สัปดาห์ที่ 4 ของการฝึกสอน
เช้านี้เริ่มต้นด้วยปัญหาของนักเรียนในปกครอง คุณครูที่ปรึกษาแจ้งว่า นักเรียนที่เราประจำชั้นอยู่นั้น โดดเรียนวิชาดนตรีในวันศุกร์ จำนวน 5 คน หลังเลิกแถวจึงมีการเรียนนักเรียนกลุ่มนี้มาคุยกัน
จากการสอบถามปรากฎว่า นักเรียนไม่ได้โดดเรียนค่ะ แต่ถูกเรียกไปห้องปกครอง เพราะนักเรียนกลุ่มนี้ไปมีเรื่องกับนักเรียนอีกห้องนึง สาเหตุเกิดจากการพูดจาไม่ดีใส่กัน จนเกิดบันดาลโทสะ ลงไม้ลงมือใส่กันเล็กน้อย
ดิฉันและครูที่ปรึกษาก็ได้พูดคุยตักเตือนไปในทำนองว่า "ไม่ว่าใครจะพูดจาใส่เรายังไง ก็ให้เราทำเป็นไม่ได้ยินไปเสีย ทำนิ่งซะ อีกฝ่ายเค้าจะร้อนรนยังไงก็เรื่องของเขา ปล่อยเค้าบ้าไปคนเดียว ถ้าเราเป็นคนปกติเราก็ไม่ควรไปตอบโต้" จากนั้นก็ปล่อยนักเรียนไปเรียนตามปกติ
11.40-13.20 น. นักเรียนชั้น ม.1/1 มานั่งรอครูในห้องแล้ว
วันนี้เริ่มจากการทบทวนเนื้อหาของสัปดาห์ที่แล้ว เพื่อพูดโยงมาถึงเรื่องของแบบฝึกหัดที่ให้ทำส่ง
เนื่องจากนักเรียนส่งงานมาแค่ 12 คน จาก 47 คน โดยคนที่ไม่ส่งอ้างเหตุผลว่า "งานเยอะบ้าง หาครูไม่เจอบ้าง" ซึ่งนั่นไม่ใช่เหตุผลที่จะนำมาอ้างกันได้ เพราะก่อนหน้านี้ ดิฉันได้ทำความเข้าใจกับนักเรียนแล้วว่า "ถ้าวิชาอื่นสั่งงานเยอะ จนนักเรียนคิดว่าทำงานของครูไม่ไหว ขอให้นักเรียนเข้ามาคุยกับครูก่อนถึงวันเรียนหรือวันส่งงาน เพื่อครูจะได้ยืดหยุ่นให้กับนักเรียน" และ "ถ้าห้องพักครูเปิด นักเรียนสามารถส่งงานบนโต๊ะครูได้เลย ไม่จำเป็นต้องรอเจอครู แต่ถ้าห้องพักครูปิด ก็ให้นักเรียนหมั่นเดินมาดู วันละรอบ 2 รอบ ก็ต้องเจอสักครั้ง"
วันนี้จึงเป็นครั้งแรกที่ดิฉันจะลงโทษนักเรียน โดยการให้ทำรายงานเรื่อง "บทบาทของคอมพิวเตอร์" ที่ได้เรียนไปสัปดาห์ที่แล้วมาคนละ 1 เล่ม อนุญาตให้พิมพ์รายงานได้ หากครั้งนี้ยังไม่มีวินัยในเรื่องของเวลาอีก นักเรียนก็จะต้องได้รับการลงโทษอีก
หลังจากพูดคุยตกลงกันแล้ว ดิฉันก็เริ่มเข้าสู่เนื้อหาต่อไป แม้ว่าวันนี้จะเริ่มด้วยการถูกลงโทษ แต่นักเรียนก็ยอมรับความผิดด้วยดี ดังนั้นการดึงอารมณ์ของนักเรียนกลับมาจึงไม่ยากนัก
สัปดาห์นี้เป็นเนื้อหาเรื่อง "อินเทอร์เน็ต" ความหมาย ประวัติ และบริการอินเทอร์เน็ต นักเรียนให้ความสนใจโดยเฉพาะเรื่องของบริการอินเทอร์เน็ต
นักเรียนยกตัวอย่างบริการอินเทอร์เน็ตที่นักเรียนใช้และรู้จักกัน 1 ในบริการเหล่านั้นก็มีเรื่องที่ดิฉันได้เตรียมกิจกรรมไว้ให้นักเรียนทำคือ "บริการไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์"
