เมื่อวานนี้ ที่ ๒๔ พค.๕๔ ได้ไปร่วมพิธีรับมอบและเปิดอาคารเรียนห้องเรียนวัดพระแก้ว ณ ดอยจำปี อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย
ความเดิม มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ได้ขยายฐานการศึกษาให้กับคณะสงฆ์ออกไปสู่ภูมิภาคต่าง ๆ รวม ๑๐ วิทยาเขตทั่วประเทศ วิทยาเขตพะเยา เป็นวิทยาเขตอันดับที่ ๙ ได้ก่อตั้งเมื่อวันที่ ๒๐ สิงหาคม ๒๕๓๔ ได้รับพระภิกษุสามเณรและคฤหัสถ์เข้าศึกษาต่อในระดับต่าง ๆ จนมีความก้าวหน้าและพัฒนาไปมากแล้ว
คณะสงฆ์จังหวัดน่านและคณะสงฆ์จังหวัดเชียงราย ได้ขอให้วิทยาเขตพะเยา ได้ขยายการศึกษาไปเปิดที่จังหวัดทั้ง ๒ ในปี ๒๕๔๖ และ ๒๕๔๗ ตามลำดับ
ในส่วนของจังหวัดเชียงราย มจร.วิทยาเขตพะเยา ได้ไปเปิดห้องเรียน ณ วัดพระแก้ว โดยได้รับความอุปถัมภ์จากพระธรรมราชานุวัตร เจ้าคณะภาค ๖ และคณะสงฆ์อย่างเต็มที่ ปัจจุบันได้เปิดการเรียนการสอนมาแล้ว ๗ ปี และได้เปิดสอน ๓ สาขาวิชา ได้แก่สาขาวิชาพระพุทธศาสนา สาขาวิชาการสอนภาษาอังกฤษ และสาขาวิชาการบริหารรัฐกิจ โดยมีนิสิตทั้งบรรพชิตและคฤหัสถ์ เข้าศึกษาต่อจำนวน ๔๕๑ รูป/คน ในระดับปริญญาตรี(พุทธศาสตร์บัณฑิต)
ในปี พ.ศ.๒๕๕๕ ที่จะถึงนี้ เป็นปีที่พ่อขุนเม็งรายมหาราช ทรงสร้างเมืองเชียงรายครบ ๗๕๐ ปี คณะสงฆ์จังหวัดเชียงรายและข้าราชการ ประชาชน ได้มีฉันทามติเตรียมการสมโภชครั้งยิ่งใหญ่ โดยฝ่ายสงฆ์ได้จัดทำแผนงาน ๔ โครงการ คือ
๑.โครงการบูรณะพระธาตุดอยตุง
๒.โครงการสร้างพุทธมณฑลสมโภช ๗๕๐ ปีเมืองเชียงราย
๓.โครงการสร้างอาคารสงฆ์อาพาธ ณ โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ และ
๔.โครงการจัดตั้งวิทยาลัยสงฆ์เชียงราย ขึ้นเพื่อร่วมฉลองกิจกรรมดังกล่าว
ในโอกาสที่จังหวัดเชียงรายมีโครงการสร้างศาลากลางจังหวัดหลังใหม่ ในสถานที่ใหม่ พระธรรมราชานุวัตร จึงมีหนังสือแสดงเจตน์จำนงขอใช้อาคารศาลากลางจังหวัดเชียงรายต่อนายนรินทร์ พาณิชกิจ ผู้ว่าราชการจังหวัด (สมัยนั้น-๒๕๔๗) และเป็นที่รับทราบของผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายในเวลาต่อมาถึง ๗ ท่าน คือนายนรินทร์ พาณิชกิจ, นายวรเกียรติ สมสร้อย, นายอมรพันธ์ นิมานันท์, นายอุดม พัวสกุล, นายปรีชา กมลบุตร, นายไกรสิทธิ์ สินสมบูรณ์ทอง และนายสุเมธ แสงนิ่มนวล
ในการประชุมคณะกรรมการวางผังแม่บทศูนย์ราชการจังหวัดเชียงราย ครั้งที่ ๔/๒๕๕๒ เมื่อวันที่ ๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๒ ที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบให้คณะสงฆ์ใช้อาคารศาลากลางจังหวัดเป็นที่ปฏิบัติงานคณะสงฆ์เพื่อพัฒนา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตพะเยา "ห้องเรียนเชียงราย" ให้เป็น "วิทยาลัยสงฆ์เชียงราย" ต่อไป
การมีนโยบายเปิดการศึกษาสงฆ์ระดับวิทยาลัยครั้งนี้ เป็นยุทธศาสตร์หนึ่งของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ที่ต้องการขยายฐานการศึกษาทางพระพุทธศาสนาไปสู่ประเทศเพื่อนบ้านโดยเฉพาะประเทศในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง ซึ่งหากมองในแง่ของพื้นที่แล้วเชียงรายเป็นเมืองชายแดนที่ติดกับประเทศพม่า ลาว และจีนตอนใต้ ย่อมต้องสร้างยุทธศาสตร์การศึกษาสงฆ์รองรับไว้ด้วย ดูจากการทำ MOU ระหว่างเมืองสิบสองปันนา ประเทศจีน กับจังหวัดพะเยาในเรื่องนโยบายแลกเปลี่ยนนักศึกษาทั้งพระและคฤหัสถ์ในปี ๒๕๕๐ มีความก้าวหน้าไปมิใช่น้อย ในอนาคต มจร.พะเยากำลังหาแนวทางไปทำ MOU กับเมืองหลวงพระบาง ประเทศลาว และเมืองเชียงตุง ประเทศพม่า เป็นลำดับต่อไป
ทั้งนี้ก็เพื่อต้องการยกระดับทางการศึกษาเพื่อสร้างศาสนทายาททางพระพุทธศาสนาให้กว้างไกล อย่างน้อยก็เป็นศูนย์กลางการเผยแผ่พระพุทธศาสนาในประเทศอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงตอนบนให้มีรูปแบบและแนวคิดการศึกษาอย่างไทยกลับไปพัฒนาประเทศของตนบ้าง
นมัสการครับพระอาจารย์พระครูโสภณปริยัติสุธี
ขอแสดงความยินดีกับคณะสงฆ์พะเยา-เชียงรายด้วยนะครับ
ที่ได้รับอนุญาตให้ใช้ศาลากลาง(เดิม)ของทางจังหวัดเชียงราย
เป็นที่ตั้งของมจร.วิทยาเขตพะเยา ห้องเรียนวัดพระแก้ว
ก่อนหน้านั้นผมทำงานที่นั่นก็ลุ้นอยู่เหมือนกัน
เป็นลูกศิษย์พระครูสุธีสุตสุนทรครับ.
เจริญพรขอบคุณท่านอาจารย์ phnan การมอบอาคารเรียนครั้งนี้นอกจากเป็นการถวายทานให้กับสงฆ์แล้ว ยังได้ปัญญาด้วย เนื่องจากเป็นสถาบันการศึกษา ดังนั้น ที่ใดมีการเรียนการสอนก็นับได้ว่ามีปัญญา โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญญาเพื่อการศึกษาคณะสงฆ์ในประเทศลุ่มน้ำโขงแล้ว ย่อมเป็นปัญญาในระดับภูมิภาคอย่างแท้จริง...สาธุ