กว่าจะทำได้

โครงการเพชรในตม

 

ที่มาของโครงการเพชรในตม
            โครงการเพชรในตม เริ่มต้นเมื่อปี พ.ศ. 2528 ด้วยความร่วมมือระหว่างคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ และศูนย์อาสาพัฒนาและป้องกันตนเอง (ปัจจุบันคือกองอาสาพัฒนาและป้องกันตนเอง กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน) ศูนย์กิจการพลเรือน (ปัจจุบันคือ ส่วนงานมวลชนและกิจการพิเศษ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน) โดยกำหนดวัตถุประสงค์ของโครงการร่วมกัน คือ การพัฒนาชนบท โดยอาศัยบุคลากรของแต่ละท้องถิ่นที่ทุรกันดาร ห่างไกลความเจริญ และล่อแหลมต่อความมั่นคงของชาติมาช่วยกันพัฒนาท้องถิ่นที่ตนเองมีภูมิลำเนา 
            โครงการเพชรในตมเริ่มรับนิสิตรุ่นแรก เมื่อปีการศึกษา 2529 โดยคณะศึกษาศาสตร์ได้รับควาามเห็นจากที่ประชุมผู้บริหารมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ กำหนดจำนวนให้รันนิสิตตามโครงการได้ปีละ 30 คน ให้คัดเลือกนักเรียนที่เรียนดี มีความประพฤติดี อุปนิสัยและทัศนคติที่เหมะาสมแก่การเป็นครู ทั้งนี้จะต้องรวบรวมถึงการมีอุดมการณ์ในการพัฒนาท้องถิ่นชนบทที่มีฐานะยากจน ให้เข้ามารับการศึกษาตามหลักสูตรการศึกษาบัณฑิตเป็นเวลา 4 ปี นอกจากศึกษาตามหลักสูตรปกติแล้ว นิสิตตามโครงการจะต้องได้รับความรู้เกี่ยวกับการพัฒนาชนบท รวมทั้งการเป็นผู้นำท้องถิ่นที่นอกเหนือไปจากการปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ      
            อย่างไรก็ตามนอกจากขบวนการคัดเลือกเข้าศึกษา ตามโครงการจัดหลักสูตรตามปกติเสริม ด้วยหลักสูตรพิเศษ เพื่อให้บัณฑิตตามโครงการสามารถปฏิบัติงานได้ตามวัตถุประสงค์ของโครงการแล้วก็ตามแต่ วัตถุประสงค์ของโครงการในภาพรวมที่ยังไม่บรรลุวัตถุประสงค์คือการดำเนินโครงการให้ครบวงจร คือ นอกจากการคัดเลือกเข้าศึกษา การจัดกิจกรรม การศึกษาจนสำเร็จการศึกษาแล้วยังจะต้องจัดหาสถานที่ที่เหมาะสม สำหรับบัณฑิตตามโครงการได้ใช้ความรู้ ความสามารถที่ได้รับการศึกษาอบรมไปพัฒนาชนบท สถานที่ดังกล่าวก็คือ ที่ซึ่งตนเองมีภูมิลำเนาหรือใกล้เคียง เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนครูที่เกิดจากการย้ายกลับภูมิลำเนาตนเอง เมื่อปฏิบัติราชการครบตามเกณฑ์ที่ทางราชการกำหนด โครงการเพชรในตมจึงได้ขอความร่วมมือจากกระทรวงศึกษาธิการซึ่งก็เห็นด้วยในหลักการ ดังนั้นคณะกรรมการโครงการเพชรในตมจึงประกอบด้วยหน่วยงานที่รับผิดชอบ 3 ฝ่ายคือ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒโดยคณะศึกษาศาสตร์ ส่วนงานมวลชนและกิจการพิเศษ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในโดยกองอาสาพัฒนาและป้องกันตนเอง กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน และกระทรวงศึกษาธิการโดยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)