....สืบเนื่องจาก "เมื่อต้องเป็นวัณโรค #1...
.... วัณโรคปอด เป็นโรคติดเชื้อที่สามารถติดต่อกันได้ง่ายผ่านระบบทางเดินหายใจ แต่ก็สามารถป้องกันได้ ...ดิฉันต้องสวมหน้ากากอนามัยไว้ เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อให้กับผู้อื่น หมอบอกว่าระยะแพร่เชื้อจะหมดไปประมาณ 2 อาทิตย์หลังจากรักษาด้วยยา ดิฉันได้ทานยา 4 ตัวในเม็ดเดียวกัน แต่ได้กินก่อนนอนวันละ 3 เม็ด (เม็ดใหญ่ไม่มาก) เมื่อเทียบกับสมัยก่อนที่ดิฉันเคยรู้มา ยา 4 ตัวที่ว่าไม่ได้อยู่ในเม็ดเดียวกัน เป็นแบบแยกเม็ด ซึ่งจะกินวันละหลายเม็ดกว่านี้ เป็นกำเลยทีเดียว ... ดิฉันรู้สึกโชคดีที่มาเป็นเอาสมัยนี้ ที่ผลิตยารวมมาให้กินได้สะดวกขึ้น ... อาทิตย์แรกที่กินยา ก็รู้สึกว่าไอลดลง ไข้ก็ไม่มี ...ยานี้ช่างดีจัง ^_^
.....2 อาทิตย์ต่อมา เจ็บหน้าอกมากขึ้น ไอ และมีไข้อีก ไปหาหมอ วินิจฉัยว่า มีปอดอักเสบแทรกเข้ามา เลยต้องรักษาด้วยยาปฏิชีวนะอีก
.... 1 เดือน ก็ไปตรวจตามนัด เอกซเรย์ที่ปอดก็เริ่มดีขึ้น
.....พอครบ 2 เดือนไปตรวจตามนัดอีก อาการก็ดีขึ้น ...หมอเปลี่ยนยาเหลือเป็นสูตร 2 ตัว ตามแผนการรักษา
.... ต่อมา มีอาการเจ็บหน้าอกเพิ่มขึ้น บางวันก็เหนื่อย เจ็บจากปอดซ้ายแล้วบางทีก็เจ็บข้างขวา เวลาไอก็รู้สึกว่า ลมหายใจมีกลิ่นเหม็น ไปตรวจ หมอก็บอกว่า มีการอักเสบที่บริเวณขั้วปอดและหลอดลม ก็ให้ยาปฏิชีวนะมาอีก
.... ทุกครั้งที่มาตรวจตามนัดในแต่ละเดือน ช่วงที่กินยาสูตร 2 ตัว ก็ยังคงความไอแห้งๆ อยู่ หมอบอกว่า มันมีการอักเสบตรงใกล้กับหลอดลม จึงทำให้ยังมีไออยู่ ไอแบบทำให้รำคาญ โดนอากาศเย็นไม่ได้เลย กินเย็นไม่ได้ โดนพัดลมไม่ได้ เริ่มมีอาการปวดตามข้อต่างๆ ลุกนั่งลำบาก ออกแรงไม่ค่อยได้ ปวดข้อมือ ข้อแขน ข้อเท้า ข้อเข่า ....
