เมื่อเด็กต้องใช้ภาษาไทยเป็นภาษาที่สองในการเรียนรู้ในโรงเรียน
เป็นที่น่าดีใจหรือลำบากใจไม่รู้ที่ต้องมาสอนวิชาคณิตศาสตร์ให้กับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 แต่ก็คิดว่าไม่เกินความสามารถของครูภาษาอังกฤษหรอกน่ะ (เป็นงั้นไป) แต่เมื่อเข้าไปในห้องเรียน ก็พบว่า มีนักเรียนจำนวนหลายเผ่าเหมือนกันนะ ดังนั้นการใช้ภาษาไทยกลางในห้องเรียนต้องประสบปัญหากับนักเรียนที่เป็นกลุ่มชาติพันธ์แน่นอน และมันเป็นจริงเมื่อผมได้ไปพบกับนักเรียนคนหนึ่ง สมมุติชื่อว่า เจ แล้วกัน เจ เพิ่งเข้าเรียนปีนี้เป็นปีแรก และไม่ได้เตรียมความพร้อมในระดับอนุบาลมาก่อน การสอนเลขให้กับเจจึงมีปัญหามาก เพราะเจนับเลขไม่เป็น เขียนเลขไม่ได้!
ด้วยความที่เป็นครูภาษาอังกฤษ จะสังเกตเจตลอดว่า เวลาพูดกับเจ เจไม่ได้พูดคำใด ๆ ออกมาเลย แต่ถ้าถามว่าใช่หรือไม่ เจ พยักหน้า เวลาสั่งเจก็ทำ(แต่ทำไม่ถูกต้อง) จึงเข้าใจว่า เด็กที่เป็นกลุ่มชาติพันธ์ที่เพิ่งเข้าเรียนชั้นป.1 กำลังอยู่ในภาวะขั้นเงียบทางภาษา หรือ อยู่ในขั้น pre-production แน่ ๆ เลย ตามขั้นการเรียนรู้ภาษาที่ 2 ซึ่งขั้นนี้ผู้เรียนจะพูดไม่ได้ อยู่ในภาวะเงียบนิ่งตลอด แต่พยายามฟัง หรือบางทีอาจจะพูดแต่พูดแปลกๆ หรือผิดโครงสร้างภาษาไปเลย และก็พูดน้อยมาก ดังนั้น การเป็นครูที่ดี คงจะต้องพูดซ้ำ ๆ พยายามสอนแบบเป็นรูปธรรม และต้องหาใครสักคนที่พูดภาษาเดียวกันกับเจ มาให้เจได้พูดภาษาอังกฤษ เอ๊ย..ไม่ใช่ ภาษาไทยให้ดีขึ้น ตามประสบการณ์ของตนเอง พบว่า เด็กที่ไม่พูด(เพราะพูดภาษาไทยไม่ค่อยได้) ตอน ป.1 จะเริ่มพูด ประมาณเทอมที่ 2 ไปแล้ว
แปลกดีเหมือนนะครับ ครูภาษาอังกฤษสอนคณิตศาสตร์ และต้องไปหาทฤษฎีการเรียนรู้ภาษา เพื่อมาปรับใช้ในการสอนคณิตศาสตร์ของตนเอง ....
ครูต้องฝึกพูดภาษาเดียวกับเจครับ...
สวัสดีครับ อาจารย์ขจิต ที่เคารพ
ครูประถมไม่ว่าจะเรียนจบเอกอะไรมาก็สามารถที่จะดำน้ำสอนไปได้ทุกวิชา
ไม่มีวิชาไหนยากเกินไปสำหรับครูประถม
แต่ที่ยากมากคือการสอนให้เด็กเป็นคนดี
มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ครบหรือเกิน 8
หวัดดีค่ะครูสุ ไม่ได้คุยกันน้าน นาน คิดถึงค่ะ ปกติพี่อักษรไม่ได้เข้ามาโกทูโนว์นานมาก วันนี้มาตามหาอาจารย์ขจิตค่ะ เลยตามมาเจอบล็อกนี้...ตอนนี้มาสอนคณิตซะแล้วน้องเรา
วันก่อนฟัง Suata Mitra พูดถึงโพรเจ็ค Hole in the Wall ที่เขาทำการทดลองที่อินเดีย Mitra เจาะช่องที่กำแพงที่ออฟฟิศเขาแล้วเอาคอมพิวเตอร์พร้อมอินเตอร์เน็ตวางไว้ให้เด็กยากจนมาเล่น เขาแอบสังเกตว่าเด็กสามารถสอนตัวเองเรียนเกมเพื่อการศึกษาได้โดยไม่ต้องมีผู้ใหญ่สอน เด็กเรียนด้วยตัวเองและเด็กก็สอนกันต่อ ๆ ไป (ซี่งประเด็นนี้มีการถกเถียงกันมากมายถึงจะมีเทคโนโลยีมาเป็นตัวกระตุ้นแต่เด็กก็ยังต้องการครู)
แต่ที่อยากเอามาฝากคือ ครั้งนึงเขาเอาไปตั้งไว้ที่ชนบทที่ห่างไกลความเจริญมาก ๆ เด็กไม่มีแม้แต่ทีวี ที่นั่นไม่มีอินเตอร์เน็ต เขาก็วางซีดีเกมที่เป็นภาษาอังกฤษทิ้งไว้สามแผ่น อีกสามเดือนต่อมาเขากลับมาเช็ค มาคุยกับเด็ก เด็กอายุสิบสองคนนึงบอกเขาว่า We need better processor and better mouse เป็นที่น่าประหลาดใจมากว่าเด็กพวกนี้ไม่มีคอม ไม่มีทีวี ไม่มีเทคโนโลยี แต่เรียนรู้ด้วยความอยากรู้อยากเห็นที่พาไป และที่น่าสนใจอีกอย่างคือเด็กบอกว่าซีดีเป็นภาษาอังกฤษ พวกเขาอยากเล่นเกม เลยต้องเรียนภาษาอังกฤษ เด็กพวกนี้สามารถจดจำคำที่เกี่ยวกับการเล่นเกมและนำมาใช้พูดกันได้ถึงสองร้อยกว่าคำ เช่น stop, exist, my turn, your turn etc.
พี่อักษรคิดว่าถ้าเราสามารถกระตุ้นต่อมอยากรู้อยากเห็นของเด็กได้ การสอดแทรกการเรียนการสอนภาษาที่สอง ภาษาที่สาม หรือคณิตศาสตร์ เข้าไปไม่ใช่เรื่องยาก ( พูดง่ายทำยากเนอะ ต้องมาเป็นครูถึงจะรู้ใช่ไหมคะ)
สวัสดีครับ อาจารย์วิญญาณ
สวัสดีครับพี่อักษร