วันเสาร์ที่ ๑๘ มิถุนายน ๒๕๕๔

กราบสวัสดีค่ะครู       

        วันนี้ตั้งใจกับตนเองจะไปกราบเรียนแม่ชีว่า เดินทางไปอุบลวันนี้เลยเพราะเกรงว่าจะไม่ไหวเหนื่อยเกินไป แล้วที่เหลือก็แล้วแต่จะได้เรียนรู้ตามเส้นทาง ระหว่างการเดินทางก็จะเอาของที่ครูฝากไว้ไปให้ที่ยโสธรด้วย  เมื่อไปถึงวัด รู้สึกว่าในหัวกระโดดไปคิดเรื่องนั้น โน้น นี้ อยู่ตลอดเวลาไม่สงบนิ่ง ในศาลามีเพียงบาตรพระที่จัดวางไว้ จึงนั่งลงภาวนาตามลมหายใจ นานเท่าไหร่ไม่รู้ค่ะครู แต่รู้สึกสบาย เบา ฟุ้งซ่านน้อยลง ลมหายใจแผ่วเบา สักพักได้ยินเสียง "ติ๋ว"

จึงหายใจเข้าลึก ๆแล้วก็ลืมตา หลวงพี่นั่นเอง ท่านเรียกแล้วเดินไปนั่งที่โซฟาข้าง ๆ เข้าไปกราบแล้วยิ้มให้ท่านอย่างรู้สึกดีใจ "เป็นไงบ้าง"

คำถามประจำที่เรามักจะใช้ถามกันและกันเสมอ ๆ ติ๋วเพียงแค่ยิ้มแล้วท่านก็เอ่ยว่า

"โห คัก คัก ดีอีหลี เป็นบ่สุข บ่ทุกข์ แล้วหาตัวตนบ่เห็น จักมันไปไส"

แล้วท่านก็เล่าสภาวะต่าง ๆให้ฟังค่ะครู บางเรื่องเป็นนิมิตร บางเรื่องคล้ายฝัน คำสอนของครูก็ดังขึ้นว่า

"ก็ฟัง ฟังเฉย ๆแต่ถ้าปฏิบัติแล้วสงสัยอะไรก็ให้ถามหลวงปู่"

 แล้วก็แยกกันไป  เตรียมยกสำรับที่ศาลา วันนี้หลวงปู่ไปฉันฑ์ที่วัดป่าสุธาวาส สาย ๆจึงจะกลับ พอเจอแม่ชีจึงกราบเรียนท่านซึ่งท่านก็เห็นดีด้วย.  ไปกราบเรียนพระที่รักษาการแทนหลวงปู่ ประมาณห้าโมงเช้าก็ได้ออกเดินทาง มีแม่ชีไปด้วยกันสองรูปเห็นว่ารูปหนึ่งเป็นทางผ่าน จะขอติดรถไปเยี่ยมญาติ ไปทางไหน แบบไหนติ๋วเองก็ไม่ทราบในตอนแรก ขับรถลิ่ว ๆไปที่บ้านครูแล้วฝากของไว้กับแม่ของครูเรียบร้อยแล้วค่ะ อ้อรู้สึกว่าเงินที่ครูโอนให้มาเยอะเกินกว่าราคาของมาก จึงขอโอกาสซื้อกาแฟดีท๊อกเพิ่มให้ครูอีกถุงเจ้าค่ะ  พอดำเนินการเสร็จก็รู้สึกเรียบร้อยแล้ว เคยถามตนเองเหมือนกันว่า

 "ทำไมความรู้สึกสงสัยในครู ไม่มี" 

แต่ก็ยังดื้อกับครูในบางที บอกไม่ถูกค่ะครู ยอมรับค่ะว่า ศิษย์ยังโง่อยู่ แต่ใจกลับยกครูเหนืออื่นใด มีคำถามว่า แล้วทำไมตอนที่ครูสอน ที่ในครัวจึงมีโทสะสาดขึ้นมา  ก็เพราะว่า คำสอนครูไปกระแทกตัวตนที่บอกว่า  "ติ๋วทำเต็มที่แล้ว ครูยังว่าอีกเหรอ"  แล้วระหว่างที่มันถูพื้น ก็มีเสียงซ้ำเติมตนเองต่าง ๆนานาว่า  "ไม่ได้เรื่อง ทำดีไม่เป็น ทำอะไรก็ไม่สำเร็จ" ทั้ง ๆที่ครูไม่ได้เอ่ยอะไรเลย แต่กิเลสภายในมันรอจังหวะ ต่อยหน้าต่างหาก เก็บของเสร็จระหว่างรอพี่อาบน้ำ ล้มตัวลงนอนน้ำตาไหลอาบแก้ม ไม่ใช่สะอึกสะอื้นคร่ำครวญ แต่น้ำตามันไหลออกมาเอง แต่พอได้สติระลึกรู้ก็หยุดไหล แล้วก็บอกตนเองว่า

