วันนี้เป็นวันที่ผมจะนำสื่อวีดีทัศน์เกี่ยวกับเรื่อง ระบบไหลเวียนเลือด มาประกอบกิจกรรมการเรียนการสอนของผม เมื่อผมใช้สื่อการเรียนการสอนไปได้ช่วงห้านาทีแรกเด็กให้ความสนใจเป็นเหมือนการเร้าความสนใจให้กับตัวเด็ก แต่เมื่อเวลาผ่านพ้นไปในช่วงระยะยาว ความสนใจในตัวเด็กเริ่มลดลง มันก็คงเหมือนกับคนเราถ้าได้ดูหนังสักเรื่องแล้วหนังเรื่องนั้นเป็นหนังที่น่าเบื่อความสนใจในตัวหนังก็จะลดลงไปเรื่อย ๆ จนในที่สุดก็หมดความสนใจไป พร้อมจึงตัดสินใจหยุดการเล่นสื่อวีดีทัศน์ไปชั่วขณะ แล้วผมใช้วิธีการอธิบายให้เด็กคล้ายกับเป็นการชี้แนวทางให้เขาก่อน แล้วค่อยเปิดวีดีทัศน์ประกอบไปเป็นระยะ ๆ พบว่าเมื่อเปลี่ยนวิธีการสอนใหม่
สามารถดึงความสนใจเด็กได้ดีขึ้น เราเลยใช้วิธีชี้แนวทางก่อนแล้วตั้งคำถามเพื่อเป็นแนวทางให้กับเด็ก ๆ เมื่อเด็ก ๆ ตอบคำถามแล้วเราก็เฉลยให้เด็ก โดยการให้เขาดูวีดีทัศน์ เพื่อให้เขาค้นหาคำตอบด้วยตนเอง ดังนั้นการที่มีสื่อดีเยี่ยมเพียงใด เพียบพร้อมเพียงใด ทันสมัยเพียงใด ถ้าหากนำมาประยุกต์ไม่เป็น ใช้ไม่เป็น สื่อก็คือสื่อ เด็กก็ไม่เกิดกระบวนการเรียนรู้ได้แต่อย่างใด
การใช้สื่อให้เหมาะสม เป็นศิลปะชั้นสูงของคนเป็นครู ครับ
วางระยะและช่วงเวลาให้เหมาะสม การเรียนรู้จะวิ่งสู่จุดสูงสุด
แต่หากมีสื่อ แต่ใช้ไม่เหมาะสมกับสถานการณ์หรือห้วงเวลา
สื่อนั้นก็คล้าย ๆ สิ่งที่ไร้ค่าไปในทันที
เหมือน "หัวล้านได้หวี" หรือ "แมวเห็นปลากระป๋อง" นั่นแหละครับ ;)...
ดังนั้น "สื่อ" ถูกควบคุมกระบวนการเรียนรู้โดย "ครู"
"ครู" คือ ผู้ดำเนินการการเรียนรู้ทั้งหมด
"สื่อ" เป็นเพียงแค่เครื่องไม่มีชีวิตเท่านั้น
ป.ล. ชื่อบันทึก ... พิมพ์เดือนผิด นะครับ ;)
สวัสดีครับ คุณครูองค์คุลีมาร
ฝากขอบคุณสำหรับคำแนะนำดี ๆ ที่มีให้มาโดยตลอด
ผมจะนำไปปรับปรุงเพื่อจุดหมายสูงสุดที่ผมหวังไว้ครับ
ขอบคุณมากครับ