.... ช่วงนี้เป็นช่วงที่ดิฉันค่อนข้างจะลำบาก ดิฉันต้องทำวิทยานิพนธ์ในช่วงนี้ ไม่มีสมาธิเลยค่ะ ...เพื่อนๆ เค้าพากันไปคณะเพื่อส่งงานอาจารย์ แต่ดิฉันต้องไปที่รพ.เพื่อส่งเสมหะและพบหมอ ^_^ ดิฉันไม่ค่อยได้ไปไหนกับเพื่อนๆ เพราะไม่อยากคลุกคลีใกล้ชิดกับใคร เพราะไม่อยากให้ใครมาติดเชื้อจากตัวเอง ...เพื่อนๆ ก็เริ่มห่างหายไป
.....พอเริ่ม 4-5 เดือน อาการของดิฉันก็ดีขึ้นเรื่อยๆ แต่ก็ยังคงความไออยู่ ปวดข้อเริ่มหายไปทีละน้อย จนดิฉันสามารถทำงานได้มากขึ้น
.....พอครบนัด 6 เดือน ดิฉันดีใจมาก ที่จะได้หยุดยาตามแผนการรักษา ...แต่ก็ยังอดสงสัยตัวเองไม่ได้ ว่า ทำไมยังคงมีอาการไออยู่ ไม่หายซักที ทรมาณจัง ...และเวลาไอก็ยังมีกลิ่นเหม็นอยู่เหมือนเป็นกลิ่นหนอง จึงตัดสินใจบอกหมออีกครั้งก่อนที่หมอจะบอกให้หยุดยา ... หมอจึงเอกซเรย์ดูอีก ...หมออ่านผลว่า ปอดแฟบส่วนหนึ่ง อาจเนื่องจากมีเสมหะไปอุดตันแล้วทำให้ปอดแฟบ ..แต่หมอก็ยังไม่แน่ใจ จึงต้องขอนัดตรวจละเอียดด้วยการตรวจเอกซเรย์ด้วยคอมพิวเตอร์อีกที ได้วันนัดตรวจเอกซเรย์อีก 1 เดือนข้างหน้า ดิฉันเลยต้องได้กินยาต่อไปอีก 1 เดือน รวมเป็น 7 เดือน
.....ถึงวันนัดฟังผลเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ ดิฉันกังวลมาก กลัวไปหมด กลัวว่าจะเป็นมะเร็งบ้าง กลัวว่าจะเป็นอะไรร้ายแรง ... พ่อกับแม่ดิฉัน รวมถึงเพื่อนสนิท และแฟนก็ให้กำลังใจดิฉันตลอดมา ... ^^ และแล้วหมอก็บอกผล ว่า ดิฉันยังคงมีเชื้อวัณโรคอยู่ที่ปอด มีลักษณะเป็นโพรงอยู่ และย้อนไปดูผลการเพาะเชื้อเสมหะที่เคยเก็บไว้เมื่อ 2-3 เดือนก่อน (ผลออกช้ามาก เพราะต้องเพาะเชื้อ) ปรากฏว่าพบเชื้อดื้อยา ...ทั้งๆที่ดิฉันกินยาอย่างสม่ำเสมอ ตลอดมา ...ดิฉันเสียใจมากเลยค่ะ ไม่นึกว่าจะมาเจอกับตัวเองแบบนี้ ...T_T
.....ติดตามตอนต่อไปนะคะ ^__^
หาความรู้
ไม่ทราบว่าตอนนี้เป็นอย่างไรบ้างครับ
ผมก็เพิ่งได้รับเชื้อมาเหมือนกัน
ก็คิดว่าดูแลตัวเองดีแล้ว
แต่ก็ยังเจอกับตัวเอง
เชื้อโรคเยอะจริงๆ
เลยนะครับ
ปริญญา
เบียร์
:)
ตอนนี้ผ่านไป 4 เดือนแล้วค่ะที่ได้รับยาสูตรใหม่สำหรับเชื้อดื้อยา
กินยาแล้ว อาการที่เป็นวัณโรคไม่มีอะไรแล้วนะคะ ไม่เจ็บอก ไม่ไอ แล้วก็ไม่มีไข้
แต่อาการข้างเคียงที่เกิดจากยามีเยอะเลยค่ะ
ตอนนี้อ่อนแอเพราะการกินยามากกว่า ... ปวดข้อ มีผื่นคันไปทั่วตัว ผิวก็ดำ อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร คลื่นไส้อาเจียน ..
