเอาชนะผู้อื่น เป็นเรื่องทำลายธรรมชาติอย่างนี้ ไม่ตรงตามความประสงค์ของธรรมชาติ แล้วไม่ตรงตามประสงค์ของพระเจ้า ที่ต้องการให้เป็นอยู่แต่พอดี ให้มีความรักผู้อื่นยิ่งกว่าตัว ถ้ามากเกินไป รักผู้อื่นเท่ากับรักตัว
เดี๋ยวนี้เราไม่มี ระบอบการปกครองที่ตรงตามความประสงค์ของพระเป็นเจ้า แต่เรามีระบอบการปกครอง ที่ตรงตามความประสงค์ของกิเลสของเรา ฉะนั้นเราจึงทำลายธรรมชาติ ทำลายอะไรต่าง ๆ ที่เราคิดว่ามันเป็นความเจริญ แต่ความเจริญนั้นเป็นไปเพื่อความวินาศ จึงได้พูดกันอย่างละเอียดในวันที่แล้วมา ว่ามนุษย์กำลังวิวัฒนาการ หรือกำลังพัฒนาการไปอย่างสุดเหวี่ยง แต่ว่าเป็นไปเพื่อวินาศนาการของมนุษย์นั้นเอง มันเจริญเพื่อวินาศของตัวเอง
ที่นี้ข้อที่ 2 ที่ว่า ต้องมีระบบการปกครองที่มีศีลธรรมเป็นรากฐานของการปกครอง หรือเป็นรากฐานแก่ศีลธรรม มีการปกครองที่เป็นรากฐานของศีลธรรมได้ หรือมีศีลธรรมเป็นรากฐานของการปกครองก็ได้