ทันที่ที่รถแท็กซี่จอด พนักงานโรงแรมรีบมายกกระเป๋า พอได้เงยหน้าสบตากัน

“พี่ที่มาพูดในงานที่เรียกว่า R2R หรือเปล่าครับ” ข้าพเจ้าทำหน้าแปลกใจไม่คิดว่าน้องพนักงานโรงแรมจะจำได้

เมื่อสองปีที่แล้ว ทางคณะทำงานมอบหมายให้ข้าพเจ้าทำหน้าที่ใน “ลานเวทีเสวนา R2R” ซึ่งจัดขึ้นที่ลานน้ำพุตรงประตูเข้าออก ไม่หน้าเชื่อว่าในครั้งนั้น พนักงานโรงแรมจะร่วมฟังด้วย

R2R นี่เป็นอะไรที่มีเสน่ห์มากเกินกว่าการสร้างสรรค์งานวิชาการหรือวิจัย

คือ มิตรภาพมากกว่าการแข่งขัน

คือ พลังของเครือข่ายที่เกื้อหนุนเกื้อกูลกันและกัน มากกว่าการเปรียบเทียบกัน

ไม่มีเส้นแดนแบ่งเขตให้เกิดช่องว่าง นี่คือ...มิติแห่งวิถีคนทำงาน

เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๒๙ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๕๔ ข้าพเจ้าได้รับโอกาสไปแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เปิดประกาย R2R ของสถานบันวิจัยและพัฒนาการสัตวแพทย์ ซึ่งเป็นอีกมิติหนึ่งของคนทำงาน ที่ผสมผสานกระบวนการจัดการความรู้ (KM) กับ R2R ผสานต่อยอดเป็นหนึ่งเดียวสำหรับกันและกัน...

การประชุมวิชาการจัดขึ้นที่จังหวัดสุรินทร์...ข้าพเจ้าเพิ่งทราบว่าขับรถห่างจากยโสธรประมาณหนึ่งชั่วโมง

เมื่อข้าพเจ้าไปถึงก็ได้ตั้งใจฟังท่าน อ.แป้น (จำนามจริงท่านไม่ได้ทราบแต่ว่าท่านเป็นศาสตราจารย์ในวงการสัตวแพทย์) ท่านได้พูดถึงหน้างานที่เป็นงาน Lab พยาธิที่สัตวแพทย์ท่านจะต้องได้ทำงานเกี่ยวข้อง ข้าพเจ้าจับได้ประเด็นหนึ่งว่าปัญหาหน้างานที่เกิดขึ้นคือ การเก็บตัวอย่างผิดพลาดอยู่เสมอสำหรับการนำมาชันสูตร ซึ่งนี่ก็น่าจะเป็นอีกหนึ่งประเด็นของการนำมาทำเป็น R2R ได้

เครือข่ายที่แตกต่างออกไปจากงานสาธารณสุขแต่เราพูดถึงเรื่อง R2R ได้กว้างขวางขึ้นช่างเป็นอะไรที่สนุกสนานใจจังเลย

พนักงานโรงแรม หรือสัตว์แพทย์ หรือนักวิทยาศาสตร์ที่ทำงานในห้อง Lab

เราสามารถพูดคุยกันได้ในเรื่องที่ไม่น่าจะมาคุยได้ แต่เราก็คุยกันได้... “ผมก็ทำของผมอยู่นะครับ R2R” นี่คือ...พนักงานโรงแรมเอ่ยขำขำอย่างอารมณ์ดี สักวันประเทศไทยจะมีเวทีเปิดกว้างสำหรับ R2R ทุกวงการมาบอกเล่าต่อกันและกันคล้าย KM Forum...

 

๑ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๕๔