"เอาน่า แสดงว่ายังดีได้อีก"

การนึกย้อนการทำงานถวายครูเรื่องนี้สะเทือนขึ้นมาค่ะ จึงขอหยิบมาทบทวนกับตนเอง เพราะไม่ว่าอย่างไรก็ยังรักและเทิดทูนครูอยู่ดี แต่เรื่องนี้เสร็จในตนเอง ด้วยความเมตตาของหลวงปู่ที่เมตตาสอน ตอนที่ครูแนะให้ไปกราบลา  อ้อ เพราะครูถามว่า หลวงปู่สอนอะไรบ้าง ตอนที่กราบเรียนครูนิดเดียวเองเจ้าค่ะ กลับมากับตนเองจึง นึกย้อนแล้วพิมพ์เก็บไว้ จากนั้นแวะที่ปั้มแถว ๆยโสธรมีสัญญา wifi จึงส่งจดหมายถึงครูฉบับวันที่ ๑๗ ประมาณบ่ายสามโมงถึงอุบลราชธานี แต่แม่ชีอีกท่านจะไป อ.กันทลักษณ์ ท่านบอกว่า 

"เป็นทางผ่าน"

ฟังแล้วก็งง ๆพอเปิดจากแผนที่ห่างไปกว่าหกสิบกิโลเมตร จึงตัดสินใจไปส่ง เพราะความเป็นแม่ชี เดินทางโดยรถโดยสารอาจจะไม่สะดวกับท่านนัก และอาจจะมืดค่ำอีก  แม้จะมีความรู้สึกขุ่นมัวแว๊บ ๆว่าทำไมท่านไม่พูดให้ชัดเจน  พอตัดสินใจไปก็มีสิ่งเหนือความคาดหมายคือได้เจอพี่ชายของแม่ชี ที่ป่วยเป็นอัมพาตครึ่งซีก มีอาชีพเลี้ยงผึ้ง ได้มีโอกาสขอความรู้จากท่านด้วย และก็ได้ให้คำแนะนำเรื่องการปฏิบัติตัว เลือกอาหาร และทานยาให้เหมาะสมกับโรคค่ะครู  ได้เห็น อ.กันทรลักษณ์ที่คล้ายจันทบุรีมาก ๆค่ะ สวนเงาะ. สวนลำไย ลองกอง สะตอ ยอมรับว่าอึ้งค่ะ เจ้าของสวนฝากผลไม้มาถวายหลวงปู่เสียเต็มรถ แทนไม่มีที่วาง ใจติ๋วระลึกว่า "กรรมเช่นนี้เองที่ทำให้ท่านเป็นเศรษฐี"  คุณยายเล่าว่า "ปลูกอะไรก็ตามออกรุ่นแรกจะเอาไปถวายพระก่อน"  การสนองศรัทธาเป็นหน้าที่ของรถคันนี้อีกครั้ง รู้สึกขำ ๆกับตนเอง แต่ก็แล้วแต่มันจะเป็นไปค่ะครู กว่าจะมาถึงบ้านแม่ชีอีกท่านหนึ่งก็เกือบ ๆจะสองทุ่ม ได้เรียนรู้ว่า ถ้าเราเปิดใจให้โอกาสตนเอง และผู้อื่น เราจะได้เรียนรู้อะไรมากมายที่ไม่คาดฝัน การมาถึงบ้านแม่ชี ท่านมาเยี่ยมแม่ ท่านอายุแปดสิบกว่าปีแล้วค่ะ หากไม่มีธุระอะไร แม่ชีท่านก็ไม่ค่อยได้มาบ้าน เป็นอีกวิถีหนึ่งของความเป็นนักบวชที่ประหนึ่งเป็นบุตรแห่งพระพุทธเจ้าแล้ว ส่วนผู้ให้กำเนิดหากมีโอกาสก็ให้ทดแทนพระคุณ กับบทเรียนตลอดวัน จะเอาไปทำอะไรต่อ พบว่าหากอดทน กับสิ่งที่ปะทุอยู่ภายใน แล้วเงียบ ๆจะทำให้ผ่านเหตุการณ์ต่าง ๆได้ค่ะ แถมได้เห็นความตั้งใจของแต่ละคนที่ปรารถนาในการทำทาน

แม้บางครั้งก็สงสัยกับตนเองว่า "แล้วทำไม ไม่ภาวนา" 

แต่ก็หยุดตนเองไว้แล้วถามตนเองกลับว่า

"แล้วทำไมแกไม่ภาวนาหล่ะ"

มันเหวอค่ะครู มันดีแต่เพ่งโทษตำหนิจับผิดผู้อื่นอยู่ภายใน ศีลข้อ หนึ่งและข้อสี่ด่างพร้อย พอถูกตลบหลังเลยไปไม่ถูกเลยเจ้าค่ะ รักและเคารพครูเจ้าค่ะ