วันนี้นั่ง ๆ เรียนอยู่ หลังดูงานที่บริษัท NOK ซึ่งเป็นหน่วยงานต้นแบบเรื่อง Happy work place ค่ะครู คำกล่าวของท่านกรรมการบริหารสะกิดใจ ท่านพูดไม่กี่นาที แต่ละประโยคเป็น key point แห่งความสำเร็จทั้งนั้น ที่สะกิดต่อมโง่ของติ๋วคือ

ต้องหัดเรียนรู้ปัจจัยของความสำเร็จ หัดเรียนรู้ปัจจัยของความล้มเหลว วัน ๆ หนึ่ง ทำปัจจัยแห่งความสำเร็จ และปัจจัยของความล้มเหลวมากเพียงใด”

 ตลอดระยะทางที่เดินทางจากอยุทธยามาที่โรงแรม คิดใคร่ครวญกับตนเองถึงปัจจัยแห่งความล้มเหลวในหลาย ๆ เรื่อง มีคำถามพรั่งพรูเข้ามาในใจ

อะไรเป็นปัจจัยของความล้มเหลวในการเขียนบันทึกใน G2K (ในบันทึกนี้)

อะไรเป็นปัจจัยของความล้มเหลวของการทำ “เรื่องเล่าจาก ศวก.ที่ ๖ (ขอนแก่น)

อะไรเป็นปัจจัยของความล้มเหลวของการภาวนา

กลับมาที่โรงแรมจึงหยิบเรื่องเราเหล่านี้ใคร่ครวญกับตนเอง

 

อะไรเป็นปัจจัยของความล้มเหลวในการเขียนบันทึกใน G2K

 คำถามนี้ทำให้ติ๋วมองย้อนในใจตนเอง คำตอบมีดังนี้ค่ะ

เขียนเพราะอยากให้ครูได้เห็น ได้ชม อยากมีตัวตนในความรู้สึกของครู

ทำไมถึงเป็นเช่นนี้ เห็นความรู้สึกเรียกร้อง ความสนใจ จากครู เผลอปุ๊บก็เรียกร้องปั๊บ ปรากฏตัวตนของความอยากได้รับการยอมรับ เพราะยังใช้ครูเป็นเหยื่อ เมื่อก่อนก็เกาะอาจารย์ แค่เปลี่ยนจาก รูปของอาจารย์ มาเป็นครู อุปทานนี้ยังไม่ได้ลบเลือนไปไหน เผลอปุ๊บ ก็เกาะปั๊บ ยิ่งกว่าลูกลิงเกาะหลังแม่ลิง ซึ่งก่อให้เกิดภาระ

 หันมาถามตนเอง ตรงนี้แก้ยังไง?

ความรักความเคารพเหนือเกล้าเหนือกระหม่อมไม่ลบเลือนไปไหน หากประกอบด้วยสติ จะเต็มไปด้วยใจที่

“คึกคัก พร้อมที่จะเสียสละอย่างไร้ข้อแม้ แต่พอขาดสติ ก็ไม่ต่างจากยักษ์มารที่ไหนเลย”

เมื่อกิเลสครอบงำ ติ๋วก็ยังเป็นผู้ชั่ว แต่เมื่อมีสติเต็มพร้อม ก็พอจะเป็นผู้เป็นคนกับเขาบ้าง

 หลักแห่งการเจริญสติ มีบ้างรึยัง? ถ้าคิดว่า “สติ คือ ของจริง”

จะว่าไปครูท่านก็ให้ไว้นะ หายใจ หายใจ หายใจเข้าสบาย หายใจออกสบาย แต่ก็รู้สึก ไม่ต่อเนื่อง ไม่ค่อยจะทันความชั่วในตัวเอง ไม่ทำจริงจังสักที หลัง ๆ เคลิ้มไป

 จึงมาลองบริกรรม ดูท่าทางจะพอไหว แต่ที่งอแง คือ เมื่อบริกรรมแล้ว เห็นตนเองขาดสติชัด เพราะพอ พุท-โธ หาย สติก็หายเช่นกันค่ะ วันหนึ่ง ๆ กว่าจะระลึกถึงการบริกรรมก็น้อยนักในหนึ่งวัน เป็นคำตอบของคำถามว่า “ทำไมช่วงนี้ไม่ค่อยเจริญ ก็เพราะขาดสติบ่อยนั่นเอง แล้วจะเห็นผลอะไร”

 

สรุปว่า “ที่ผ่านมาเขียนแบบกิเลสยังวิ่งแซงหน้า วางจิต วางใจ ผิดที่ผิดทาง เลยเป็นเป๋ ๆ”

 

แล้วคราวนี้เอาไงดีหล่ะ?

การเขียนบันทึกใน G2K มีประโยชน์ไหม?

 

โอ้อย่างไมี่ต้องสงสัย เป็นประโยชน์ในการทบทวนจิตใจแห่งตนเองอย่างสูงสุด เป็นประโยชน์ท่านคือ หากผู้ใดอ่านก็พอจะเป็นกรณีศึกษาของการดำเนินชีวิตของแต่ละท่านสืบต่อไป

 

แล้วถ้ามันจะงอแงอีกหล่ะ?

 ก็พอจะเห็นในตนเองนะ ว่ามีทั้ง ด้านบวกและด้านลบ เมื่อขาดสติ ด้านลบก็ยังครอบงำได้อยู่ แต่ที่ตั้งมั้น ตั้งใจกับตนเองก็ไม่ได้พลาดเป้าหมายไปไหน คือ เรียนรู้ตนเอง ประคับประคองในทางแห่งมรรค เพื่อก้าวย่างให้ถึงที่สุดแห่งการเกิด เพราะไม่ได้เลอเลิศ แต่ก็ยังเป็นนักเดินทาง แม้บางคราจักหลงทาง พลัดตกเพราะพายุแห่งกิเลส แต่ก็ยังตั้งมั่นในเป้าหมาย เขาน้อมนำความผิดพลาดมาเป็น ครู แม้จะซ้ำแล้ว ซ้ำอีก แต่ก็ยังต้อง ก้าวเดินเรียนรู้ต่อไป เอวัง