เก่งเรียน แต่อ่อนวิชาพละศึกษา คุณจะแก้ไขอย่างไร

หลังเลิกงานของวันศุกร์ 24 มิย.2554 ครอบครัวผมไปหาน้องหยกที่นครสวรรค์ ก็คงเหมือนกับผู้ปกครองอีกหลายๆ ท่านนั่นแหละครับ 18.00 น. ผมจอดรถฝั่งตรงข้ามกับโรงเรียนนครสวรรค์ซึ่งสถานที่เรียนพิเศษของน้องหยก เค้าเรียนคณิตศาสตร์คุณครูเตือนใจที่นี่ วันนี้ผมมาทันรับเค้าหลังเลิกเรียน ได้รู้จักตัวคุณครูวันนี้คุณครูใส่ชุดสีเหลืองสดใส ได้เห็นการเรียนการสอน ดีครับการเรียนเข้มข้นดี เมื่อเลิกเรียนเราก็ได้ไปทานอาหารที่ริมน้ำซึ่งเค้าจัดให้มีตลาดนัดคนเดินด้วย จากนั้นก็เข้าที่พักกันครับ

 

หลังจากวางสัมภาระเข้าที่เข้าทางแล้ว จริงๆ ตั้งแต่พบหน้ากันเจ้าลูกสาวก็มีเรื่องราวมากมายเล่าให้ฟังมาตลอดเลยล่ะ จนผมเกือบลืมที่จะได้ถามสาระสำคัญไปเลย

นึกขึ้นได้ก็ได้ชวนคุยเรื่องปัญหาการเรียน ก็ได้พบว่าวิชาหลักนั้นสนุกและไม่มีปัญหากับเป้าหมาย แต่เจ้าวิชารองนี่ซิ เป็นปัญหาตัวแดงเลย

ผมก็แนะนำให้ลูกเอากระดาษมาหนึ่งแผ่นและก็เขียน วิชาต่างๆ ที่เรียนลงไป และช่องที่สองก็เป็นช่องเกรดที่เราคิดว่าจะได้ในเทอมหนึ่ง ช่องที่สามก็เป็นเกรดที่อยากได้ ช่องที่สี่ก็เป็นเกรดของเพื่อนคนที่เก่งที่สุดในห้อง เค้าก็ทำตามนะครับ และผลก็ออกมาว่า

เกรดที่เค้าจะได้ในเทอมหนึ่งเท่ากับ 3.63

เกรดที่อยากได้ 4.00

เพื่อนที่เก่งที่สุด 4.00

คำถามของผมก็คือ พอใจหรือเปล่า เค้าก็ยิ้มเจื่อนๆ และส่ายหน้า ผมก็ถามต่อว่า แล้วมีทางแก้ไขหรือเปล่า ก็ยังนิ่งๆ อยู่ ผมก็บอกว่า นี่เป็นสิ่งที่จะเกิดในอนาคต ในเดือนกันยายนโน้น ตอนนี้ยังสามารถแก้ไขได้ แล้วเราก็มาดูตัวที่ได้เกรดไม่ค่อยดี จากนั้นก็เจาะลงไปว่า เค้าให้ทำอะไร อย่างไร ดูจากอะไร ทำอย่างไรถึงจะได้คะแนนสูงขึ้น เค้าเองก็ติดตามกับเรื่องราวที่ผมคุยด้วยเรื่อยมา

เราพูดถึงการกำหนดเป้าหมายในระยะครึ่งเทอม หนึ่งเทอม ลูกสาวเป็นคนที่ชอบ
จะจำยอมสิ่งที่ตนเองเป็นจุดอ่อนอยู่เรื่อย ผมกำลังพูดถึงเรื่องของวิชาพละนะครับ เช่น การโหนบาร์แล้วค้างไว้ 5-10วินาที , การอันเดอร์วอลเล่ย์บอล , การซิทอัพให้ได้จำนวนครั้งในเวลาที่กำหนด , สารพัดเรื่องราวที่เกี่ยวกับการกีฬา กีฑา นั่นแหละ

พูดแล้วคุณแม่ก็เสริมอีกว่า แม่ก็ทำไม่ค่อยได้เหมือนกัน เวลาเรียนตรงนี้ก็ต้องยอมเพื่อนๆ ผู้ชายกันไป เพราะเราเป็นพวกที่เก่งเรื่องเรียน กีฬาก็อ่อนเป็นธรรมดา

