ดังนั้น “ผญา” ในที่นี้จึงหมายถึงผู้รอบรู้ ผู้รักในความรู้ หรือเป็นผู้นำทางด้านความคิด ในลักษณะของการสร้างรูปแบบแห่งการประพฤติปฏิบัติที่ดีงามเฉพาะขึ้น ตลอดจนถึงการอุทิศตนต่อส่วนรวม สังคม ประเทศชาติ ด้วยการพัฒนาตนจนเป็นองค์แห่งความเรียนรู้ พร้อมเผยแผ่องค์แห่งความรู้นั้นสู่สาธารณะอย่างเป็นรูปธรรมที่สามารถมองเห็นและสัมผัสได้อย่างชัดเจนด้วยคุณธรรม

    

     ช่วงนี้ ผู้เขียนได้รับมอบหมายจากศิษยานุศิษย์ของหลวงปู่ใหญ่ให้เขียนถึงพระอุบาลีคุณูปมาจารย์ ปราชญ์เมืองพะเยา โดยจัดทำ เพื่อนำไปแจกในคราวครบรอบ ๙๕ ปีในวันที่  ๑๑  กรกฎาคม  ๒๕๕๔ ที่จะถึงนี้ ในการนี้ผู้เขียนใช้ชื่อหนังสือว่า  "พระอุบาลีคุณูปมาจารย์ : ผญาแห่งเมืองพะเยา" จึงทำให้เวลาส่วนใหญ่ทุ่มไปที่งานเขียนเล่มนี้เป็นหลัก

     วันนี้งานค่อนข้างจะสมบูรณ์ และส่งโรงพิมพ์เรียบร้อยแล้ว จึงอยากให้ชาว gotoknow อ่านก่อนเป็นขวัญตา แล้วกรุณาช่วยชี้แนะ เติมเต็มให้ข้อความสมบูรณ์ด้วย-จักขอบคุณยิ่ง

  

............................................. 

 ความเบื้องต้น 

……………………………...

                จากการที่ผู้เขียนได้อยู่รับใช้พระเดชพระคุณพระอุบาลีคุณูปมาจารย์ (ปวง ธมฺมปญฺญมหาเถร) มานานร่วมกับศิษยานุศิษย์ท่านอื่น ๆ ได้สังเกตพัฒนาการทางความคิดและแบบอย่างทางความประพฤติมากมาย ตลอดจนถึงได้ซึมซับเอาสิ่งดี ๆ ที่พระเดชพระคุณท่านได้แสดงออกอย่างตรงไปตรงมาผ่านวันเวลาที่ทรงคุณค่ายิ่ง จนเป็นเหตุการณ์ที่น่าจดจำสำหรับบุรุษคนหนึ่งที่ได้สร้างสรรค์สิ่งที่ดีงามเอาไว้ให้กับสังคมและคนพะเยาอย่างหาที่เปรียบมิได้

              เมื่อจะถึงวันคล้ายวันเกิดที่  ๑๑  กรกฎาคม ของทุก ๆ ปี บรรดาลูกศิษย์มักจะพูดคุยกันเสมอ ๆ ว่าปีนี้เราจะทำอะไรถวายพระเดชพระคุณท่านบ้าง? ศิษย์ท่านไหน ถนัดงานอะไร ต่างก็เสนอและร่วมกันจัดทำในสิ่งนั้น ๆ ตามที่ตนเองมีศักยภาพและความสามารถที่จะกระทำได้ให้เป็นอาจาริยบูชา

                ส่วนตัวผู้เขียนนั้น ได้ปรารภกับพระเดชพระคุณหลวงปู่ท่าน โดยมักจะถามท่านว่าปีนี้พระเดชพระคุณหลวงปู่เขียนหนังสืออะไร? คำตอบเมื่อ ๑๐-๒๐ ปีก่อน ท่านจะตอบทันทีว่าจะพิมพ์หนังสืออะไรบ้าง? ทำให้ผู้เขียนเห็นถึงแนวคิดของท่านว่าปีไหนท่านคิดและทำอะไรบ้าง? แต่หลายปีมานี้ เมื่อพระเดชพระคุณท่านอายุย่างก้าว เข้าสู่วัย ๙๐ ปี คำตอบที่ได้รับคือ “ไม่” 

     ดังนั้น การคิดและการเขียนของท่านไม่สามารถทำได้อีกต่อไปด้วยสังขารที่ท่านใช้งานมาอย่างหนัก ยาวนานตลอด ๙๕ ปีของท่านไม่อำนวยผล  ดังคำบาลีที่พระจักขุบาล ก่อนออกบวชได้กล่าวเอาไว้ว่า[1]

                ชราชชฺชริตา  โหนฺติ                          หตฺถปาทา  อนสฺสวา

                ยสฺส  โส  วิหตตฺถาโม                        กถํ  ธมฺมํ  จริสฺสติ

                มือและเท้าของผู้ใดคร่ำคร่าเพราะชรา  ไม่เชื่อฟัง  บุคคลนั้นมีเรี่ยวแรงอันชรากำจัดแล้วจะประพฤติธรรมอย่างไร  นั้นก็หมายความว่าเมื่ออายุมากแล้ว การจะสั่งการให้มือและเท้าทำตามอย่างวัยหนุ่ม ๆ นั้นไม่ได้แล้ว