แต่ก็สร้างกำลังใจ และก็อดทนอย่างเดียวน่ะค่ะ
หาอาหารกินบ่อยๆ โด๊ปวิตามินซี กินโปรตีน กินผัก ผลไม้ ดื่มน้ำเยอะๆ ออกกำลังกาย เรียกได้ว่าช่วงนี้ดูแลตัวเองมากๆเลยค่ะ
^__^ เป็นกำลังใจให้นะคะคุณเบียร์ อดทนกินยาให้สม่ำเสมอ แล้วเดียวจะหายนะคะ
สวัสดีคุณnursebow. ครับผมเพิ่งไปตรวจพบมาเหมือนกัน วัณโรคปอด รู้สึกเครียดมากกลัวคนข้างๆญาติพี่น้องติดและไม่อยากบอกใครว่าเป็นเลย. กลัวคนรอบข้างเพื่อนร่วมงานรังเกียจ. อยากรบกวนถามหน่อยน่ะครับว่ากินยากี่อาทิตย์จึงจะรู่้ว่าตัวเองแพ้ยาหรือไม่. ผมเพิ่งกินไป2วันไม่มีอาการอะไรบ่งบอกว่าแพ้ ถ้าแพ้แล้วผิวหน้าและตัวจะดำเลยใช่หรือไม่ครับ ขอบคุณนะครับขอให้คูณ nursebowหายไวๆนะครับ
สวัสดีค่ะคุณ Chan .ทำใจให้สบาย แล้วก็ตั้งสติ ไว้นะคะ ให้ความเครียดมันลดลง . ช่วงแรกๆ 2 อาทิตย์แรก ก็ให้ปิดหน้ากากอนามัยป้องกันการแพร่เชื้อไว้ก่อน จนกระทั่งกินยารักษาแล้วอาการดีขึ้น และก็ปรึกษาแพทย์ ตรวจดูผลเสมหะ ถ้าเชื้อไม่มีในเสมหะก็แสดงว่า การรักษาเริ่มได้ผล ให้กินยาอย่างสม่ำเสมอ อาจบอกคนรอบข้างที่สนิท ที่จะต้องใกล้ชิดกับเราน่ะค่ะ ถ้าคนที่คิดว่าไม่ได้สนิท หรือไม่อยากบอกก็ บอกแค่ว่าเราเป็นหวัด ช่วงนี้ต้องใส่หน้ากาก แล้วเราก็ป้องกันและระวังการแพร่เชื้อ ...ตอนกินยา ดิฉันก็ไม่ได้แพ้ยานะคะ แต่โดนฤทธิ์ข้างเคียงที่เกิดจากยาค่ะ ผิวหนังก็เริ่มคล้ำเมื่อรักษาไปสักพักน่ะค่ะ อาจจะแล้วแต่คน บางคนจะปวดข้อ หมอจะให้วิตามินบีรวมทานร่วม ...ขอให้หายไวๆ เช่นกันนะคะ อย่าให้เป็นแบบดื้อยา เพราะว่าทรมาณมากค่ะ ...
ขอบคุณอย่างสูงครับคุณnursebowที่กรุณาตอบคำถามและให้คำแนะนำมีประโยชน์มากสำหรับผม เพราะไม่รู้ว่าจะปรึกษาใครได้ ตอนนี้กินยาได้4วันแล้วคับยังไม่รู้สึกว่าตัวเองแพ้ยา แต่ยังเจ็บหน้าอกขวาอยู่แต่อาการไอก้อน้อยลงแล้ว อีก7วันหมอนัดตรวจเลือดเอ็กซเรย์ใหม่ ก็ได้แต่หวังว่าอะไรๆจะดีขึ้น. ขอบคุณมากๆอีกครั้งครับสำหรับคำแนะนำ ขอให้คุณโชคดีและหายไวๆนะครับ ถ้าสงสัยอะไรอาจจะรบกวนถามนะครับขอบคุณครับ
ได้เลยค่ะ คุณ chan เป็นกำลังใจให้นะ ^^ ตอนนี้ดิฉันก็กินยาอยู่ มีอะไรก็ถามกันได้ ดิฉันเหลือกินยาอีก ตั้ง 14 เดือน ถึงเวลานั้น คุณ chan คงจะกินยารักษาหายแล้วนะ สู้ๆๆ นะคะ .... ถ้าอาการไอลดลง ก็น่าจะดีขึ้น ^^
