อดีตคือยารักษาแผล

บางคนอาจคิดว่า อดีต ก็เหมือนเช่นเดียวกับ สายลม ที่ผ่านมาแล้วในที่สุดมันก็จะผ่านไป แต่ในความเป็นจริงแล้วไม่มีใครเคยคิดหรอกว่า สายลมสายนั้นสักวันหนึ่งมันจะหวนย้อนกลับคืนมาอีกครั้งก็ได้ เพราะสายลมไม่เหมือนสายน้ำที่ไม่มีทางที่จะไหลย้อนกลับ

อดีต สำหรับใครหลาย ๆ คนอาจมองว่ามันเหมือนกับ สิ่งเตือนใจ แต่แท้ที่จริงแล้ว คำว่าอดีตมันเป็นเหมือนยารักษาบาดแผล ใครหลาย ๆ คนอาจมองว่าสิ่งเล็ก ๆ ที่เรียกมันว่าความรัก คือสิ่งที่ยิ่งใหญ่และ มหัศจรรย์ งดงาม แต่สัจธรรมของความรักที่จริงก็คือ ที่ใดมีรักที่นั้นก็ย่อมมีทุกข์  ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนแล้วแต่เป็นเงื่อนไขของเหตุผล และวันเวลาเป็นตัวกำหนด แท้ที่จริงแล้ว สิ่งยิ่งใหญ่และมหัศจรรย์ที่สุดก็คือ คำว่าอดีต ถึงแม้ว่าในบางครั้งอดีตของใครหลาย ๆ คนเป็นสิ่งที่ปวดร้าวและไม่น่าจดจำนัก และยากที่จะลบลืมมันได้ แต่อย่างน้อยอดีตก็ยิ่งใหญ่กว่าคำว่ารักตรงที่ อดีตอยู่เหนือเงื่อนไขของ เหตุผล และ วันเวลา

เมื่อเวลาหมุนผ่านไปความรักอาจจืดจาง ด้วยการเปลี่ยนแปลงของปัจจัยต่าง ๆ ในขณะเดียวกันเวลาก็ทำให้ อดีตเติบโตขึ้นมาไปเป็นความสวยงามที่สุดของชีวิตและเป็นภูมคุ้มกันที่ทำให้เราเข้มแข็งได้ในวันข้างหน้า ไม่เว้นแม้แต่อดีตที่เราอยากจะลืมมันไป  ไม่ว่าปัจจุบันเราจะเดินหกล้มถ้าหากเราลองก้มมองบาดแผลในวันนี้ เมื่อเทียบกับบาดแผลในวันนั้นที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด อดีตอาจทำให้เราเจ็บปวดยามที่เราอ่อนแอ แต่ในบางครั้งก็เป็นเหมือนภูมคุ้มกันให้เราเข้มแข็งได้ในวันนี้

 

สุดท้ายนี้ขอทิ้งท้ายด้วยประโยคของเพลง ๆ หนึ่งซึ่งมีความหมายที่อาจทำให้ใครที่กำลังต้องการกำลังใจในวันนี้ได้

"อย่าไปกลัวเวลาที่ฟ้าไม่เป็นใจ อย่าไปคิดว่ามันเป็นวันสุดท้าย น้ำตาที่ไหลย่อมมีวันจางหาย  หากไม่รู้จักคำว่าเจ็บปวดก็คงไม่พบกับคำว่าสุขใจ "

ขอบคุณเนื้อหาเพลง ฤดูที่แตกต่าง โดย คุณบอย โกสิยพงษ์ สำหรับเนื้อหาเพลงที่มีความหมายเพลงนี้

ทุกข์ในวันนี้อาจเป็นสุขที่ยิ่งใหญ่ในวันข้างหน้า ขอให้ทุกคนสุขใจที่อ่านบันทึกนี้ครับสุขสวัสดีครับผม