หินก้อนเดียวได้นกสองตัว killed two birds with one stone

“นักกีฬาทีมชาติไทยใช้สมาธิ”2

โสภณ  เปียสนิท

......................................

 

 

อย่าเพิ่งคิดว่าผมชมจนเกินจริงนะครับ ผมมีเหตุผลประกอบการพิจารณา หนึ่ง คุณสุวัจน์ดูแลของทั้งสองด้าน คือด้านพระพุทธศาสนา และด้านการกีฬา จึงได้นำทั้งสองงานมาบูรณาการ (Integrate) รวมเข้าด้วยกันเกี่ยวโยงถึงกัน เรียกพัฒนาทีเดียวได้ผลสองอย่าง

 

สองจักเห็นได้ว่า การจัดโครงการแบบนี้ เสียงบประมาณครั้งเดียวได้ประโยชน์สองทาง ทำอย่างนี้ประเทศชาติมีแต่ได้กับได้ ผู้เกี่ยวข้องได้ทำบุญคือการเผยแพร่พระศาสนา และได้ส่งเสริมนักกีฬาให้ประสบความสำเร็จ ทำชื่อเสียงให้ประเทศชาติ ภาษาอังกฤษก็บอกว่า “หินก้อนเดียวฆ่านกได้สองตัว” (Killed two birds with one stone)

 

นอกจากประเทศชาติแล้วใครได้ประโยชน์จากกิจกรรมนี้ ทุกคนที่มีส่วนร่วมได้ประโยชน์ทั้งหมด ผู้คิดผู้บริหารโครงการได้ประโยชน์ เพราะได้ทำหน้าที่ตามที่นายกมอบหมาย ผู้ดำเนินกิจกรรมได้ประโยชน์ เพราะได้ทำกิจกรรมที่มีประโยชน์ นักกีฬาได้ประโยชน์เพราะได้รับการพัฒนาทั้งกายและใจ

 

ประโยชน์ที่จักพึงได้ในสองระดับ ประโยชน์ปัจจุบัน นักกีฬาและผู้ฝึกทุกคนมีจิตใจที่เข้มแข็ง แน่วแน่เป็นสมาธิ ร่างกายนักกีฬาแข็งแรงเหมาะสมกับกีฬาแต่ละชนิด ประเทศชาติได้รับเหรียญเพิ่มขึ้น คุ้มค่ากับงบประมาณ ประโยชน์อนาคต นักกีฬาและผู้ฝึกทุกคนสามารถนำความรู้ความสามารถไปใช้ในการพัฒนาตนเอง ครอบครัว สังคม ให้มีร่างการแข็งแรงมากกว่าเดิม ส่วนจิตใจสามารถก้าวเข้าสู่ภูมิธรรมชั้นสูงในทางศาสนาต่อไป

 

            ผู้จัดกราบนิมนต์ ศาสตราจารย์ ดร. หลวงพ่อพระเทพโสภณ อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย มาปาฐกถาเปิดงาน ท่านเล่าเรื่องนักกีฬาซูโม่ คนหนึ่งไปขอคำแนะนำจากพระว่าจะทำอย่างไรให้เก่งกีฬาซูโม่ พระถามว่าชื่อเธอแปลว่าอะไร เขาตอบว่า แปลว่าคลื่นยักษ์ พระจึงแนะนำให้ไปฝึกหลับตาและนึกภาพคลื่นยักษ์ถาโถมเข้าหาฝั่ง แล้วกำหนดว่าตนเองเป็นคลื่นโถมเข้าหาคู่แข่งขัน ทำซ้ำแล้วซ้ำอีกจนใจแน่วแน่เป็นสมาธิ เขาฝึกอย่างจริงจัง และไม่นานนักเขาประสบความสำเร็จ มีชัยชนะ มีชื่อเสียงโด่งดังยาวนาน

 

