ช่วงที่ต้นกล้ากำลังเติบโต ก็มาทำการอนุบาลเป็ดควบคู่ไปด้วย พอได้ระยะข้าวรัด เริ่มแตกกอแล้ว ก็ปล่อยลงนาไปช่วยดูแลกันและกัน

ในระหว่างที่ต้นข้าวกำลัง ปรับตัวเข้ากับสิ่งแวดล้อมใหม่ในเเปลงนา คงต้องใช้เวลาประมาณ 2-3 สัปดาห์ ในระหว่างนี้ ผมและทีมงานลุงมี ก็ไปจัดหา เป็ดอนุบาล เพิ่งออกจากไข่ มาอนุบาลต่อ เพื่อให้พร้อมสำหรับการลงไปดูแล เเปลงนา อย่างใกล้ชิดติดโคนกอข้าว 

วิธีการนี้ "ไม่ใช่เป็ดไล่ทุ่ง" (เลี้ยงเป็ดหลังการเก็บเกี่ยว กินข้าวร่วงหล่น ประมาณ 50-80 กก./ไร่ )  

 

ในทางวิชาการ เรียกว่า Rice-Duck Farming 

 

เป็นการเลี้ยงเป็ด ควบคู่ไปกับการปลูกข้าว

 

-ข้าว กับเป็ด โตไปด้วยกัน ดูแลกันและกัน

 

-เพราะในเเปลงนามีห่วงโซ่อาหาร สำหรับเป็ด ไม่ว่าจะเป็น วัชพืช หอย และแมลง

(วางเเผนว่าครั้งหน้าจะ เลี้ยงเเหนเเดงคลุมหน้าดิน -ลดวัชพืช หลังปักดำ สำหรับเป็นอาหารเป็ดต่อไปด้วย)


-ต้นข้าวก็ได้ "ไนโตรเจน" จากขี้เป็ด


-จากการศึกษา พบว่านอกจากเป็ดจะให้มูล เป็นปุ๋ยกับข้าวแล้ว การที่เป็ด "ไซโคนกอข้าว ในระยะการแตกกอ" ก็ทำให้ต้นข้าว ออกแรงต้าน พัฒนาลำต้นให้มีความเเข็งแรงมากขึ้น  


-มีการศึกษาและส่งเสริมการเลี้ยงเป็ดในเเปลงนาข้าว  หลายประเทศด้วยกัน ทั้งจีน ญี่ปุ่น ไต้หวัน   บังคลาเทศ ฟิลิปปินส์ และอื่นๆ ... ตามไปชมได้จากวีดีโอนี้ครับ และชมย้อนหลังได้  ที่นี่

          

          

 

 

 

       โดยเริ่มต้น  ผมค้นหาข้อมูล โดยใช้ Keyword ค้นหาข้อมูลทางวิชาการ และเป็น Best Practices เกี่ยวกับการเลี้ยงเป็ดในนาข้าว ทั้งจาก Google และ Youtube

และไปพบกับ  

 

 Effect of Integrated Rice-Duck Farming on Rice Yield, Farm Productivity, and Rice-Provisioning Ability of Farmers

  ที่ตีพิมพ์ลงใน Asian Journal of Agriculture and Development, Vol. 2, No. 1

(ตามไปศึกษาต่อได้นะครับ) 

 

  จึงได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนข้อมูลกับทาง Dr.Shaikh Tanveer Hossain ทางอีเมลล์ 

กับภาษาอังกฤษ เเบบเป็ด ๆ ของผมครับ 

Dear Mr. SUP,
Thank you very much for your mail and nice rice-duck field photographs. It is really nice to know that you are practicing this technology.
It will be nice if I have any opportunity to visit your farm and see the effect of mighty ducks. Would you tell me the location of your farm and something more detail. For your information, the 7 th International rice-duck farming conference was held in Bangladesh in March 05-08, 2011 and delegates from Japan, Philippinnes, IRRI and some others were attended.

Thanks again for your mail.

Kinds regards,
Dr. Shaikh Tanveer Hossain
Bangladesh

 

 

Dear Mr. SUP,
Thank you very much for your reply and the information.
The photographs itself explaining that the community peoples are very energetic and are enjoying the farming. You are correctly mentioned the advantages of rice-duck farming and we should retain our globe and safe it for the future generation. 
Here I am working with some other sustainable safe agricultural techniques. We also find AWD  as good water saving technique though mostly applicable for large farm or block basis.
If I have any opportunity I will visit your area and field and like to share the experiences.
By the way, Nakornsawan Province is how far from Bangkok ?

Please keep stay in touch.

Kind regards,
Shaikh Tanveer Hossain
Dhaka, Bangladesh

ผมก็เลยรู้ว่า เรื่องเป็ดฝูง เล็ก ๆในเเปลงนาของลุงมี มัน "Small is beautiful"  เป็นเทคโนโลยีราคาประหยัด ช่วยรักษาสิ่งเเวดล้อม เเละความยั่งยืนในระบบการผลิต -(หาอ่านต่อได้จาก wikipedia ครับ) จริง ครับ 


- จัดมาทั้งหมด 40 ตัว ตัวละ 23 บาท เป็นเงิน 920 บาท พร้อมกับอาหารสูตรเป็ดเล็ก อีก 1 ลูก 360 บาท รวมเป็นเงิน 1,280 ครับ

- ก็ต้องเตรียมคอก ไว้อนุบาล ข้างเเปลงนา ครับ จัดไฟ+แกลบดิบ ให้ความอบอุ่นยามค่ำคืน

- เตรียมกะละมังใส่น้ำ ถาดอาหาร 


 

ตามไปชมภาพกันครับ 

              

 

 

 

 

ภาพนี้

เป็นเป็ดไข่ตัวใหญ่ รุ่นแรกของเเปลงนานี้ ตอนนี้มีอาหารโปรตีน(ไข่เป็ดให้เจ้าของนาแล้วครับ  

การเลี้ยงก็ต้องระวัง สุนัข ครับ มันชอบมางับเล่น ตกกะใจตายไปหลายตัวเหมือนกัน ครับ...