คุณสุพจน์เกิดแรงบันดาลใจ จัดหมวดหมู่อะไหล่ที่หลงเหลืออยู่ และเริ่มสะสมรถจักรยานยุโรป จากน่านและจังหวัดภาคเหนือ เรื่อยไปถึงทุกภาคของประเทศ ข้ามไปหาถึงพม่า มาเลย์เซีย ไปหาจักรยานถึงยุโรป ได้มาทีละคันสองคัน รวมแล้วกว่า 400 คัน เป็นรถจักรยานยุโรปล้วนๆ แต่ละคันไม่ซ้ำยี่ห้อ ถ้ายี่ห้อเดียวกันก็ไม่ซ้ำรุ่น ถ้ารุ่นเดียวกันก็มีอุปกรณ์ที่แตกต่าง ผมยอมรับว่าเป็นการสะสมที่หลากหลายมากระดับประเทศ และระดับภูมิภาคเลยครับ

ผมไปเยี่ยม “เฮือนรถถีบ” ตามคำชวนของคุณสุพจน์ เต็งไตรรัตน์  คหบดีใจดีวัยหกสิบเศษ ทายาทเจ้าของธุรกิจสถานีบริการน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของจังหวัดน่าน

เตี่ยและมารดาคุณสุพจน์ ต้นตระกูลเต็งไตรรัตน์ เป็นผู้มีใจเป็นกุศล สมถะและบริจาคสร้างอาคารในโรงพยาบาลน่านหลายตึก ความมีใจเป็นกุศลสืบทอดถึงทายาท คุณสุพจน์สะสมจักรยานโบราณจำนวนมากและจัดแสดงให้ผู้สนใจเข้าเยี่ยมชมฟรี โดยคูณสุพจน์จะวางมือจากการบริหารธุรกิจมาพาชมด้วยตนเองทุกครั้ง และไม่จำหน่าย แลกเปลี่ยนจักรยานที่สะสมไว้คันใดเลย

“เฮือนรถถีบ” เป็นอาคารชั้นเดียว พื้นที่ประมาณ 600 ตารางเมตร อยู่ในบ้านพักของคุณสุพจน์ เต็งไตรรัตน์  หลังสถานีบริการน้ำมันเชลล์ เลขที่ 154 หมู่ 4 ถนนเจ้าฟ้า อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน  อยู่บนเส้นทางจากอำเภอสาไปอำเภอนาน้อย  เปิดให้เข้าชมวันละสองช่วง คือ 09.00 - 11.00 น และ 14.00-16.00 น สนใจจะเข้าชมติดต่อล่วงหน้า  โทร  054-781359  

คุณสุพจน์ เต็งไตรรัตน์  เล่าถึงแรงบันดาลใจที่ทำให้สะสมจักรยานโบราณว่า...เมื่อ 60 ปีก่อน ครอบครัวเต็งไตรรัตน์ ย้ายจาก อ.เด่นชัย จ.แพร่ มา อ.เมือง จ.น่าน เปิดร้านซ่อมจักรยาน พร้อมกับจำหน่ายเกลือและของใช้เบ็ดเตล็ด คนน่านยุคนั้นมักเดินหรือขี่จักรยานนำข้าวสารมาแลกเกลือและสินค้าที่ต้องการ กิจการซ่อมจักรยานก้าวหน้าตามลำดับ จักรยานคุณภาพเมื่อ 50-60 ปีก่อนนั้นต้องนำเข้าจากยุโรป หลายยี่ห้ออาทิ ราเล่ห์ ฮัมเบอร์ ฟิลลิปส์ โรบินฮู๊ด กาเซล ฯลฯ ห้างเซ่งง่วนฮง ตลาดน้อย กรุงเทพเป็นผู้นำเข้า ถ้าคนน่านจะซื้อไว้ใช้ต้องซื้อจากร้านนิยมพานิช เชียงใหม่ ราคาคันละ 1,475 บาท ถือว่าเป็น “ของแพง” เพราะทองคำในขณะนั้นบาทละสี่ร้อยบาท จักรยานจึงให้ผ่อนสิบงวด งวดละ 147.50 บาท

