แค่รู้ไม่พอ ต้องลงมือทำด้วย

องค์กรของคุณเต็มไปด้วยผู้รู้หรือเปล่าครับ ถามอะไรก็รู้ไปหมดทุกอย่าง วิจารณ์ได้เป็นฉากๆ หรือเวลาที่มีใครเสนออะไรใหม่ๆ ก็มักจะมีบางคนทำท่าทางพร้อมกับคำพูดที่บอกว่า “เขารู้มาก่อนแล้วในเรื่องที่คุณเสนอมาทั้งหมด” หลังจากนั้นก็ไม่มีอะไรใหม่เกิดขึ้น ทุกคนก็พยายามจะบอกว่าเขารู้แล้วบ้าง เขาเคยรู้มาก่อนบ้าง เขาเคยผ่านมันมาแล้วบ้าง สุดท้ายก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นในการพูดคุยกันครั้งนั้น

การที่คนเราจะรู้อะไรนั้นมักจะมีที่มาอยู่ 2 แหล่งก็คือ รู้จากการอ่าน การดู การฟังจากคนอื่นเล่ามาอีกที และแหล่งที่สองก็คือ รู้จากการที่เราได้ลงมือทำด้วยตนเอง ถามว่ารู้จากแหล่งไหนดีกว่ากัน สำหรับ การเรียนรู้จากการลงมือทำด้วยตนเองนั้นเป็นการรู้ที่ดีที่สุด เพราะเราสามารถพูดได้เต็มปากว่าเราทำมาแล้ว และมีหลักฐานชัดเจน ซึ่งน่าจะทำให้คนอื่นเชื่อถือได้ง่ายกว่า การรู้จากการที่ไปอ่าน ไปฟัง หรือไปดูมาจากคนอื่น

ผมเคยทำงานกับคนที่รู้ทุกเรื่อง (ทำเป็นรู้ไปซะทุกเรื่อง) ไม่ว่าจะพูดเรื่องอะไร ก็จะรู้ไปหมด แถมยังสามารถอ้างทฤษฎีต่างๆ นานา มาประกอบได้อย่างเมามัน เรียกว่าถ้าคุยกันทั้งวันก็ไม่มีวันจบ เพราะท่านสามารถต่อยอดเรื่องราวต่างๆ ไปได้เรื่อยๆ และสามารถที่จะให้ความเห็น วิพากษ์วิจารณ์ เรื่องราวได้อย่างออกรส บางครั้งคุยกับคนแบบนี้มากๆ มันก็ทำให้เรารู้สึกเบื่อได้เหมือนกันนะครับ

เวลาประชุม เวลานำเสนองาน เรายังพูดไม่ทันจบ คนลักษณะนี้ก็จะพูดแทรกขึ้นมาทันทีว่าเรื่องที่เราพูดไปทั้งหมดนั้น เขารู้มาหมดแล้ว บางครั้งยังเคยย้อนกลับไปนะครับว่า “รู้แล้วทำไมถึงไม่ทำ” คำตอบที่ได้ก็จะอ้างโน่นอ้างนี่เต็มไปหมด

ถ้าองค์กรของเรามีแต่ผู้รู้ในลักษณะนี้ ผมคิดว่าองค์กรคงจะไม่เติบโตแน่นอนครับ เพราะรู้อย่างเดียว แต่ไม่เคยคิดที่จะลงมือทำเลย องค์กรต้องการคนที่รู้ด้วย และลงมือทำด้วย และถ้าจะให้ดี ต้องรู้มาจากการที่เคยลงมือทำมาด้วยตนเอง นี่ถึงจะเรียกว่ารู้อย่างแท้จริง

ในบางครั้งเราคัดเลือกพนักงานจากการสอบถามว่าเขารู้ในเรื่องที่เราอยาก ให้เขารู้หรือเปล่า โดยเราลืมพิสูจน์ว่าสิ่งที่เขารู้นั้น รู้จากไหน เป็นการรู้จากการที่ได้ประสบมากับตัวเองหรือเปล่า ผมคิดว่าองค์กรต้องการคนแบบนี้ในการที่จะเข้ามาทำในสิ่งที่เขารู้ให้เป็น จริงให้ได้ในการทำงาน ซึ่งนี่แหละครับ ที่เรียกกันกว่า execution นักบริหารที่ดีจะต้องมีเรื่องนี้อย่างมากครับ แปลเป็นไทยง่ายๆ ว่า การทำความคิด ให้เกิดขึ้นจริงในทางปฏิบัติ

อย่างที่ได้เขียนไว้ตอนต้น คนบางคนโชว์ว่าตัวเองรู้ พูดมากๆ เข้าเริ่มบวกโน่น เติมนี่ จนบางครั้งคนฟังเคลิ้ม แต่พอได้ข้อสรุปว่า ถ้าเป็นเช่นก็ให้คุณเป็นคนทำเลย เนื่องจากคุณรู้เรื่องนี้ดีกว่าใครๆ เชื่อมั้ยครับ คนคนนี้ไม่สามารถทำงานนั้นให้สำเร็จได้เลย

ยิ่งไปกว่านั้น คนที่เป็นผู้นำขององค์กร ต้องไม่ใช่เป็นเพียงผู้รู้เท่านั้น จะต้องเป็นผู้ที่ทำให้เกิดขึ้นจริงได้ด้วย ผมไม่เคยเห็นผู้นำคนไหนที่เอาแต่รู้อย่างเดียวโดยไม่สามารถนำสิ่งที่รู้มา ใช้สร้างงานได้เลย ผู้นำที่แท้จริงนอกจากรู้แล้ว ยังรู้มาจากการทำเองกับมือ และยังพร้อมที่จะลงมือสร้างในสิ่งที่ตนเองยังไม่รู้ เพื่อให้ตนเองรู้มากขึ้นอีกด้วยครับ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน การบริหารงานบริหารคน



ความเห็น (0)