เว็บไซต์เพื่อสังคม "ธรรมชาติธรรมค้ำจุนโลก"

 

 

                                  ฃ และ ฅ ที่น่ารัก

          "พยัญชนะไทยมีทั้งหมด 44 ตัว สองตัวที่ไม่มีใช้ในภาษาไทยคือ ฃ และ ฅ"
นี่คือคำบอกเล่าของครูต่อศิษย์ เด็กก็ไม่เคยสงสัย ไม่สอบถามต่อ ครูผู้สอนเองก็ไม่สนใจที่มาที่ไปของพยัญชนะ 2 ตัวนี้สักเท่าไร     กระผมผู้เขียนเรื่องนี้ก็สนใจพอจะรู้รายละเอียดของที่มาที่ไปบ้าง เราอย่าไปติดใจตรงนั้นเลย เดี๋ยวถ้าหากมีข้อมูลมากไป จะชี้แจงอะไรบ้างอย่างให้เป็นอิสระในความคิดมันด้อยไป เอาเป็นว่าหากเราจะนำอักษร 2 ตัวนี้มาใช้อีกก็ไม่ขัดหลักการอะไร หรือไม่ผิดอะไร

           กระผมขอนำเสนอให้ราชบัณฑิตยสถานบรรจุคำว่า "ฃวด" แทนคำเดิม "ขวด" และเขียนคำว่า "ฅน" แทนคำเดิม "คน" ในพจนานุกรมฉบับบัณฑิตยสถานฉบับใหม่เท่านั้น ครูสอนภาษาไทยจะได้ใช้ประโยคว่า " พยัญชนะไทยมีทั้งหมด 44 ตัว" คงเป็นคำพูดที่สั้นกว่าเดิม แต่สมบูรณ์กว่าเดิม คืออักษรไทยยังมีครบ 44 ตัว ไม่เหลือแค่ 42 ตัว เหมือนประโยคที่ว่า "พยัญชนะไทยมีทั้งหมด 44 ตัว สองตัวที่ไม่มีใช้ในภาษาไทยคือ ฃ และ ฅ"
          คำว่า "ฅน" มีผู้นำมาใช้เขียนมาก ดังปรากฏในหนังสือพิมพ์ และ โทรทัศน์ และที่ยานพาหนะโดยเฉพาะรถยนต์ นี่เป็นความรู้สึกของผู้ใช้ คืออยากจะผลักดัน
ให้มีความนิยมในการนำคำนี้มาใช้อีกครั้ง และตลอดไป ส่วนคำว่า "ฃวด" ไม่ปรากฏการนำมาใช้เท่าไร

          คำพูดที่มักจะได้ยินเสมอคือ "คนเดียวนี้ไม่เป็นคนเสียแล้ว จะเป็นควายกันหมดแล้ว เหตุที่ ใช้ ค ควาย มาเขียนแทน ฅ คน นี่ลองเอา ฅ มาแทน ค คนจะได้เป็น ฅนขึ้น" คำพูดนี้ก็เป็นการชี้นำให้ใช้ ฅ นั้นเอง

          การนำ ฃ และ ฅ มาเพียงใช้เขียน คำว่า "ฃวด" และ "ฅน" น่าจะไม่มีอุปสรรคเรื่องใด ๆ เลย ความเหมาะสมประการแรกคือเรื่องของความหมาย คำว่า ฃวด มีใช้คำเดียว ที่หมายถึง ฃวด คำว่า "ฅน" ก็มีความหมายเดียวว่า ฅน ประการที่สองคือเรื่องของแป้นพิมพ์ดีดที่ใช้กับเครื่องคอมพิวเตอร์ เรื่องนี้ก็แปลกดีทั้ง ๆ ที่ตัวอักษรสองตัวไม่มีใช้ในคำก็ยังทำมาให้ เหมือนจงใจจะให้ใช้ หรือจงใจจะให้ดูรูปร่างอักษรแก้กลุ้มก็ไม่รู้ แป้นพิมพ์เกือบทุกยี่ห้อมีอักษรสองตัวนี้ สองประการที่กล่าวถึงดูเหมือนมีความลื่นไหลด้วยดีเสมือนมีความเต็มใจ สนับสนุนให้นำคำมาใช้อีก

          อุปสรรคที่น่าจะมีอยู่บ้างน่าจะเป็นความรู้สึกของบุคคล ของผู้ใช้ อาจจะอ้างว่าเขางดใช้ไปแล้วทำไมต้องดิ้นรนขุดคุ้ยขึ้นมาอีก เพิ่มภาระในการใช้คำ ถ้าอ้างเพียงสองประการนี้ก็ไม่ใช่เรื่องสาหัสสากรรจ์อะไรมากนัก คิดว่าถ้าเกิดใช้เข้าจริง ๆ บุคคลที่อ้างอย่างนี้พอลดความโต้แย้งได้บ้าง เพราะใช้กับคำเพียงสองคำเท่านั้น

          กระผมคิดว่าการใช้คำสองคำนี้ดูเป็นเรื่องมีเสน่ห์ในภาษาของเราไม่ใช่น้อย ประการแรกเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของคำทั้งสอง คือใช้ในความหมายเดียว มีความโดดเด่นในตัว เราใช้ ข เขียนคำหลายคำ เช่น ขีด ขัน ขุด ขบ ขาย ข่วน ฯลฯ เราใช้ ค เขียนคำหลายคำเช่น คน แค้น คุก ควร ค่า ฯลฯ เราใช้ ฃ กับคำว่า ฃวด และ ฅ กับคำว่า ฅน อย่างละคำ ดูแล้วโดดเด่นเฉพาะคำทั้งในด้านความหมาย และคำ ประการที่สองความมีเสน่ห์ของหัวพยัญชนะ ภาษาไทยมีอักษรที่หัวเหมือน ฃ คือ ฆ ซ ฑ เราได้เพิ่มมาอีกตัวก็มาใช่เรื่องแปลก มี ฅ เป็นเพื่อนกับ ต ฒ ก็ดูดีขึ้น

         ขอความกรุณาผู้ที่มีความคิด มีความรู้สึกเหมือนกระผม ส่งอีเมล์ หรือจดหมาย หรือโทรศัพท์ ไปยังราชบัณฑิตยสถาน เพื่อสนับสนุนกระผมอีกแรงหนึ่ง ถือเป็นพระคุณยิ่ง และที่สำคัญกระผมขอความกรุณาให้คณะกรรมการราชบัณฑิตย- สถานได้นำเรื่องนี้พิจารณาต่อไป ขอกราบขอบพระคุณ สวัสดี

 

 

  สวัสดีท่านที่เคารพรักทุกท่าน 

                    กระผมนำเสนอผลงานด้านสังคม  ได้นำข้อคิดข้อเขียนเสนอผ่านเว็บไซต์   “ธรรมชาติธรรมค้ำจุนโลก”

             มีเรื่องหลากหลายที่นำเสนอ  เพื่อเป็นข้อคิดให้สังคมคิดถอยหลังมาอยู่ร่วมกันในแบบเก่า อย่างมีระบบ  เพื่อให้สังคมอยู่อย่างสันติสุข และยังยืน

                   ขอแนะนำครับ

                    ท่านคลิกเว็บที่ให้ไว้นี้ สู่เว็บได้ทันที  (ท่านไม่ต้องพิมพ์เว็บให้เสียเวลา)

                    คลิกเลยครับ
                           http://www.nature-dhama.ob.tc