นี่ฉันกำลังเยียวยาสิ่งแวดล้อม ด้วยการใช้วาจาพิฆาต..หรือ..?

การเขียนคือการสื่อสารกับตัวเอง..การสำนึกได้ด้วยตนเองคือปฐมบทการเยียวยา

           สิ่งแวดล้อมของฉันคือทุกอย่างรอบตัว เสียง แสง สี หรือประสาทสัมผัส โรงพยาบาลแห่งนี้  สร้างชีวิตฉันและคนอื่นๆมานานกว่าครึ่งทาง  เสียงตึงตังของเครื่องจักรทำงาน  การทุบรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างเก่าๆ  กลิ่นฝุ่นควัน เศษอิฐฟุ้งกระจายคือสิ่งแวดล้อมที่ฉันสัมผัสได้ในเวลานี้   การปรับภูมิทัศน์ภายในโรงพยาบาลให้สวยงามอยู่เนืองๆ   คือหนึ่งในการสร้างสิ่งแวดล้อมเพื่อการเยียวยาของโรงพยาบาล หรือที่คนอื่นๆเค้าเรียกกัน Healing Environment  หรือเปล่านะ..ความหมายช่างดูห่างไกลต่อความเข้าใจของฉันมากนักโดยเฉพาะในห้องICU  

 

   เกือบ 20 ปี บ้านหลังที่สองของฉัน ก็คือห้องผู้ป่วยหนักอายุรกรรม ในมุมมองหลายๆคนก็คือห้องทึบสี่เหลี่ยม ที่มีเตียงผู้ป่วยเรียงราย  เปิดไฟสว่างโร่ทั้งวันคืน ทุกโมงยามคนไข้เหมือนถูกขังในที่แคบๆ  ยามหลับก็ต้องตกใจตื่นกับเสียงหวีดเตือนสัญญาณชีวิตของเตียงข้างๆ   เสียงร่ำไห้คร่ำครวญ เอะอะโวยวายของญาติ ทุกสิ่งอย่างในห้องICU น่าหวาดกลัวแทบทั้งสิ้น  ทุกวันไม่เคยมีเตียงว่างให้ได้เห็น ยังมีอีกหลายคนที่ไม่มีโอกาส  ได้เข้ามาเยียวยาชีวิตเขาในICU    บางครั้งฉันก็รู้สึกท้อขึ้นมาบ้างเหมือนกัน นี่คือสิ่งแวดล้อมของผู้ให้บริการอย่างฉัน  นี่คือสิ่งแวดล้อมที่แท้จริงของทั้งคนไข้และญาติห้องICU 

เวรดึกคืนนี้ช่างวุ่นวายเสียจริง..ตั้งแต่ต้นเวรก็ได้ออกแรงช่วยปั๊มหัวใจคนไข้เจ็บหน้าอก ที่พึ่งเข้ามาตอนหัวค่ำ โชคดีเหลือเกินที่ทีมเราทำได้สำเร็จ  คนหนึ่งกำลังช๊อคต้องคอยเฝ้าปรับยาความดัน อีกคนนึงก็ยุกยิกๆ แอบดึงท่อช่วยหายใจที่ไม่พึงประสงค์สำหรับตัวเองออก (แต่พึงประสงค์ต่อผู้ให้การเยียวยา)      ดึกดื่นแค่ไหน ทีมพยาบาลเราก็เดินสวนสนามกันให้วุ่น คอยช่วยกันดูแลเฝ้าระวังจนเช้า คนที่ถ่ายเป็นเลือดสีแดงสด กลิ่นคาวคลุ้งทั่วห้องหน้าซีดมากต้องรีบหาเลือดมาให้กันอีก พอเช้ามายังต้องยุ่งกับแฟ้มกองโต... “หมอๆ (ทั้งที่ผู้ถูกเรียกหาคือพยาบาล) พ่อชั้นเค้าหิวน้ำ ช่วยเอาน้ำใส่ปากให้พ่อชั้นกินที”  น้ำเสียงห้วนดุดัน ดังขึ้นตรงหน้า   

