1 มิถุนายน 2554

ก้าวเข้าสู่วันที่ 3 ของการฝึกสอน ตั้งแต่ได้รับประสบการณ์อะไรหลาย ๆ อย่างที่ผ่านไป 2 วันแรก

เวลา 07.20 น. ได้รับมอบหมายให้เป็นเวรประจำวันะพุธ โดยต้องมาโรงเรียนก่อน 07.20   เพราะต้องมารอรับเด็กที่เป็นนักเรียนไป-กลับ เพื่อตั้งเตือนนักเรียนที่แต่งกายไม่ถูกระเบียบหรือไม่เรียบร้อย จนถึงเวลาเคารพธงชาติ

คาบที่ 1 และ 2 เวลา 08.30-10.10 น. สอนนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/1 สอนเรื่องเกี่ยวกับความผิดปกติทางพันธุกรรม และการกลาย หลังหมดคาบมอบใบงานให้นักเรียนไปค้นคว้าหาข้อมูลเกี่ยวกับโรคที่เกิดจากความผิดปกติทางพันธุกรรม เพื่อนำเสนอเสนอต่อไป

คาบ 5 และ 6 เวลา 13.30-14.40 น. สอนนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/4 สอนเรื่องเกี่ยวกับการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมของเมนเดล โดยให้นักเรียนทบทวนเนื้อหาื่เรียนผ่านมาแล้วและให้นักเรียนลองทำแบบฝึกหัดประมาณ 20 นาที และสุ่มนักเรียนออกมานำเสนอบนกระดาษให้เพื่อน โดยได้รับการเพิ่มเติมจากครูในข้อที่นักเรียรนไม่สามารถทำได้

คาบ 7 เวลา 14.40-15.30 น. สอนนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 /2 สอนเรื่องเกี่ยวกับการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมขอเมนเดล โดยทบทวนเนื้อหาก่อนเข้าสู่บทเรียนและนักเรียนทำแบบฝึกหัด หลังจากหมดคาบมีนักเรียนประมาณ 7 คนที่ไม่เข้าใจเนื้อหาเกี่ยวกับการทดลองของเมนเดล โดยนักเรียนขอให้อธอบายขั้นตอนใหม่จนนักเรียนเข้าใจอย่างแจ่ใแจ้งใช้เวลาประมาณ 30 นาที

บันทึกหลังสอน

1. เริ่มมีการเต็มตัวมากขึ้น อย่างหนึ่งคือ เนื้อหาที่เราสอน ต้องอ่านเนื้อหาและทำความเข้าใจกับเนื้อใหม่ทั้งหมด เพราะเป็นไปกฎของ ธอร์นไดน์ คือ สิ่งไหนที่ไม่ได้ทำบ่อย ๆ หรือไม่ได้รับการฝึกฝนจะทำให้ลืม...อ่าน จับใจความ สรุปออกมาเป็นบันทึก

2. เปลี่ยนวิธีการสอน ถ้าเป็นเนื้อหาที่เป็นทฤษฎีมาก ๆ เปลี่ยนใหม่คือนักเรียนเป็นคนพูดเป็นรายบุคคลในสิ่งที่เราสอน เพื่อให้เกิดการกระตุ้นละสนใจในสิ่งเรียนอยู่ตลอดเวลา

3. ฝึกให้เด็กนำเสนอผลงานของตนเองหน้าห้อง โดยเป๋็นวิธีการให้เด็กกล้าแสดงออก

4. ใช้เวลาประมาณ 30 นาทีหลังหมดคาบเรียนอธิบายเนื้อหากับนักเรียนทีไม่เข้าใจจนสามารถเข้าใจได้อย่างแจ่มแจ้ง

5. การแก้ปัญหานักเรียนคุยกันในห้องเรียนที่ครูฝึกประสบการณ์ต้องเจอกันคือ การไม่เคารพครู แซวครู คุยกัน เล่นกัน เสียงดัง เดินไปเดินทาง ดิฉันแก้ด้วยวิธีง่าย ๆ  คือ ใช้เสียงที่ดังกว่านักเรียน หรือเงียบในบางสถานการณ์ นักเรียนเริ่มหันมาสนใจเรามากขึ้น