คุณสุวัจน์ ลิพตะพัลลภ กล่าวเปิดงานต่อจากหลวงพ่อ ท่านกล่าวถึงการได้รับมอบหมายจากท่านนายกให้ดูแลงานสองด้านแล้วจึงคิดนำมารวมกันแล้วใช้ประโยชน์ และให้กำลังใจแก่นักกีฬาและผู้เกี่ยวข้องทุกคนจงตั้งใจทำงานตามหน้าที่ของตนอย่างจริงจัง

 

ต่อมาเจ้าอาวาสวัดไผ่เหลือง อาจารย์ของวีเจซิงห์ นักกอล์ฟชาวฟิจิ ปาฐกถาให้โอวาท ท่านเล่าเรื่องของซิงส์ ที่ชอบเล่นกอล์ฟตั้งแต่เด็ก เขาเล่นเขาฝึกเรื่อยมาจนอยู่ในระดับที่ 9 หรือไม่ก็ที่ 10 และถามว่าทำอย่างให้เก่งขึ้น พระท่านแนะนำให้ฝึกสมาธิ ซิงส์บอกว่าผมจะฝึก ถ้าการฝึกนั้นดีจริง เดือนมกราคมผมจะลงแข่งขันเป็นรายการแรกของปี2546 ผมคงได้แชมป์ และเขาได้แชมป์จริง ๆ รวมแล้วปีนั้นเขาได้แชมป์ 5 รายการ

 

ปี 2547 เขาถามพระว่าปีนี้ผมจะได้แชมป์กี่รายการ พระบอกว่าถ้าคุณตั้งใจฝึกจริง ๆ จะได้มากกว่าเดิม เขาหัวเราะ คนไทยที่ร่วมฟังอยู่ด้วยก็หัวเราะ แต่ปี 2547 เขาได้แชมป์ถึง 9 รายการ พระแนะว่า ประเทศไทยต้องคิดใหม่ทำใหม่ เอาสมาธิมาใช้ ถ้าเดิมตั้งความหวังซีเกมส์ไว้ 110 เหรียญ  ถ้าฝึกกันจริงต้องได้มากกว่านั้น เราต้องทำเพื่อชาติ พระมหากษัตริย์ เพื่อตนเอง

 

ต่อจากนั้นมีการฉายวีดีทัศน์ของนักกีฬาที่ประสบความสำเร็จหลายคน เป็นนักยกน้ำหนัก เช่นน้องไก่ ปวีณา บอกว่าสวดมนต์ประจำ เช่นสวดบทชินบัญชรถึงครั้งละ 10 จบ พร้อมทั้งฝึกสมาธิต่ออีกเล็กน้อยด้วย คุณวันดี คุณอารีก็ทำด้วยเช่นกัน แม้แต่คุณเยาวภา บุรพลชัย นักกีฬาเทควันโด้ก็ฝึก และให้ความสำคัญมากโดยบอกว่าควรทำมาตั้งนานแล้ว

 

ผมอยากเห็นว่า เมื่อใดจักมีโครงการเช่นนี้เกิดขึ้นในทุกกระทรวง คือนำพุทธศาสนาเข้าบูรณาการกับโครงการหรือกิจกรรมต่าง อาจเริ่มต้นโดยให้มีคณะกรรมการร่างโครงการขึ้นทั้งฝ่ายพระและฝ่ายฆราวาส กระทรวงไหนยังไม่ได้มีโครงการชนิดนี้เลยถือว่าละเลย ยุทธศาสตร์สำคัญของชาติ

 

กระทรวงสำคัญที่สุดที่ผมต้องการเห็นคือกระทรวงศึกษาธิการ จะทำโครงการแบบใดก็ได้ แต่ต้องไปให้ถึงจุดที่ว่า ผู้บริหาร นักเรียน นักศึกษา ครูอาจารย์ นักการภารโรง ผู้เกี่ยวข้อง ต้องฝึกสมาธิ สวดมนต์กันคนละ 5-10 นาทีทุกวัน ใครไม่ทำถือว่าไม่ผ่านการประเมิน 5.-10 นาที จะเสียเวลามากไปหรือเปล่า สำหรับสิ่งที่มีประโยชน์สูงสุดในชีวิตของความเป็นคน