นักเรียนบางคนยังไม่มี e-mail address เป็นของตัวเอง ก็ต้องเริ่มจากการสมัครก่อน จากนั้นดิฉันให้นักเรียนเขียนเล่าประวัติส่วนตัวของนักเรียน และส่งมาให้ครูที่ e-mail address ของครู
แม้จะเป็นกิจกรรมที่ไม่ได้แปลกใหม่นัก แต่ก็ทำให้บรรยากาศในห้องเรียนคึกคักพอสมควร
14.20-16.00 น. เป็นเวลาของนักเรียนชั้น ม.1/2
เริ่มชั่วโมงไม่ต่างจากห้อง 1 นัก ที่แตกต่างก็คือ ห้องนี้ส่งงาน 7 คน จาก 47 คน ผลก็คือโดนลงโทษเหมือนกัน
จากนั้นก็เริ่มนำเข้าสู่บทเรียนด้วยการพูดคุย ซักถามความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับอินเทอร์เน็ต
เมื่อถึงช่วงทำกิจกรรม ปรากฏว่าห้องนี้มี e-mail กันครบทุกคนอยู่แล้ว จึงลงมือปฏิบัติงานส่ง e-mail กันอย่างรวดเร็ว
ก่อนหมดชั่วโมง มีนักเรียนห้อง ม.1/1 จำวนน 4-5 คน เดินเข้ามาหาดิฉันในห้อง แล้วยื่นถุงขนมบัวลอยมาให้ บอกว่าเป็นฝีมือของพวกเค้าทำเองในวิชาคหกรรม ตั้งใจทำมาเผื่อครู
ดีใจมากค่ะ ไม่ใช่ว่าได้ของกินแล้วดีใจนะคะ แต่ดิฉันคิดว่า ขนาดเด็กเพิ่งโดนลงโทษไป เค้าก็ยังคิดทำขนมมาให้เรา นั่นหมายความว่า "เด็กแยกแยะได้ว่า สิ่งที่เค้าทำนั้นผิด สมควรได้รับการลงโทษแล้ว และครูก็หวังดีต่อพวกเค้า หวังให้เค้าเป็นคนมีวินัยมากกว่าเดิม" หากเด็กทุกคนคิดและแยกแยะได้ ดิฉันเชื่อว่า การเรียนการสอนก็คงจะราบรื่นมากกว่านี้
จากคนที่ไม่ส่งอ้างเหตุผลว่า "งานเยอะบ้าง หาครูไม่เจอบ้าง" ;)
รู้สึกคุ้น ๆ ไหมสำหรับเหตุผลนี้ ว่าที่คุณครู Logical
คล้าย ๆ ใครหนอที่ชอบมาบอกกับครูแบบเหมือนกัน ?!?!
กรรมทันตา ;)
....................................................................................................
ส่วนเด็ก ๆ เอาขนมมาให้ เขาอาจจะคิดว่า คราวหน้าหากเขาทำผิด ครูจะได้เมตตาเขาเยอะ ๆ กว่านี้ (เพราะน่าจะมีเหตุการณ์นี้อีกนั่นเอง) อาจจะเป็นมุมนี้ก็ได้
ว่าแต่ น้ำหนักขึ้นหรือยัง ;)
สวัสดีค่ะ อาจารย์ Ongkuleemarn
"กรรมติดจรวด" เชื่อก็วันนี้แหละค่ะ
................................................................
ส่วนเรื่องเด็ก ๆ ตอนแรกหนูก็คิดว่า กินแล้วจะท้องเสียมั๊ยเนี่ย จะโดนแกล้งรึเปล่า
แต่ถ้าเราไม่คิดบวกเลย ใจของเราก็จะเป็นกังวลและไม่มีความสุขเอง
สุดท้ายขอบอกว่า ขนมที่เด็กเอามาให้ อร่อยจริง ๆ นะคะ ;)
ขอบคุณค่ะ