     แวบแรกของการได้ยิน ฉันคิดในใจยัยคนนี้ช่างไม่รู้อะไรเสียเลย คนกำลังยุ่งๆ ถามมาได้   “ญาติเตียงไหนคะคุณ คนไข้กินเข้าไปไม่ได้ ยังใส่ท่อช่วยหายใจทางปากอยู่”    หนึ่งคำที่แค่ได้ยินด้วยหู  ฉันก้มหน้าก้มตาพูด โดยไม่ละสายตาจากการเร่งจุดปรอทแฟ้มคนไข้ เพียงหวังให้งานตรงหน้าเสร็จเสียที  “ไม่ให้กินตอนนี้..แต่พ่อชั้นหิวนะ พ่อไม่ได้กินอะไรตั้งแต่เมื่อวานแล้ว ถ้าพ่อชั้นเป็นอะไรไปหล่ะ” 

    ฉันเริ่มสัมผัสน้ำเสียงสั่นเครือ ได้ยินเสียงพูดด้วยใจ นั่นทำให้ฉันวางปากกาลง หญิงสาวตรงหน้าตัวสูงใหญ่ ผิวคล้ำดำบอกถึงการกรำแดดฝน  สีหน้าเป็นทุกข์น้ำใสๆ รื้นคลอในแววตา “ขอโทษนะคะ เชิญนั่งก่อนค่ะ คุณเป็นลูกสาวคนไข้ใช่มั๊ยคะ”...แล้วบทสนทนาของเราก็พรั่งพรู  ตั้งใจรับฟัง อดทนกับความรู้สึกโกรธของญาติ ส่งผ่านข้อมูลด้วยวาจาอ่อนโยน  ด้วยความเข้าใจ  ช่วยคลายความทุกข์กังวล ความรู้สึกผิดที่คิดว่าตนเองยังไม่ได้ดูแลผู้บังเกิดเกล้า  เป็นห่วงอาการของพ่อจนนอนไม่หลับทั้งคืน ฉันรู้สึกละอายใจกับพฤติกรรมของตนเอง ที่แสดงออกไปในแวบแรกด้วยอารมณ์เสียเหลือเกิน นี่เรากำลังเยียวยาญาติด้วยวาจา(พิฆาต) อยู่ใช่ไหม ?

 

    ICU ของฉันรอวันรื้อถอนอีกไม่กี่วันข้างหน้า บรรยากาศที่เป็นอยู่ สิ่งที่พอจะทำได้บ้าง ก็เพียงนำต้นไม้ 2-3 กระถางมาจัดวางในห้องน้ำ สีเขียวช่วยให้แลดูแจ่มใสสบายตาขึ้น  น้องๆพยายามจัดสถานที่ให้สะอาดสวยงาม ลดโทนเสียงเครื่องมืออุปกรณ์ ช่วยกันปิดไฟบริเวณที่ไม่ใช้งาน มีเทปธรรมะให้ยืมฟังเพื่อผ่อนคลาย จัดหาหนังสือธรรมะให้ผู้ป่วยและญาติได้อ่าน(แต่ก็สูญหายบ่อยเหลือเกิน) บอร์ดตามผนังที่มีแต่ตัวดัชนี้ชี้วัด..คงจะต้องปรับปรุง หาภาพดอกไม้ วิวสวยงามมาติดแทน  บอร์ดสื่อสารกันเองคงทำให้ดูง่ายกว่านี้ คงต้องรออีกล่ะ..รอๆ(แล้วได้อะไร)

อีกหนึ่งสิ่งแวดล้อมที่สำคัญคือคน ผู้ป่วยและญาติICU  รู้เพียงว่าที่นี่คือที่พึ่งพิง คือที่เยียวยาชีวิตเขา การเข้าใจและรับรู้ถึงความเป็นมนุษย์ที่มีชีวิตจิตใจ มีตัวตนของเขา คงเป็นการเยียวยาที่ดีที่สุดในตอนนี้  ในยามปกติสุขคงไม่มีใครอยากเข้ามาเดินเล่นในโรงพยาบาล   ปัจเจกที่ทุกคนสร้างได้คือการรู้จักขอโทษและให้อภัย “มาโรงพยาบาลไม่ถูกด่า เจอหมอพยาบาล พูดเพราะๆ ก็หายแล้ว”    

   การสร้างสิ่งเเวดล้อมที่เอื้อต่อการเยียวยา คงไม่ใช่เพียงการทาสีตึกใหม่ จัดต้นไม้ทำสวนหย่อมหรือน้ำตกจำลอง ส่วนหนึ่งของการเยียวยาคนเจ็บไข้ คือวาจา ซึ่งในบางครั้งคำพูดวาจาของเราก็พิฆาตผู้คนได้  

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน แสงตะวันในไอซียู



ความเห็น (1)

เขียนเมื่อ 

เป็นกำลังใจให้ค่ะ