ทำให้ผู้เขียนนึกถึงชายคนหนึ่งหนีภัยร้ายแรงมาสู่ต่างเมือง เมื่อเดินทางอดอาหารมาหลายวัน จึงได้กินข้าวที่เศรษฐีตั้งโรงทานไว้ ขณะกินอาหารเห็นสุนัขตัวหนึ่งกำลังกินอยู่เช่นกัน ความคิดที่ริษยาก็ทำให้ไปอิจฉาสุนัขตัวเมียนั้นเข้า ว่าเราเป็นคนทำไมสู้สุนัขไม่ได้ เมื่อกินไปได้สักพักอาหารก็ไม่ย่อย ตายลงขณะที่จิตก็ยังริษยา จึงนำพาให้ไปเกิดในท้องสุนัขตัวนั้น
หลายวันก่อนได้ยินเสียงสุนัขไล่กัดกันบริเวณ ๔ แยกภายในวัด เสียงดังสนั่นหวั่นไหว เมื่อสืบทราบได้ความว่าเป็นการรุกล้ำอธิปไตยของกันและกัน ระหว่างกองกำลัง ๓ ฝ่าย ฝ่ายหนึ่งเป็นสุนัขจากกุฎิ ๔ สองตัว โดยปกติจะมีอำนาจครอบคลุมบริเวณกุฏิเจ้าอาวาสและกุฏิ ๒-๓-๔ อีกสองตัวเป็นของกุฏิรับรอง ส่วนอีกหกตัวเป็นการสนธิกำลังกันของสุนัขสามกุฏิ คือกุฎิ ๕-๖-๗ สุนัขแต่ละกลุ่มจะมีอาณาบริเวณของตนเอง ลุกล้ำเข้าหากันไม่ได้ ทั้ง ๆ ที่บริเวณสี่แยกมีความกว้างไม่เกิน ๖ ตารางเมตรเท่านั้น กลุ่มไหนรุกล้ำเป็นอันต้องมีเรื่องกัดกันทุกที
ทำให้ผู้เขียนนึกถึงชายคนหนึ่งหนีภัยร้ายแรงมาสู่ต่างเมือง เมื่อเดินทางอดอาหารมาหลายวัน จึงได้กินข้าวที่เศรษฐีตั้งโรงทานไว้ ขณะกินอาหารเห็นสุนัขตัวหนึ่งกำลังกินอยู่เช่นกัน ความคิดที่ริษยาก็ทำให้ไปอิจฉาสุนัขตัวเมียนั้นเข้า ว่าเราเป็นคนทำไมสู้สุนัขไม่ได้ เมื่อกินไปได้สักพักอาหารก็ไม่ย่อย ตายลงขณะที่จิตก็ยังริษยา จึงนำพาให้ไปเกิดในท้องสุนัขตัวนั้น
เมื่อเกิดมาเป็นสุนัขแสนรู้ เจ้านายไปนิมนต์พระปัจเจกพุทธเจ้ามารับบิณฑบาต สุนัขตัวนี้ก็วิ่งตามไป(เพราะแสวงหา-ไม่ใชการรอคอย) จนรู้จักหนทางดี (เพราะชำนาญ-มิใช่รอโอกาสมาถึง) และต่อมาเจ้าของใช้สุนัขตัวนี้แหละไปนิมนต์พระปัจเจกพุทธเจ้า สุนัขตัวน้อยก็ดีใจเมื่อถูกมอบหมายก็วิ่งไปดูแลเอาใจใส่ต่อภาระกิจอย่างดียิ่ง
ครั้งหนึ่งพระปัจเจกพุทธเจ้าลองใจ เมื่อถึงทางแยกก็ลองเดินผิดทาง เจ้าสุนัขก็งับชายจีวรดึงมาให้ถูกทาง เมื่อถึงสถานที่หญ้าหนาปกคลุมก็กลัวอันตรายจะเกิด สุนัขเห่าส่งเสียงให้สัตว์ร้ายหนีไปเพื่อเคลียรทางเดินให้กับพระอริยสงฆ์ (เพราะความสามารถ-มิใช่โชคช่วย) การที่สุนัขแสนรู้บำเพ็ญประโยชน์ต่อพระปัจเจกพุทธเจ้ามา
เมื่อตายไปแล้วได้ไปเกิดในสวรรค์ มีนามว่า "โฆษกเทพบุตร" แปลว่าเทพบุตรผู้มีเสียงดัง เกียรติยศชื่อเสียงย่อมเกิดมาจากการงานที่ดีมีประโยชน์ทั้งตนเองและส่วนรวม นี้เป็นตัวอย่างของสุนัขที่ดี
แต่สุนัขทั้ง ๑๐ ตัวที่อยู่ในวัดเดียวกัน กินข้าวด้วยกัน ยังแบ่งแยกกันเนื่องจากผลประโยชน์ (อาหาร) และอำนาจอธิปไตย (พื้นที่) ไม่ลงตัว นอกจากจะไม่ได้ประโยชน์ร่วมกันทั้งสามฝ่ายแล้ว ยังก่อความรำคราญให้เกิดขึ้นกับพระภิกษุสามเณรภายในวัดอีกด้วย
จึงทำให้ได้ปรัชญาไร้รูปแบบ-นอกกรอบ-นอกตำรา-นอกห้องเรียน ว่า
-
หลายชีวิตที่ล่วงไป มักไร้ค่า ถ้าไม่คิดและทำในสิ่งที่ดีงาม
-
แม้สิ่งแวดล้อมดี บริบทดีแค่ไหน ก็ไร้ประโยชน์ ถ้าไม่ซึมซับ (ทัพพีไม่รู้รสแกง)
-
แม้โอกาสดี วาสนาจะส่งปานใด ก็ช่วยไม่ได้ ถ้าไม่ช่วยตนเองก่อน (อตฺตาหิ อตฺตโน นาโถ) หรืออย่างที่ขงเบ้งกล่าวว่า เพราะแสวงหา ไม่ใช่การรอคอย เพราะความเชี่ยวชาญ มิใช่เพราะโอกาส เพราะมีความสามารถ มิใช่รอให้โชคมาช่วย
-
แล้วคนละ...จะคิดอย่างไร?
กราบนมัสการท่านอาจารย์
อ่านแล้ว หมาวัดเหล่านี้ก็สอดแทรกปรัชญาอยู่นะขอรับ
เจริญพรคุณโยม พ.แจ่มจำรัส อันที่จริงทุกสิ่งมีดีและไม่ดีอยู่ในตัวของมันเอง
เพียงแต่ จะมีมุมมองที่เห็นหรือไม่? กับข้อเท็จจริงเชิงประจักษ์ ที่สายตาสัมผัสเห็น