๑๖  พฤษภาคม ๒๕๕๔

เรียน เพื่อนครู ผู้บริหารและท่านผู้อ่านที่เคารพรักทุกท่าน

วันจันทร์ที่ ๙  พฤษภาคม ๒๕๕๔  เช้านี้กลุ่มบริหารงานบุคคลนัดครูบรรจุใหม่มาทำทะเบียนประวัติ เป็นกลุ่มที่คัดเลือกจากอัตราจ้างและพนักงานราชการ ได้ทักทายสอบถามความเป็นอยู่สำหรับบางราย ส่วนใหญ่อายุมากกว่า ๒๕ ปี ไม่เหมือนสมัยผมเป็นครู เขายังรับวุฒิ ป.กศ. (ประกาศนียบัตรวิชาการศึกษา) เท่ากับเราจบ ม.ศ.๕ ในปัจจุบัน แค่นี้ก็ออกมาเป็นครูแล้ว อายุเพิ่งเลย ๑๘ ปีนิด ๆ เงินเดือนเพียง ๑,๐๘๐ บาท เรื่องใบประกอบวิชาชีพครูไม่ต้องพูดถึง แต่หัวใจพองโตที่ได้เป็นครู แต่งเครื่องแบบสีกากี กางเกงสี่จีบหรือที่เรียกกันว่าสี่เครื่องยนต์ ปั่นจักรยานไปโรงเรียน การสอนต้องเรียกว่าไม่ประสาเลย พยายามเลียนแบบอาจารย์ที่วิทยาลัย ซึ่งก็ดูเท่ดี เนคไทมีเส้นเดียว ผูกไม่เป็นต้องพึ่งครูรุ่นพี่ช่วยจัดการให้ ปีแรกสอนดีจนนักเรียนสอบตกยกชั้น เพราะครูใหญ่มอบให้สอนชั้น ป. ๑ รางวัลที่ได้รับในปีต่อมา ได้เลื่อนไปสอนชั้น ป.๓ ปีนี้เอาจริงเอาจัง ผลออกมาดี สอนได้เพียง ๒ ปี ก็ลาไปเรียนต่อปริญญาตรีในชั้นปีที่ ๓ เพราะสอบวิชาชุด พ.ม. ผ่านในปีเดียว จบปริญญาตรีกลับไปทำหน้าที่สอนได้เพียงปีเดียวก็ขึ้นประจำสำนักงานและโยกย้ายไปมากกว่า ๑๐ จังหวัด  ขึ้นห้องทำงานจัดการกับแฟ้มเอกสาร เที่ยงชวนท่านรองฯ ประพฤทธิ์ บุญอำไพ เต้ย และหมู ไปทานอาหารกลางวันที่ร้านป้าน้อยตลาดคลองควาย อำเภอสามโคก มีทั้งส้มตำ หมูสะเต๊ะ ก๋วยเตี๋ยว ป้าน้อยให้แม่ค้ามาเช่าหน้าร้าน ตัวเองขายน้ำ และเปิดร้านขายของโบราณ แต่สินค้ายังไม่มาก  บ่ายกลับมาทำงานต่อได้รับโทรศัพท์จากประธานสหกรณ์ครูเพชรบุรี จำกัด คุณโกศล จุ้ยมี บอกว่าพาคณะมาดูงานที่สหกรณ์ปทุมธานี จำกัด จึงอยากพบหน้าในฐานะเคยเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาที่เพชรบุรี เขต ๒ แม้ปัจจุบันเป็นข้าราชการบำนาญแล้วแต่ใจยังระลึกถึงอยู่ จนใจที่ต้องไปร่วมงานฌาปนกิจศพคุณแม่ของคุณจิระ สมบูรณ์ ที่วัดบางรักใหญ่ จังหวัดนนทบุรี จึงให้เต้ยนำเครื่องดื่ม Chivas Regal ไปมอบเพื่อดูต่างหน้าไปก่อน  เย็นถึงวัดบางรักใหญ่มีเพื่อนเก่าที่ไม่พบหน้ากันหลายปีมาชุมนุมกันพอสมควร ทั้งที่เคยร่วมทุกข์ร่วมสุขกันครั้งรับราชการที่นนทบุรีเมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๕ และส่วนหนึ่งก็เคยรับราชการด้วยกันที่อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี เมื่อ พ.ศ. ๒๕๓๑ ที่สำคัญได้พบผู้ใหญ่ในอดีตที่นับถือกันมานาน คือ ท่านเขต โชติ แย้มแสง  ท่านเกษียณแล้วแต่ยังเป็นอาจารย์สอนที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง เจ้าภาพขอให้เป็นประธานในพิธีเพราะเห็นว่าเป็นผู้ใหญ่ที่ยังรับราชการอยู่ ก็ไม่มีเหตุผลใดที่จะขัดข้อง ฟ้ามืดครึ้มจนกังวลว่าฝนจะเทลงมา แต่ด้วยบุญบารมีของผู้วายชนม์ พอเสร็จพิธีฝนก็เทลงมาทันทีทันใด