ผมฟังแล้วก็ยอมรับไม่ได้ แต่ก็ต้องนิ่งและก็ต้องอัตถาธิบายความคิด หลักคิดของตนเองว่า

โดยก่อนอื่นก็จะต้องพูดให้ทราบก่อนว่า เรื่องนี้จำเป็น หรือสำคัญหรือไม่ ซึ่งผมก็อธิบายว่า

ในห้องหนึ่งนี่เค้าเรียนกัน

กลุ่มใหญ่เลยนี่ก็ต้อง 80% ขึ้นไปใช่หรือเปล่า

และเจ้า 80 เปอร์เซ็นท์ที่ว่านี่คิดมาจาก 80 เปอร์เซ็นต์ของทุกวิชาที่เรียนนี่ใช่หรือเปล่า คำตอบคือใช่ คำถามต่อไปก็คือ

แล้วเรายอมรับได้มั๊ยที่จะต้องเป็นคนนอกกลุ่มใหญ่ดังกล่าวน่ะ ถ้ารับได้ก็ไม่ต้องทำอะไรเพิ่มแล้ว แต่ถ้ารับไม่ได้ ไม่อยากเป็นกลุ่มบุคคลชั้นสอง ก็ต้องทำให้ทุกวิชาได้ 80 เปอร์เซ็นต์ขึ้นไป

ไม่ว่าวิชานั้นจะเป็นวิชาหลัก หรือวิชาไม้ประดับก็ตาม ใช่หรือไม่

เค้าเองก็ตอบว่าใช่ ด้วยใบหน้าที่งงๆ ..

จากนั้นผมก็เล่าต่อว่า อย่างเจ้าวิชาพละศึกษานี่ ก็สามารถทำให้ได้ 80 เปอร์เซ็นต์ได้เช่นเดียวกัน

โดยเราจะลงไปดูในรายละเอียดกันเลยนะ เค้ามีอะไรกันบ้าง สาเหตุของการไม่สามารถทำได้คืออะไร อย่างซิทอัพนี่ ปัญหาของเราคือสามารถทำได้นะ แต่ไม่ได้จำนวนครั้งในระยะเวลาที่กำหนด สาเหตุก็คือความแข็งแรงของกล้ามหน้าท้องไม่พอ เรายังสามารถแก้ไขได้เนื่องจากตอนนี้ยังเหลือเวลาอีกครึ่งเดือนกว่าจึงจะสอบกลางภาค

เราก็ต้องแบ่งเวลาจากการเรียนที่หนักอยู่แล้วมาวันละ10-15 นาที

ในวันนี้ลองดูซิ ได้หนึ่งครั้งก็เอาแล้ว วันพรุ่งนี้ก็ทำอีก 1 ครั้ง ทำไปเรื่อยๆ กล้ามเนื้อจะแข็งแรงขึ้นและจะเพิ่มเป็นสอง เป็นสาม ไปจนถึงเป็นร้อยครั้งก็ยังได้ แบบนี้ก็น่าจะสร้างความมั่นใจในการสอบการซิทอัพได้นะ เค้าเองก็เห็นด้วย

ส่วนเจ้าโหนบาร์นี่ก็สามารถทำได้เหมือนกันนะ ใช้หลักคิดเช่นเดียวกันคือ ทำเท่าที่ทำได้ไปก่อน ทำบ่อยๆ และก็เพิ่มจำนวนตามกำลังที่แกร่งขึ้น ผมแนะนำว่า ในตอนเช้าที่เราไปโรงเรียนเราก็เลือกเส้นทางที่มันผ่านเจ้าบาร์หรืออะไรก็ได้ที่มีลักษณะคล้ายกัน แล้วก็แวะดึงข้อทุกครั้งที่มีโอกาส อาจจะทั้งไปทั้งกลับหอพัก แรกๆ อาจจะกระโดดแล้วไม่สามารถค้างได้ก็ไม่เป็นไร แต่ในครั้งที่สาม ครั้งที่สี่จะต้องค้างได้แน่ๆ ไม่ 1 วิ ก็ 2 วินาที และต่อไปก็จะได้จำนวนเวลาครบตามที่อาจารย์ต้องการได้

