....สืบเนื่องจาก "เมื่อต้องเป็นวัณโรค #1...

.... วัณโรคปอด เป็นโรคติดเชื้อที่สามารถติดต่อกันได้ง่ายผ่านระบบทางเดินหายใจ แต่ก็สามารถป้องกันได้ ...ดิฉันต้องสวมหน้ากากอนามัยไว้ เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อให้กับผู้อื่น หมอบอกว่าระยะแพร่เชื้อจะหมดไปประมาณ 2 อาทิตย์หลังจากรักษาด้วยยา ดิฉันได้ทานยา 4 ตัวในเม็ดเดียวกัน แต่ได้กินก่อนนอนวันละ 3 เม็ด (เม็ดใหญ่ไม่มาก) เมื่อเทียบกับสมัยก่อนที่ดิฉันเคยรู้มา ยา 4 ตัวที่ว่าไม่ได้อยู่ในเม็ดเดียวกัน เป็นแบบแยกเม็ด ซึ่งจะกินวันละหลายเม็ดกว่านี้ เป็นกำเลยทีเดียว ... ดิฉันรู้สึกโชคดีที่มาเป็นเอาสมัยนี้ ที่ผลิตยารวมมาให้กินได้สะดวกขึ้น ... อาทิตย์แรกที่กินยา ก็รู้สึกว่าไอลดลง ไข้ก็ไม่มี ...ยานี้ช่างดีจัง ^_^

.....2 อาทิตย์ต่อมา เจ็บหน้าอกมากขึ้น ไอ และมีไข้อีก ไปหาหมอ วินิจฉัยว่า มีปอดอักเสบแทรกเข้ามา เลยต้องรักษาด้วยยาปฏิชีวนะอีก

.... 1 เดือน ก็ไปตรวจตามนัด เอกซเรย์ที่ปอดก็เริ่มดีขึ้น

.....พอครบ 2 เดือนไปตรวจตามนัดอีก อาการก็ดีขึ้น ...หมอเปลี่ยนยาเหลือเป็นสูตร 2 ตัว ตามแผนการรักษา

.... ต่อมา มีอาการเจ็บหน้าอกเพิ่มขึ้น บางวันก็เหนื่อย เจ็บจากปอดซ้ายแล้วบางทีก็เจ็บข้างขวา เวลาไอก็รู้สึกว่า ลมหายใจมีกลิ่นเหม็น ไปตรวจ หมอก็บอกว่า มีการอักเสบที่บริเวณขั้วปอดและหลอดลม ก็ให้ยาปฏิชีวนะมาอีก

.... ทุกครั้งที่มาตรวจตามนัดในแต่ละเดือน ช่วงที่กินยาสูตร 2 ตัว ก็ยังคงความไอแห้งๆ อยู่ หมอบอกว่า มันมีการอักเสบตรงใกล้กับหลอดลม จึงทำให้ยังมีไออยู่ ไอแบบทำให้รำคาญ โดนอากาศเย็นไม่ได้เลย กินเย็นไม่ได้ โดนพัดลมไม่ได้ เริ่มมีอาการปวดตามข้อต่างๆ ลุกนั่งลำบาก ออกแรงไม่ค่อยได้ ปวดข้อมือ ข้อแขน ข้อเท้า ข้อเข่า ....

.... ช่วงนี้เป็นช่วงที่ดิฉันค่อนข้างจะลำบาก ดิฉันต้องทำวิทยานิพนธ์ในช่วงนี้ ไม่มีสมาธิเลยค่ะ ...เพื่อนๆ เค้าพากันไปคณะเพื่อส่งงานอาจารย์ แต่ดิฉันต้องไปที่รพ.เพื่อส่งเสมหะและพบหมอ ^_^  ดิฉันไม่ค่อยได้ไปไหนกับเพื่อนๆ เพราะไม่อยากคลุกคลีใกล้ชิดกับใคร เพราะไม่อยากให้ใครมาติดเชื้อจากตัวเอง ...เพื่อนๆ ก็เริ่มห่างหายไป

.....พอเริ่ม 4-5 เดือน อาการของดิฉันก็ดีขึ้นเรื่อยๆ แต่ก็ยังคงความไออยู่ ปวดข้อเริ่มหายไปทีละน้อย จนดิฉันสามารถทำงานได้มากขึ้น  

.....พอครบนัด 6 เดือน ดิฉันดีใจมาก ที่จะได้หยุดยาตามแผนการรักษา ...แต่ก็ยังอดสงสัยตัวเองไม่ได้ ว่า ทำไมยังคงมีอาการไออยู่ ไม่หายซักที ทรมาณจัง ...และเวลาไอก็ยังมีกลิ่นเหม็นอยู่เหมือนเป็นกลิ่นหนอง จึงตัดสินใจบอกหมออีกครั้งก่อนที่หมอจะบอกให้หยุดยา ... หมอจึงเอกซเรย์ดูอีก ...หมออ่านผลว่า ปอดแฟบส่วนหนึ่ง อาจเนื่องจากมีเสมหะไปอุดตันแล้วทำให้ปอดแฟบ ..แต่หมอก็ยังไม่แน่ใจ จึงต้องขอนัดตรวจละเอียดด้วยการตรวจเอกซเรย์ด้วยคอมพิวเตอร์อีกที ได้วันนัดตรวจเอกซเรย์อีก 1 เดือนข้างหน้า ดิฉันเลยต้องได้กินยาต่อไปอีก 1 เดือน รวมเป็น 7 เดือน

.....ถึงวันนัดฟังผลเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ ดิฉันกังวลมาก กลัวไปหมด กลัวว่าจะเป็นมะเร็งบ้าง กลัวว่าจะเป็นอะไรร้ายแรง ... พ่อกับแม่ดิฉัน รวมถึงเพื่อนสนิท และแฟนก็ให้กำลังใจดิฉันตลอดมา ... ^^  และแล้วหมอก็บอกผล ว่า ดิฉันยังคงมีเชื้อวัณโรคอยู่ที่ปอด มีลักษณะเป็นโพรงอยู่ และย้อนไปดูผลการเพาะเชื้อเสมหะที่เคยเก็บไว้เมื่อ 2-3 เดือนก่อน (ผลออกช้ามาก เพราะต้องเพาะเชื้อ) ปรากฏว่าพบเชื้อดื้อยา ...ทั้งๆที่ดิฉันกินยาอย่างสม่ำเสมอ ตลอดมา ...ดิฉันเสียใจมากเลยค่ะ ไม่นึกว่าจะมาเจอกับตัวเองแบบนี้ ...T_T 

.....ติดตามตอนต่อไปนะคะ ^__^