วันอังคารที่ ๑๐ พฤษภาคม ๒๕๕๔  เช้านัดคณะกรรมการพิจารณากลั่นกรองการเก็บเงินบำรุงการศึกษาของสถานศึกษา ซึ่งเป็นการประชุมครั้งที่ ๒ เคยประชุมมาครั้งหนึ่งแต่ข้อมูลไม่เพียงพอที่จะตัดสินใจ จึงต้องขอให้โรงเรียนชี้แจงเพิ่มเติมมาอีกครั้ง วันนี้ได้เห็นชอบในรายการที่สมเหตุสมผล รายการไหนดูแล้วจะนำความเดือดร้อนมาสู่โรงเรียนก็ตัดออกไป  ได้เชิญบางโรงเรียนมาชี้แจงด้วยวาจาในที่ประชุม เพราะตัวหนังสือบอกอะไรได้ไม่มาก ประเด็นที่ต้องซักกันมากคือการจ้างบุคลากร และค่าสอนคอมพิวเตอร์ ที่ต้องละเอียดเพราะรัฐบาลได้จัดงบประมาณสนับสนุนโรงเรียนในโครงการเรียนฟรี ๑๕ ปีอย่างมีคุณภาพคำว่า ฟรี 15 ปี คือ ฟรีตั้งแต่ชั้นอนุบาลจนถึงขั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย รวมทั้งประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) และการศึกษานอกโรงเรียนและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) ให้กับทั้งโรงเรียนรัฐบาล โรงเรียนเอกชน และโรงเรียนสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ถ้าเป็นโรงเรียนรัฐบาลค่าเล่าเรียนฟรี 100 เปอร์เซ็นต์ ส่วนโรงเรียนเอกชนรัฐจะจ่ายเงินช่วยเหลือมากขึ้นโดยผู้ปกครองจ่ายลดลงจากร้อยละ 40 เหลือเพียงร้อยละ 30 ถ้าเด็กคนไหนสละสิทธิ์จะมีใบประกาศเกียรติคุณให้ โดยเงินจำนวนนี้จะนำไปพัฒนาโรงเรียนที่ด้อยโอกาสพัฒนาถึง 600 โรงเรียนทั่วประเทศโดยในส่วนของงบประมาณที่รัฐช่วยเหลือนั้นมี 5 ส่วนด้วยกัน คือ ค่าเล่าเรียน แบบเรียน เสื้อผ้า ค่าอุปกรณ์การเรียน และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนรวม ๒๒ รายการ การเก็บค่าใช้จ่ายจึงต้องไม่ซ้ำซ้อนกับรายการที่รัฐจัดให้ และเป็นไปตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ ลงวันที่ ๒๔ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๓ ซึ่งกำหนดให้เก็บเงินบำรุงการศึกษาเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการจัดการเรียนการสอนนอกเหนือหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน ซึ่งมุ่งเน้นเนื้อหาสาระมากกว่าปกติ การสอนด้วยบุคลากรพิเศษ การสอนด้วยรูปแบบและวิธีการที่แตกต่างจากการเรียนการสอนปกติ หรือการสอนที่ใช้สื่อนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่จัดหาให้เป็นพิเศษ ตามอัตราที่เหมาะสมกับสภาพฐานะทางเศรษฐกิจของท้องถิ่น โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานและเป็นไปด้วยความสมัครใจของผู้ปกครองและนักเรียน ภายใต้หลักเกณฑ์ที่ สพฐ.