หมอบอกว่าสงสัยดิฉันเป็นวัณโรคเพราะดูจากฟิมล์เอ๊กซ์เรย์ อ้อลืมบอกไปว่า ดิฉันไม่มีอาการอะไรเลยที่จะบ่งบอกว่าเป็นวัณโรค เพียงแต่ไปตรวจร่างกายประจำปีแล้วพบผลเอ็กซ์เรย์ปอดผิดปกติ หมอให้กินยาเข้าเดือนที่ 4 แล้ว ไปเอ๊กซ์เรย์ ตรวจเลือด ตรวจเสมหะใหม่ (ครั้งที่ 3) ผลปรากฏว่าไม่พบเชื้อเหมือนครั้งแรก ๆ ที่ทำการรักษา แต่ผลเอ๊กซ์เรย์ยังเหมือนเดิม หมอที่รักษาบอกว่าอาจจะไม่ใช่วัณโรค อาจจะเป็นเชื้ออื่น ให้ดิฉันกินยาไปอีกระยะหนึ่งก่อน แต่ที่น่าเศร้าสำหรับดิฉันคือ หมอลงในใบรับรองแพทย์ ว่าเป็นวัณโรค ให้หยุดงานรักษาตัว ตั้งแต่อาทิตย์แรกไปแล้วนี่ซิ ทำให้ดิฉันโดนพักงานเพราะพนักงานกลัวติดเชื้อ แล้วตอนนี้จะมาบอกว่าอาจจะไม่ใช่วัณโรค ดิฉันกลุ้มใจมาก ไม่รู้จะทำอย่่างไรดี เครียดไปหมด ตอนนี้ผิวก็ดำขึ้นด้วยไม่รู้จะเกี่ยวกับการกินยาหรือเปล่า ใครรู้ช่วยบอกที จะขอบคุณมาก
ผิวดำจากยาค่ะ ไม่ต้องกังวลนะคะ ถ้าหยุดกินยาเมื่อไหร่ ผิวก็จะหายดังเดิม ...ขอเป็นกำลังใจให้ไม่เป็นอะไรมากนะคะ ถ้าไม่ใช่วัณโรค ...หายไวๆนะคะ ^__^
กินยาวัณโรคได้ 2 อาทิตย์ มีผื่นขึ้นตามตัวเล็กน้อย แต่มีไข้สูง ต้องแอดมิด แต่ก็ต้องกินยาต่อเนื่องโดยที่ตอนอยู่โรงพยาบาลอาการกำเริบทุกทีหลังจากกินยาเสร็จ อีก 1 ชั่วโมง รู้เลยว่าต้องคันยิบๆแบบทรมาน แล้วไข้สูงๆก็ตามมา ทำให้เราทรุดและไม่ได้ออกจากโรงพยาบาลสักที อาการคันจะเริ่มหลังจากกินยาทุกครั้ง ยาแก้แพ้ไม่สามารถจะต้านทานอาการแพ้ได้ ต้องเรียกพยาบาลมาฉีดยาแก้คันให้ตลอดทั้ง 3 คืน ตลอดระยะเวลาที่อยู่โรงพยาบาลไม่เคยได้นอนหลับตอนกลางคืนเลย เพราะกว่ายาแก้คันจะออกฤทธิ์ก็นานอยู่ อาการคันก็ค่อยทุเลาลง แต่ก็ยังไม่หมดทีเดียวก็ยังคันอยู่ แต่ก็พอทนได้ กว่าจะได้นอนอีกทีก็ 6โมงเช้า ผื่นเริ่มเยอะขึ้น จากที่ไม่ค่อยเยอะ เราก็บอกอาการกับหมอไปว่าอาการเป็นแบบนี้นะตั้งแต่วันแรกแล้ว แต่หมอก็ไม่ได้ว่าอะไรยังให้ทานยาต่อทั้งๆที่ร่างกายเรารู้ว่ามันต้องเกิดปฎิกริยาจากยา แต่เราก็ไม่ได้เถียงหรือใช้อารมณ์กับหมอ (แต่อยากบอกหมอว่าหยุดให้ยาเถอะครับ) จนผื่นเราเยอะขึ้นหลังจากที่ไม่ค่อยมี ขึ้นตามหน้า ตามตัวเต็มไปหมด คงเห็นว่าเราคงทรมานสุดๆ หมอก็เลยให้หยุดยาอาการดีขึ้นทันใด วันต่อมาก็ออกจากโรงพยาบาลมาพักร่างกายที่บ้าน พักอยู่ 1 อาทิตย์ก็ต้องไปพบหมอตามที่ได้นัดไว้ แต่หมอก็ไม่รู้ว่าแพ้ยาตัวไหน เลยให้ไรแฟมมาเป็นอันดับแรก เพราะน่าจะมีคนแพ้บ่อย