 

ร้านเต็งไตรรัตน์ติดต่อห้างเซ่งง่วนฮง ขอเป็นตัวแทนจำหน่ายจักรยานยุโรปในจังหวัดน่าน  จักรยานส่งมาถึงน่านอย่างทุลักทุเล เพราะต้องมาลงรถไฟที่เด่นชัย แล้วนำขึ้นรถบรรทุกข้ามเขาสูงชันบนทางแสนคดเคี้ยวนับพันโค้ง กว่าจะถึงน่าน (ผมจำทางอันแสนคดเคี้ยวนี้ได้ดี ผู้โดยสารค่อนคันเมารถและอาเจียน ผมไม่กล้ากินอาหารก่อนเดินทาง ด้วยเกรงจะไปออกอาการกลางทางอย่างคนอื่นเขา)

จักรยานถูกส่งมาถึงน่านเป็นชิ้นๆ สมาชิกครอบครัวเต็งไตรรัตน์ต้องลงมือประกอบขึ้นทีละชิ้น สานซี่ล้อ ประกอบโครง ติดตั้งแฮนด์ ใส่ล้อ ใส่โซ่  ทดสอบเกียร์ ใส่บังโคลน จนเป็นจักรยานที่สมบูรณ์ วัยเด็กของคุณสุพจน์จึง “เล่น” กับส่วนประกอบต่างๆ ของจักรยานยุโรป จนคุ้นเคย

ยุคสมัยจักรยานรุ่งเรืองยุติลงเมื่อรถจักรยานยนต์แพร่หลาย คนน่านขายจักรยาน แล้วซื้อจักรยานยนต์ ร้านเต็งไตรรัตน์ต้องปรับธุรกิจมาจำหน่ายและซ่อมจักรยานยนต์ และต่อมาเปิดสถานีบริการน้ำมันเชลล์ ซึ่งก้าวหน้ามีสถานีบริการในอำเภอใหญ่ๆ ของจังหวัดน่าน อะไหล่จักรยานยุโรปจึงถูกเก็บลงกล่องนานจนผู้คนลืมแล้วว่าร้านเต็งไตรรัตน์เคยจำหน่ายจักรยาน

เดือนสิงหาคม พ.ศ.2549 น้ำท่วมครั้งใหญ่ที่สุดในรอบสี่สิบปี บ้านเรือนกว่าสี่หมื่นหลังคาเรือนถูกน้ำท่วม น้ำท่วมสามวันก็เริ่มลด คุณสุพจน์ช่วยทำความสะอาดบ้านคุณแม่ซึ่งล่วงลับไปแล้ว พบอะไหล่จักรยานยุโรปหลายพันชิ้นถูกเก็บไว้อย่างดีในกล่อง ปลุกความทรงจำวัยเด็กยุคที่ร้านเต็งไตรรัตน์สร้างเนื้อสร้างตัวขึ้นมา

คุณสุพจน์เกิดแรงบันดาลใจ จัดหมวดหมู่อะไหล่ที่หลงเหลืออยู่ และเริ่มสะสมรถจักรยานยุโรป จากน่านและจังหวัดภาคเหนือ เรื่อยไปถึงทุกภาคของประเทศ ข้ามไปหาถึงพม่า มาเลย์เซีย ไปหาจักรยานถึงยุโรป ได้มาทีละคันสองคัน รวมแล้วกว่า 400 คัน เป็นรถจักรยานยุโรปล้วนๆ แต่ละคันไม่ซ้ำยี่ห้อ ถ้ายี่ห้อเดียวกันก็ไม่ซ้ำรุ่น ถ้ารุ่นเดียวกันก็มีอุปกรณ์ที่แตกต่าง ผมยอมรับว่าเป็นการสะสมที่หลากหลายมากระดับประเทศ และระดับภูมิภาคเลยครับ