๒๕ พฤษภาคม ๒๕๕๔

กราบสวัสดีค่ะครู

   มีสิ่งที่ไม่น่าเชื่อที่เกิดขึ้นภายใน ไม่ว่าติ๋วจะตุ๊บปั๊ก ตุ๊บเป๋ ไปแค่ไหน ท้ายที่สุด ติ๋วก็ซมซานกลับมา ณ ที่เดิม ที่ ๆ ครู เคยมอบนิสัยให้ไว้

ช่วงนี้ต้องเข้ามาเรียนหลักสูตรเตรียมความพร้อมการเป็นนักบริหารฯ ตั้งแต่ ๑๘-๓๐ พฤษภาคม ๒๕๕๔ โรงแรมย่านดอนเมือง การดำเนินไปของชีวิตในเมืองทำให้ ติ๋วจำเป็นต้องลุกขึ้นมาใช้ชีวิตตามนิสัยที่ครูเคยให้ไว้ “เป็นที่พึ่ง” เพราะรู้สึกถึงความบีบคั้นค่ะครู รู้สึกคล้ายอยู่ในสวนสัตว์ที่มีอาหารดี ๆ ป้อน มีสวนให้วิ่งเล่น แต่เป็นป่าประดิษฐ์ ทุกอย่างคล้ายธรรมชาติแต่ใจที่เข้าไปสัมผัสรู้สึกว่า “ไม่ใช่” เกิดการตอบสนองให้ประคับประคองตนเองโดยการ “เกาะกิจวัตรที่ครูให้ไว้เป็นที่พึ่ง” มีสติมีที่พึ่ง ขาดสติ ขาดที่พึ่ง

การนั่งเขียนบันทึกในสมุดก็ทำให้ย้อนขึ้นกับตนเองว่า “ทำไมไม่กล้าเอาขึ้น G2K หล่ะ”

ที่ไม่กล้าเอาขึ้นเพราะกลัว ไม่เหมาะ ไม่ควร หรือ ถูกตำหนิ หล่ะซิ”

โป๊ะเซ๊ะค่ะครู

แม้จะรู้สึกรำคราญตนเอง แต่ก็ “ทำไปเจ้าค่ะ”

กับวันนี้คาดหวังอะไร

ตั้งใจออกมาวิ่งตอนเช้าที่สวนหน้าโรงแรม เตรียมตัวออกไปดูงานที่โรงงาน NOK บ่ายนี้และสังเกตตนเองเกี่ยวกับอาหารเพราะเมื่อวานมีอาการตื่อ ๆ ในท้อง จะอาเจียน คล้ายอาหารไม่ย่อย

พอตอนเช้าประมาณหกโมงเช้าก็ได้ออกมาวิ่ง วันนี้ต่างไปจากเมื่อวาน วิ่งแรก ๆ รู้สึกไม่คึกคัก วิ่งเหยาะ ๆ แหยะ ๆ จึงเปิดวิทยุจูนคลื่นธรรมะ ฟังไปวิ่งไปรู้สึกขนลุกเป็นระยะ ๆ ค่ะ ระหว่างทางมีต้นไม้รวมถึงสมุนไพร ทำให้รู้สึกสดชื่น แต่บางมุมก็มีอุจจาระของเป็ดและห่านบางระยะของถนน ต้องคอยหลบ ก็เห็นของจริงดีค่ะ วิ่งจนเหงื่อออกแล้วก็รู้สึกผ่อนคลาย การได้วิ่งตอนเช้า ๆ ทำให้รู้สึกสดชื่นมากเลยค่ะ

เรื่องอาหารตอนแรกว่าจะไม่ทานข้าวเช้า แต่พอเดินผ่านห้องอาหารแล้วมีพี่ ๆนั่งอยู่ก็อดแวะไม่ได้ ซึ่งก็ทานข้าวต้ม ไส้กรอกสามชิ้นและไข่ แล้วก็ต้องรีบไปนั่งเรียนตลอดเช้า อาการไม่สบายท้องปรากฏขึ้นมาอีก อืมระหว่างที่ทานไส้กรอกเข้าไปรู้สึกเหมือนมีอะไรเคลื่อนไปในลำไส้ข้างซ้ายแล้วรู้สึกเสียดจี๊ดค่ะ ใคร่ครวญกับตนเองว่า “ไส้กรอก อาจจะเป็นสาเหตุของอาการผิดปกติ”

พอห้าโมงสี่สิบห้าอาจารย์ปล่อยเร็วกว่าปกติเพราะต้องออกไปดูงานตอนเที่ยงครึ่ง แอบดีใจเพราะตั้งใจกับตนเองว่า “วันพระขอไม่ทานข้าวหลังเที่ยง” แต่ก็เหมือนถูกยั่วเพราะว่ากว่าจะเสิรฟอาหารก็เหลืออีกห้านาทีค่ะครู ได้ทานติ่มซำไปสองชิ้น ก็เที่ยงแล้วจึงขอตัวขึ้นห้อง แต่ภายในท้องก็ยังรู้สึกไม่ค่อยสบายนักค่ะ รู้สึกดีที่ไม่ได้ทานเที่ยงเหมือนกัน แต่พอบ่าย ๆ ก็รู้สึกหิวค่ะ มีสติตั้งใจเรียนรู้ดีค่ะ

ไปดูงานที่โรงงานของ NOK ได้เรียนรู้ว่า ความสุขสร้างงานได้อย่างมหัศจรรย์ แต่ครูค่ะมาดูงานที่นี่ เหมือนมาช่วยตกย้ำสิ่งที่ครูสอน คือ เม็ดพันธุ์แห่งความสุข เชื่อมั่นในความเป็นมนุษย์ของทุกคน สิ่งที่ที่นี่เรียกว่า ไคเซน ก็คือ R2Rที่ครูคอยบ่มเพาะนั่นเอง หลักคิดคือ เชื่อว่า ทุกคนคือทรัพยากรมนุษย์ มนุษย์คือผู้มีใจสูง มีศักยภาพในการเรียนรู้และพัฒนาไม่ต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นช่างไฟ หรือน้อง ๆสาวโรงงานที่อยู่หน้าสายพาน ก็คิดงานที่ช่วยพัฒนางานได้ค่ะ

สิ่งที่ไม่เป็นไปตามคาดหวังวันนี้ไม่มีค่ะ แต่ที่เหนือความคาดหมายก็คือ รู้สึกทึ่งที่หลักสูตรเลือกโรงงานให้ได้เรียนรู้อย่างประทับใจ แล้วเป็นต้นแบบที่สัมผัสได้ถึงพลังแห่งความสุขสนุกในการคิดงานและแก้ไขข้อบกพร่องตามหลักของ อริยสัจ๔

ขากลับมารู้สึกอิ่ม เหมือนภายในมีกระบวนการพิจารณาตนเองถึงข้อบกพร่องรวมถึงแนวทางแก้ไขค่ะครู จึงน้อมออกมาเป็นบันทึกนี้และบันทึกอื่น ๆ

จะเอาไปทำอะไรต่อหล่ะ

ก็ต้องอดทน เข้มแข็งกับกิเลสในตนเอง ที่หลอกล่อให้ นอกลู่นอกทางอยู่เรื่อย แต่ที่แน่วแน่คือ ใจไม่ได้ละทิ้งจากเป้าหมายค่ะครู

รักครูค่ะ...................เจ้าติ๋ว