พอวันแรกหลังจากได้กินยาเข้าไป อาการเหมือนเดิม ทั้งๆที่สุขภาพดี คือมีอาการคันยิบๆตามร่างกาย แล้วไข้สูงก็ตามมาทำให้เราทรุด มันมีวิธีไหนบ้างที่เราจะไม่แพ้หรือมียาตัวไหนบ้างที่สามารถทดแทนไรแฟมได้ อีกอย่างที่สงสัยคือกินยามาก่อนหน้านั้น 2 อาทิตย์ทำไมไม่มีอาการคันยิบๆตามร่างกาย ไข้ก็ไม่มี เป็นปกติดีทุกอย่าง ใครเคยแพ้ยาตัวนี้หรือผู้ที่มีความรู้ ช่วยแนะนำด้วยครับบบบบบบ
ขอเป็นกำลังใจให้ทุกๆท่านนะคะ ดิฉันก็เคยเป็นตอน ปี 2554 ต้องกินยาต่อเนื่อง 6 เดือนอย่าหยุดโดยเด็ดขาด
ดิฉันมีลูกเล็กๆ อายุ 2 ขวบ และ 4 ขวบ ลูกๆก็ต้องกินยาต้านด้วย แต่ลูกๆต้องกิน 9 เดือน ก็สงสารเค้านะคะ แต่ทุกอย่างก็ผ่านมาได้ ขอเป็นกำลังใจให้นะคะ
คุณพ่อเป็นวัณโรคค่ะกินยาได้1เดือนแล้วทำไมยังทานอาหารไม่ได้เลยน้ำหนักลดมากเป็นเพราะยาหรือป่าวค่ะหรือว่าจะเป็นอาการของโรคอืนค่ะตอนนี้กังวลมากเลยค่ะ
ขอเป็นกำลังใจให้กับคนที่เป็นอยู่สู้ๆนะวันนี้เอาข้อมูลดีๆมาแบ่งให้อ่านกัน
การฟื้นฟูรักษาด้วยชีวะโมเลกุล สำหรับการกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน
ปัจจุบันนี้คนเราเกิดภาวะตรึงเครียดเนื่องด้วยหลายๆสาเหตุ และปัจจัย ทำให้ร่างกายและจิตใจของเกิดโรคต่างๆขึ้นมากมาย แต่พวกเรายังโชคดีที่ว่ามีการค้นพบการป้องกันสภาพที่เสื่อมโทรมนี้
โดยปรัชญาเบื้องต้น สิ่งที่สำคัญพื้นฐานสำหรับการมีสุขภาพที่ดีคือ แสงแดด, ออกซิเจน, น้ำ, การได้รับสารอาหารที่สมดุล และ การออกกำลังกายที่เพียงพอ
การวิจัยใหม่ค้นพบว่าห้าข้อนี้เป็นสิ่งสำคัญของชีวิต แต่เนื่องด้วยชีวิตปัจจุบันทำให้สิ่งต่างๆ สารอาหาร น้ำดื่ม อากาศที่ไม่บริสุทธิ์ การได้รับแสงแดดที่ไม่เพียงพอหรือผิดช่วงเวลา ทำให้เราได้รับสิ่งไม่มีคุณภาพเพียงพอเราจึงต้องอาศัยตัวช่วยเพื่อให้ได้รับสิ่งสำคัญที่เพียงพอ
ผลของการบำบัดด้วยเซลล์ :
-ต่อต้านความชราและการแก่ก่อนวัยอันควรที่เกิดจากความเหนื่อยล้าทั้งทางร่ายกายและจิตใจ
-ฮอร์โมนไม่สมดุลและไม่มีประสิทธิภาพของต่อมไร้ท่อ
-ปัญหาเรื่องความเจ็บป่วยทางอารมณ์และจิตใจ, ความเจ็บป่วยเนื่องจากความเครียด
-อาการอ่อนล้าเรื้อรัง(Chronic Fatigue Syndrome CFS)
-การพักฟื้นหลังจากโรคหรืออุบัติเหตุ
-กระดูกสันหลังและไขข้อเสื่อม
-ความบกพร่องของกล้ามเนื้อและระบบประสาทบางประเภท
-โรคเปลี่ยนแปลงโครงสร้างเนื้อเยื้อเรื้อรัง
