ปีที่แล้ว (๒๕๕๓) ผมตั้งใจจะไปร่วมทอดกฐินที่วัดท่ายางกลาง และบอกญาติที่หาดใหญ่ว่าใครจะร่วมสมทบเงินเพื่อข้อปลีกย่อยในงานทอดกฐินบ้าง ญาติๆ ได้ร่วมบริจาคเงินจำนวนหนึ่ง แต่แล้วเกิดน้ำท่วมที่หาดใหญ่ บ้านที่ผมอาศัยอยู่ซึ่งเพิ่งสร้างไม่นาน น้ำท่วมเกือบครึ่งหนึ่งของชั้นที่ ๑ หลังน้ำลด เราต้องจัดการกับความเสียหายภายในบ้าน ซึ่งไม่มีใครคิดว่าน้ำจะท่วมขนาดนั้น แต่เหมือนกับฝัน ชั่วเพียงข้ามคืน หน้าบ้านที่เป็นถนนมีรถแล่นไปมาขวักไขว่ กลายเป็นคลองมีเรือหางยาวแล่นผ่าน และกลายเป็นถนนดังเดิม (แต่รถยังแล่นไม่ได้ เพราะผลของน้ำท่วม) 

  หลังจากจัดการบ้านได้ใรระดับหนึ่ง ขณะเดียวกันใกล้ถึงกำหนดการทอดกฐินที่วัดท่ายางกลาง ใจหนึ่งอยากไปร่วม อีกใจหนึ่งเห็นว่าน่าจะไม่สะดวก อย่างไรก็ตาม เราได้ไปตัดต้นกล้วยเล็บมือที่บ้านแม่เฒ่าซึ่งอยู่บางเหรียง อำเภอควนเนียง ใส่ท้ายรถมาที่หาดใหญ่ เพื่อทำเป็นพุ่มเงินบริจาค แต่แล้ว เราตัดสินใจว่า เราไม่ไปดีกว่า พร้อมกับโทรศัพท์บอกทางชุมพร และได้โอนเงินผ่านธนาคารกรุงเทพ ไปให้ทางเจ้าภาพใหญ่เพื่อร่วมบริจาค

  ต้นกล้วย ๒ ต้นที่เรานำมานั้นจะทำอย่างไรดี เรานำต้นหนึ่งที่ดูล่ำสัน สวยงาม บรรจุลงในกระัถางต้นไม้ โดยคาดหวังว่า ต้นกล้วยจะเป็นไม้กระถาง และผมได้นำขึ้นไปไว้บนระเบียงหน้าบ้าน ชั้นบน ส่วนอีกต้นหนึ่งไม่มีกระถางใส่ จึงตั้งไว้เฉยๆข้างบ้านริมคูน้ำ ไม่ได้มีความคาดคิดว่าจะปลูก คิดในเชิงตั้งทิ้งไว้มากกว่า (แต่ไม่ได้ทิ้งเป็นขยะ เพียงตั้งไว้เท่านั้น)

  สัปดาห์ที่แล้ว เราได้กินกล้วยเล็บมือจำนวนหนึ่ง (หนึ่งเครือ แม่แบ่งให้คนรอบบ้านได้กินด้วย) เป็นกล้วยที่มีรสชาติหวานหอมมาก กล้วยเครือนี้เกิดจากต้นกล้วยที่ถูกทิ้งไว้ข้างคูน้ำข้างบ้าน แต่ต้นกล้วยที่ได้รับความถนุถนอมเป็นอย่างดี ใส่ไว้ในกระถาง รดน้ำให้ ใส่ปุ๋ย มันไม่โตเลย สุดท้ายถูกย้ายออกจากถระถาง ลงไปวางไว้ข้างคูน้ำข้างบ้าน เพื่อหวังว่า มันจะโตเหมือนอย่างอีกต้นหนึ่งซึ่งมีผลให้กินแล้ว แต่มันยังเป็นต้นที่ไม่ต่างขนาดมากนักกับเมื่อนำมาจากบ้านแม่เฒ่า แตกต่างจากต้นที่ไม่เคยใส่ไว้ในกระถาง มันแตกออกเป็น ๓-๔ ต้น เป็นพุ่มงาม

  ทำให้มานั่งคิดว่า หากต้นกล้วยเล็บมือทั้งสองนี้คือลูกของเรา และมีครอบครัวจำนวนหนึ่งเลี้ยงลูกอย่างนั้น สุดท้าย ลูกที่ได้พึ่งพาจริงไม่ใช่ลูกที่เราเฝ้าถนุถนอมเลย

  ที่ระเบียงชั้นสองหน้าบ้าน มีต้นไม้ ๒ ต้นที่กำลังเติบโตอย่างงดงาม ก่อนนั้น มันแห้งโหยโรยรา ไม่มีดอก ไม่มีกลิ่นหอม ต้นหนึ่งเป็นต้นแก้ว อีกต้นหนึ่งเป็นต้นเฟื่องฟ้า หนึ่งเดือนกว่าๆที่ผ่านมา ผมมาซ่อนเรียน เขียนอ่านอยู่ที่หาดใหญ่ ผมพยายามรดน้ำต้นไม้ ๒ ต้นนี้ทุกวัน พร้อมกับซื้อปุ๋ยคอกมาใส่ให้ ตอนนี้ออกดอกสะพรั่ง ดอกแก้วมีกลิ่นหอมดี ผมเปิดประตูดูทุกวัน บางคืนเปิดม่านมองต้นไม้ผ่านกระจกประตูและนอนหลับไป บางวันก็พูดคุยกับเจ้าสองต้นนี้ (บ้า) วันก่อนมีคนเสนอให้ผมตัดยอดของต้นไม้ ผมเฉยๆ แต่ในใจผมบอกตัวเองว่า ผมไม่อยากทำร้ายต้นไม้ที่ผมถนุถนอมมัน ผมสงสารมัน ผมกลัวว่าต้นไม้จะเจ็บปวด ผมจึงไม่ตัด การที่เขาเสนอมานั้น เพื่อจะให้ต้นไม้แตกกิ่งก้านสาขาขยายใหญ่โตขึ้น แต่ผมไม่ตัด เพราะการที่ผมดูแลอยู่นี้ก็น่าจะใหญ่โตได้ 

  มาหวนคิดอีกที ต้นไม้ที่แตกออกเป็นหลายกิ่งนี้ เกิดจากการตัดยอดจริงเมื่อก่อนนั้น วันนี้มันมีอยู่ ๒ ยอดที่ยาวมาก ผมนำลวดมาห้อยไว้ให้มันทอดยาวไปตามลวด ผมรู้สึกเสียดายยอดที่ยาวสวยนี้ ซึ่งถูกใจผมมาก หากผมตัด ผมเกรงไปอีกว่า ยอดสวยนี้จะไม่ยาวต่อ ปัญหาที่น่าพิจารณาคือ ผมรักต้นไม้จริงๆหรือว่าผมเกรงว่าผมจะสูญเสียแบบของต้นไม้ในใจ หรือว่า ผมเกรงว่าต้นไม้จะไม่รักผม

  แน่นอนว่า หากผมเป็นผู้ปกครองต้นไม้ทั้ง ๔ ต้นที่กล่าวมา ผมคือผู้ปกครองที่ใช้ไม่ได้แน่ๆ