บันทึกนี้ขออนุญาตนำระดับการเรียนรู้ของท่านพุทธทาส มาเผยแพร่เพื่อการต่อยอดและเติมเต็มจากบันทึกทั้ง 3 ลักษณะ จากบันทึก ละอองความรู้ 24 :ลักษณะของการเรียนรู้ ครับ
ท่านพุทธทาสได้กล่าวไว้ว่า
การเรียนรู้นั้นอาจมองได้เป็น 3 ระดับ คือ (1.) รู้จำ (2.) รู้จริง และ (3.) รู้แจ้ง
“รู้จำ” ได้แก่ การเรียนรู้ตามตัวบท ตามตัวหนังสือ หรือตามคำสอน เป็นการเรียนแบบที่มุ่งเน้นการท่องจำให้พูดได้ เจื่อยแจ้วเป็นนกแก้วนกขุนทอง ครั้นเมื่อถึงเวลาสอบใครที่ตอบได้ใกล้เคียงกับที่อาจารย์สอนมากที่สุดก็จะเป็นผู้ที่ได้คะแนนสูงสุด และครอบคลุมกิจกรรมในส่วนของการฝึกฝนอันเป็นผลมาจากการฝึกอบรม (Training) อีกด้วย เพราะเห็นว่าการฝึกฝนส่วนใหญ่ก็มักจะเน้นการจดจำขั้นตอนต่างๆ ไว้ อย่าหยุดการเรียนรู้อยู่เพียงแค่ระดับนี้
“รู้จริง” ซึ่งน่าจะเป็นเป้าหมายที่แท้จริงของการศึกษา เพราะการเรียนรู้ระดับนี้จะเน้นที่ความเข้าใจเป็นหลัก เป็นการเรียนรู้ที่ต้องอาศัยข้อมูล อาศัยการวิเคราะห์ เพื่อทำความเข้าใจในเรื่องเหตุเรื่องผล เป็นการศึกษาที่อิงการปฏิบัติจริง ทั้งนี้เพื่อจะได้เกิดความแจ่มชัดในเรื่องต่างๆ เป็นการเรียนรู้อันเกิดจากการกระทำที่เรียกว่า Learning by doing เป็นการเรียนรู้ที่ได้มาจากประสบการณ์จริง เป็นการศึกษาที่ได้มาจากการสังเคราะห์สถานการณ์ ทำให้เกิดความเข้าใจในบริบท จนสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในสถานการณ์ต่างๆ ได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม
“รู้แจ้ง” อันหมายถึงการเรียนรู้ที่อยู่นอกเหนือขอบเขตของความจำ แต่เป็นเรื่องที่ต้องอาศัยการสร้างความเข้าใจผ่านการกระทำ ผ่านความรู้สึก เป็นเรื่องของสามัญสำนึก และจิตวิญญาณ เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับการใช้ชีวิตและการมองโลก สรุปว่าเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับชีวิตจิตใจโดยตรง การเรียนรู้ 2 ระดับแรกสอนให้คน “คิดเป็น ทำเป็น” ส่วนการเรียนรู้ในระดับที่ 3 จะเป็นกลไกสำคัญที่ทำให้คน “คิดถูก ทำถูก”
การรู้จัง รู้แจ้ง รู้จริง ที่ถูกถ่ายทอดผ่่านบันทุก ความรู้คือพลัง เป็นสิ่งที่สะท้อนถึงคำอธิบายทั้งหมดในบันทึกเรื่องนี้ได้ดีทีเดียวนะครับ
4 รู้+
1. รู้จิตใจ
2. รู้จับใจ
3. รู้จดจำ
4. รู้น้อมนำชีวิต
4 แจ้ง +
1. แจ้งความประสงค์
2. แจ้งกระจ่างจิต
3. แจ้งเกิด
4. แจ้งเหตุผลเพื่อวิเคราะห์ปัญหา
หากรู้อย่างนี้แล้วทำไมถึงไม่รู้ซึ่งถึงใจบ้างละครับ
สั้น ง่าย ได้ใจความดีค่ะ
เราซาบซึ้งในคำสอนของท่านพุทธทาสเช่นกันนะ
แล้วเรื่องBlog ของพี่ไปถึงไหนแล้วคะ
อีกคำถาม
หากเราจะทำKM ในการทำกิจกรรมในห้องเรียนแบบไม่เป็นทางการ telling Story เป็นคำตอบที่ดีที่สุดหรือปล่าวคะ