-ปัญหาระบบหมุนเวียน
-โรคเกี่ยวกับระบบย่อย
-ระบบภูมิคุ้มกันเสื่อมสภาพและการติดเชื้อ
-การสร้างเซลล์ เนื้อเยื่อและอวัยวะขึ้นมาใหม่
-ภูมิคุ้มกัน สารต่อต้านอนุมูลอิสระและยับยั้งการอักเสบ
-การควบคุมระบบประสาทอัตโนมัติ
-โปรโมทและบำรุงรักษาการหมุนเวียนเลือด
-เพื่อให้มั่นใจการซ่อมแซมเนื้อเยื่อและการรักษาบาดแผล
-การเพิ่มประสิทธิภาพของการฟื้นฟูระบบประสาท
-ควบคุมความสมดุลของระบบฮอร์โมน
-ปรับปรุงระบบทางเดินอาหารที่จะนำไปสู่การกำจัดอาการท้องผูก
-เพิ่มความยืดหยุ่นที่ข้อต่อและหมอนรองกระดูก
-ปรับปรุงการรับรู้และการตื่นตัวของสมองและเสริมสร้างความชุ่มชื้นของผิวหนังชั้นนอกซึ่งนำไปสู่ผิวที่กระชับ สดใสและเรียบเนียน
-เพิ่มความหนาแน่นของชั้นหนังแท้โดยการเร่งคอลลาเจน
อย่ากังวลมากไปนะเพราะไม่ดีต่อสุขภาพ
เป็นเหมือนกันค่ะ แรกๆดำยิ่งกว่าถ่าน ผื่นขึ้นด้วยค่ะ ตอนนี้เหลืออีกเดือนเดียวค่ะ ดีใจมากค่ะ^^
แล้วถ้าเด็ก5ขวบเป็นละค่ะ อาการข้างเคียงของยาจะเป็นยังไงค่ะ ตอนนี้เครียดมากค่ะ น้องเพิ่งกินยาได้3วันเอง ก็เลยหาข้อมูล ไม่ค่อยมีเด็กเป็นเลยค่ะ ว่าการรักษาเป็นยังไงมั้งโอกาสหายไหมค่ะกลัวน้องแพ้ยาค่ะ
อยากทราบว่าถ้ากินยาวัณโรคอยู่สามารถทานคอลลาเจนเสริมได้ไหมค่ะเพราะผิวคล้ำมากแห้งด้วยค่
ถามตอบ
ระยะเเรกคนที่ร่างกินยามีอาการแพ้ เพราะร่างกายมีภุมิคุ้มกันอ่อนแอกว่าคนปกติค่ะ บางคนแพ้มีอาการลมพิษมีผื่น มีไข้ร่วมด้วย และอาจถึงขั้นอาเจียน ต้องปรีกษาหมอ เพื่อปรับยาค่ะ
2 -3 สัปดาแรก ของการกินยา จะมีอาการแพ้ยา เช่น มีผื่น ปวดข้อ ปวดตัว หรือมีไข้ร่วม อาจรายถึงขั้นอาเจียน เพราะเกิดจากการแพ้ยาบางชนิด และร่างกายกำลังปรับตัวกับยา **แต่บางคนแทบจะไม่มีอาการแพ้ยาเลยก็มี เพราะร่างกายแต่ละคนไม่เหมือนกันวิธีแก้ไข ให้ไปพบแพทย์ เพื่อให้แพทย์ปรับยาให้ใหม่ หรือลองเปลี่ยนวิธีการกิน จากกลางคืนเป็นกินตอนเช้าดู เพราะตอนเช้าร่างกายเราได้พักผ่อนจะต้านทานกับยาที่เเรงได้ เมื่อร่างกายพ้นจากระยะเวลานี้ไปได้จะสบาย ไม่แพ้อีก4 -5 เดือน การที่เรากินยาวัณโรคเข้าไป ย่อมมีผลต่อ ระบบต่างๆ ของร่างกาย เช่น มึนๆ ผิวคล้ำ สิวอักเสบเต็มหน้า การได้ยินผิดปกติ และมีอาการเก๊า เพราะยานี้ไปทำลายกระดูก *ข้อแนะนำอีกเรื่องคือ ให้ตรวจเลือดหาค่าตับ เก๊า และไต ด้วยเพราะการกินยาเวลานานก็มีผล แต่ต้องปรึกษาแพทย์ก่อน