                จึงจำเป็นอยู่เองที่ผู้เขียนต้องเสนอและสนองงานด้านนี้เพื่อสืบทอดเจตนารมณ์และเพื่อเป็นการสานต่อปณิธานของท่านไว้ ในปีนี้ก็เหมือนกัน พระเดชพระคุณท่านได้ปรารภให้ผู้เขียน ๆ อะไรสักอย่างขึ้นมาเพื่อแจกในงาน เมื่อผู้เขียนคิดว่า ผลงานของท่าน ก็มีมากแล้ว ประวัติส่วนตัวของท่านก็พิมพ์อยู่เป็นประจำทุกปี แต่ประวัติความคิดและวิถีชีวิตการทำงานของท่านที่เป็นกระบวนทัศน์เพื่อให้คนรุ่นหลังได้เห็นแนวทางปฎิบัติที่ท่านเดินผ่านมา-ยังไม่ได้มีการจัดพิมพ์  เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว ผู้เขียนจึงลงมือเขียนเพิ่มเติมจากหนังสือ “พระเด่นเมืองพะเยา” ให้เป็นเรื่องเป็นราวของพระเดชพระคุณท่านโดยตรง ดังนั้นจึงให้ชื่อใหม่ว่า “พระอุบาลีคุณูปมาจารย์ : ผญาแห่งเมืองพะเยา” เล่มนี้ขึ้น

                 

ข้อตกลงเบื้องต้น               

                ในการศึกษาครั้งนี้  คำว่า “ผญา” ให้อ่านว่า "ผะ-หย๋า" เป็นภาษาพื้นเมืองล้านนาหมายความว่า “ปัญญา”  และคำว่า “ปัญญา” นี้เองมาจากศัพท์ว่า “ป+ญา” แปลว่ารู้รอบ ดังนั้นคำว่า ปัญญา จึงสามารถเทียบได้กับคำว่า “ปราชญ์” ซึ่งแปลว่า “ผู้มีปัญญารู้รอบ” 

     ดังนั้น “ผญา” ในที่นี้จึงหมายถึงผู้รอบรู้ ผู้รักในความรู้ หรือเป็นผู้นำทางด้านความคิด  ในลักษณะของการสร้างรูปแบบแห่งการประพฤติปฏิบัติที่ดีงามเฉพาะขึ้น ตลอดจนถึงการอุทิศตนต่อส่วนรวม  สังคม  ประเทศชาติ ด้วยการพัฒนาตนจนเป็นองค์แห่งความเรียนรู้ พร้อมเผยแผ่องค์แห่งความรู้นั้นสู่สาธารณะอย่างเป็นรูปธรรมที่สามารถมองเห็นและสัมผัสได้อย่างชัดเจนด้วยคุณธรรม

     พระเดชพระคุณหลวงปู่พระอุบาลีคุณูปมาจารย์ (ปวง ธมฺมปญฺโญ) เป็นพระมหาเถระ ผู้เพียบพร้อมไปด้วยลักษณะดังกล่าว ตลอดระยะเวลา ๙๕ ปีแห่งชีวิตของท่านได้สร้างสรรค์ผลงานอันล้ำค่าให้กับคนและสังคมเมืองพะเยาและล้านนาอย่างใหญ่ยิ่ง สมกับคำว่าพระอุบาลีคุณูปมาจารย์ซึ่งแปลเป็นใจความว่า “ปรมาจารย์ผู้มีคุณเข้าไปรักษาอย่างประเสริฐ” 

     พระเดชพระคุณหลวงปู่ ถือว่าเป็นปราชญ์ท้องถิ่น ที่มีผลงานในระดับชาติด้านสาขาวรรณกรรมล้านนา ผลงานต่าง ๆ ที่ท่านทำเกิดจากจุดเล็ก ๆ คือกระบวนทัศน์ในตัวท่านเอง เมื่อผู้เขียนลงมือเขียน สังเกตว่าอัตชีวประวัติของพระเดชพระคุณท่านน่าสนใจยิ่ง พอ ๆ กับอายุที่ยาวนานของพระเดชพระคุณท่าน

    จากการเพียรสร้างและพฤติกรรมที่แสดงออก ล้วนผ่านกาลเวลาที่ควรค่าแก่การจดจำ พร้อมนำเสนอรูปแบบ วิธีคิด วิถีชีวิตของท่านต่อไป

 

                เพื่อให้เข้าใจตัวตนที่แท้จริงของพระเดชพระคุณหลวงปู่พระอุบาลีคุณูปมาจารย์  หลวงปู่ใหญ่แห่งเมืองพะเยาเป็นกระบวนการมากยิ่งขึ้น  ดังนั้น ข้าพเจ้าใคร่ขอเสนอประเด็นหลักใหญ่ ๆ ใน  ๔  ประเด็น  ดังนี้

                ๑.ผญาในฐานะส่งเสริมงานด้านการศึกษา

                ๒.ผญาในฐานะผู้สร้างวัฒนธรรมแห่งการเรียนรู้

                ๓.ผญาในฐานะเป็นองค์แห่งความรู้

                ๔.ผญาในฐานะเป็นแบบอย่างแห่งการประพฤติปฏิบัติ



 

 

[1] สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส. ธมฺมปทฏฺฐกถา (ปฐโม ภาโค). กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์มหา มกุฏราชวิทยาลัย, ๒๕๕๑, หน้า ๖.