เรียน ท่านสมาชิกที่เคารพรักทุกท่าน
กระผมนำเสนอผลงานด้านสังคม ได้นำข้อคิดข้อเขียนเสนอผ่านเว็บไซต์ “ธรรมชาติธรรมค้ำจุนโลก”
กระผมมีกำลังใจอย่างยิ่งที่ท่านเข้าชมเป็นจำนวนไม่น้อย ทั้งยังแสดงความคิดเห็นอย่างต่อเนื่องตลอดมา กระผมจะทยอยข้อคิดข้อเขียนถึงท่านอย่างสม่ำเสมอ และต่อเนื่อง ผ่านเว็บไซต์ดังที่ให้ไว้ข้างล่าง
ขอแนะนำครับ
ท่านคลิกเว็บที่ให้ไว้นี้ สู่เว็บได้ทันที (ท่านไม่ต้องพิมพ์เว็บให้เสียเวลา)
คลิกเลยครับ
และ
ศาสนาพระศรีอาริย์ใช่เรื่องละเมอเพ้อฝัน
ตอนที่ 3
ที่กล่าวไว้ว่า "คนออกนอกบ้านก็จำกันไม่ได้" ว่าเป็นภรรยาของเรา เป็นสามีของเรา เป็นหลานของเรา เพราะว่ามันดีเหมือนกันไปหมด จนดูไม่ออก ไม่มีใครที่น่ารังเกียจไม่มีใครที่ดูแล้วมันน่าอันตรายไม่อยากเข้าใกล้หรือว่าไม่มีอะไร ที่มันทำให้เกิดความรังเกียจ หรือกลัว ก็เลยดูมันเหมือนกันไปหมด จำไม่ได้ ในสภาพของศีลธรรมต่อเมื่อใครกลับมาบ้านจึงจะรู้ว่า อ้าว, นี่บุตรของเรา ภรรยาของเรา สามีของเรา นี้แม้จะไปที่ไหน ๆ มันก็เหมือนกันไปหมดอย่างนั้น คือมีตุคนดี มีศีลธรรมเสมอเหมือนกันไปหมด
ก็ลองนึกถึงธัมมิกสังคมนิยม ถ้าคนอิ่มอยู่ด้วยจิตใจ ประพฤติดีอยู่ที่กาย วาจา ใจ อย่างที่ว่ามาแล้วมันก็ไม่มีอันตรายอะไรไม่มีที่น่าเกลียดน่ากลัวหรือว่าแปลกออกไปจากที่เราต้องการ
ที่ว่า "นอนไม่ต้องปิดประตู สร้างบ้านไม่ต้องมีประตู" เพราะมันไม่มีการเบียดเบียน นี้คำพูดอุปมา เพียงคำเดียวก็กินความกว้างไปถึงว่าไม่มีการเบียดเบียนโดยการประการทั้งปวง นอนไม่ต้องปิดประตูเรือน หรือทำบ้านก็ไม่ต้องทำประตู อย่างนี้เป็นต้น ก็ไปเปรียบเทียบเอาเองว่าเดี๋ยวนี้ทั้งที่มีประตู มันก็ยังไม่ไหว มันก็ยังงัดประตู
ที่ว่า "มารดาเอาแต่ให้ลูกน้อยต้นรำอยู่บนหัวอก" นี่มันเป็นภาพพจน์อันหนึ่ง ซึ่งพอจะมองเห็นว่า แม้ในโลกนี้ก็มีลูกเล็ก ๆ เต้นอยู่บนอกของมารดา ที่นอนหงายอยู่นี้ ก็แสดงว่าเป็นผู้ที่ไม่มีทุกข์ร้อน เป็นครอบครัวที่ไม่ทุกข์ร้อนอะไร ไม่มีปัญหายุ่งยากอะไร ต้องอาศัยหลักอย่างที่กล่าวมาแล้วว่า มันไม่ต้องการอะไร เกินกว่าที่จำเป็น ความหวังดีต่อกัน ความช่วยเหลือกัน มันท่วมท้นไปหมด จนไม่มีภาระหนักอกหนักใจเหลืออยู่ที่ใคร อย่างนี้ จึงอุปมากันอย่างนี้
เรื่อง "ไม่มีโจรไม่มีขโมย" ทำบ้านไม่ต้องปิดประตูนี่เป็นเรื่องที่กล่าวไว้ในคัมภีร์ ว่าจะมียุคพระศรีอาริย์ แต่ที่น่าประหลาดที่ว่าในบันทึกบางเรื่องทางโบราณคดี มีชาวอาหรับได้บันทึกไว้ ทางบ้านเมืองแถบนี้ คืออาณาจักรศรีวิชัย ซึ่งพวกอาหรับเรียกว่าอาณาจักรซาบาก ซึ่งประมาณสักพันกว่าปีนี้เอง ในบันทึกของชนอาหรับเหล่านั้น มีเรื่องที่น่าประหลาด น่าอัศจรรย์ อะไรบางอย่างโดยเฉพาะอย่างกำลังพูดนี้ คือนอนไม่ต้องปิดประตูบ้าน เพราะว่าไม่มีขโมย และไม่มีใครขโมยจนถึงกับว่า ของตกอยู่กลางถนนไม่มีใครเก็บเอาเป็นของตัว เพราะว่าเห็นว่าเป็นความบาป
ที่ว่า "สภาพความเป็นอยู่ แผ่นดินสะอาดสะอ้าน เรียบราบเสมอเหมือนหน้ากลอง ไม่ลุ่ม ๆ ดอน ๆ" ก็เพราะว่าทุกคนไม่มีเป็นข้าศึกศัตรูแก่กัน มันเหมือนกับว่า เรามีความรู้สึกพอใจ ไม่มีอะไรขรุขระขยุกขยิกอยู่ในใจ ตัวเราเองก็ไม่มีความชั่ว ใคร ๆ ก็ไม่มีความชั่ว มันเหมือนกันหมด มันเท่ากัน จะเรียกว่ามีความดีก็ได้ ไม่เรียกว่ามีความดีก็ได้ เอาว่าไม่มีดี ไม่มีชั่วดีกว่า มันเสมอเท่ากันไปหมด