ผมก็แนะนำในทุกๆ วิชา ด้วยเหตุด้วยผล เพราะถ้าเราไม่ทำอะไร ก็จะต้องตกแน่ๆ เลย สาระสำคัญของการแนะนำก็คือ สิ่งที่ทำไม่ได้ในโลกนี้ทุกอย่างมีทางแก้ไข เราทำเองไม่ได้ก็ไปขอคำแนะนำคนที่เค้าทำได้ เราต้องเลือกถามเพื่อนที่เค้าเก่งในสิ่งที่เป็นจุดอ่อนของเราไม่ควรไปปรึกษาคนที่มีจุดอ่อนเหมือนกันเพราะจะเป็นการสร้างกลุ่มเพื่อนที่ให้ความอบอุ่นในการยอมแพ้ ทั้งๆ ที่เรื่องราวเหล่านั้นไม่ใช่เรื่องยากเลย น่าเสียดายมากๆ

และอีกประเด็นก็คือการเพิ่มความเร็วความคล่อง โดยเชื่อว่า ไม่ว่าสิ่งใดๆ ในโลกนี้นะ การทำซ้ำแล้วซ้ำอีก จะทำให้เราคล่องขึ้น ทำให้เราใช้เวลาในการทำสิ่งยากๆ ได้ในเวลาที่น้อยลง

เมื่อเค้าได้ฟังเค้าเข้าใจราวกับแลเห็นแสงที่ปลายอุโมงค์นะ มีความหวัง และเป็นสิ่งที่เค้าต้องการอย่างมาก จากนั้นเราก็พักผ่อนนอนหลับ ฝันดี จนกระทั่งเช้า

ตื่นเช้ามาก็หาอาหารทาน ขับรถไปชมทรรศนียภาพในเมืองนครสวรรค์ ท้ายก็มาพักผ่อน พาน้องมาเล่นของเล่นที่หนองสมบุญ ขณะเราได้ดูพี่ๆนักเรียนโรงเรียนนวมินทร์นครสวรรค์ซ้อมลีดเดอร์กันอย่างเพลินๆ น้องหยกก็ชวนผมให้ไปเป็นเพื่อนเค้า เค้าจะไปซิทอัพซึ่งที่นี่มีเครื่องออกกำลังกายมากมาย เค้าก็ซิทอัพได้หนึ่งถึงสองครั้ง ได้โหนบาร์ซึ่งเจ้าบาร์นี่ยังดึงไม่ขึ้นเลย ผมต้องช่วยยกตัวขึ้นเพื่อให้ทำได้ ก็สนุกกันไปนะครับ แต่สิ่งต่างๆ เหล่านี้ก็ทำให้ผมประหลาดใจอย่างมากนะครับ ความเข้าใจนี่สามารถสร้างแรงบันดาลใจได้ เมื่อเขามีแรงบันดาลใจแล้ว ได้ลงมือปฏิบัติแล้ว ความสำเร็จต้องอยู่ในมือเค้าอย่างแน่นอนเพราะเค้าทำมาจากหัวใจของเค้าเอง

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ง่ายๆกับการสร้างความสุขให้กับชีวิตประจำวัน



ความเห็น (3)

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะคุณเพชร

  • กำลังใจส่งมาให้ทุกวัน เฝ้าดูคืนวันที่เค๊าจะเติบโตนะคะ
  • คุณยายมาเยี่ยมหลานสาวด้วยคนค่ะ

 

สวัสดีครับคุณยาย ขอบคุณนะครับ

ลูกสาวเป็นคนที่ชอบ

จะจำยอมสิ่งที่ตนเองเป็นจุดอ่อนอยู่เรื่อย ผมกำลังพูดถึงเรื่องของวิชาพละนะครับ เช่น การโหนบาร์แล้วค้างไว้ 5-10วินาที , การอันเดอร์วอลเล่ย์บอล , การซิทอัพให้ได้จำนวนครั้งในเวลาที่กำหนด , สารพัดเรื่องราวที่เกี่ยวกับการกีฬา กีฑา นั่นแหละ

พูดแล้วคุณแม่ก็เสริมอีกว่า แม่ก็ทำไม่ค่อยได้เหมือนกัน เวลาเรียนตรงนี้ก็ต้องยอมเพื่อนๆ ผู้ชายกันไป เพราะเราเป็นพวกที่เก่งเรื่องเรียน กีฬาก็อ่อนเป็นธรรมดา

ผมฟังแล้วก็ยอมรับไม่ได้ แต่ก็ต้องนิ่งและก็ต้องอัตถาธิบายความคิด หลักคิดของตนเองว่า