กำหนด  เมื่อเก็บเงินเขาไปแล้ว คงต้องเป็นภาระไปจัดกิจกรรมให้เป็นไปตามสัญญา และต้องทำอย่างมีคุณภาพให้สมราคาด้วย   เที่ยงทานข้าวที่ห้องสโมสรเพราะบ่ายมีประชุม อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา มีเรื่องเสนอเพื่อพิจารณาหลายเรื่อง  เรื่องที่ ๑ เป็นการอนุมัติผลการประเมินการเตรียมความพร้อมอย่างเข้มตำแหน่งครูผู้ช่วยเพื่อเลื่อนและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งครู ๑ ราย คือ นางสาวศิริลักษณ์ สืบไทย  โรงเรียนวัดบางนางบุญ เรื่องที่ ๒ อนุมัติให้รองฯ เบญจมาศ  ยิ้มมิ่ง โรงเรียนวัดบางนางบุญ ส่งคำร้องขอย้ายไปโรงเรียนในสังกัด สพม. เขต ๓ ได้  เรื่องที่ ๓ อนุมัติการย้ายครูสายงานการสอนทั้งภายในและนอกเขตพื้นที่ เป็นการย้ายสับเปลี่ยน ๖ ราย (๓ คู่) และย้ายในตำแหน่งที่ว่าง ๒๘ ราย  เรื่องที่ ๔ การเรียกบรรจุผู้สอบแข่งขันได้เข้ารับราชการครูจากบัญชีที่สอบใหม่ จำนวน ๔๐ ราย ๘ วิชาเอก บางวิชาเอกเรียนจนหมดบัญชี  เรื่องที่ ๕ เป็นการอนุมัติปรับปรุงตำแหน่งครูและครูผู้ช่วยให้สามารถรับย้ายและบรรจุใหม่ได้  เรื่องที่ ๖ อนุมัติให้ สพม. เขต ๔ ใช้บัญชีผู้สอบคัดเลือกในตำแหน่งรองผู้อำนวยการโรงเรียน ลำดับสุดท้าย ไปแต่งตั้งในโรงเรียนมัธยมศึกษา หมดบัญชีเช่นเดียวกัน เรื่องที่ ๗ อนุมัติการย้ายโดยตัดโอนตำแหน่งและอัตราเงินเดือนสำหรับครูที่ไปช่วยราชการต่างเขตพื้นที่ จำนวน ๔ ราย ตามนโยบายของ สพฐ.  เรื่องที่ ๘ อนุมัติจัดสรรอัตราข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตามมาตรา ๓๘ ค. (๒) ที่ได้รับจัดสรรเพิ่ม ๓ อัตรา ให้กลุ่มงานในเขตและปรับปรุงกำหนดตำแหน่งให้สอดคล้องกับการแต่งตั้งบุคคลต่อไป เรื่องที่ ๑๐ อนุมัติผลประเมินด้านที่ ๓ และการแต่งตั้งให้มีวิทยฐานะชำนาญการพิเศษ ๗ ราย  สาขาคณิตศาสตร์ มี ๓ ราย คือ ครูสมควร แพทย์เจริญ โรงเรียนวัดเกิดการอุดม ครูไพฑูรย์ มีระลึก โรงเรียนชุมชนวัดบางขัน ครูสุทิน พรหมสูงวงษ์ โรงเรียนวัดกลางคลองสาม  สาขาสังคมศึกษา ฯ มี ๒ คน คือ ครูสุธาสินี สืบสิงห์ โรงเรียนชุมชนวัดเสด็จ ครูวลีรัตน์ เสริฐศิริกุล โรงเรียนวัดบางเตยใน และสาขาก่อนประถมศึกษา ๑ ราย คือ ครูเนาวรัตน์ วงศ์ศุภบุตร เรื่องที่ ๑๑  เห็นชอบการเสนอรายชื่อผู้ทรงคุณวุฒิแต่ละกลุ่มสาระ/สาขา เพื่อให้ ก.ค.ศ. กำหนดรายชื่อเพื่อประเมินวิทยฐานะชำนาญการพิเศษ ตามหลักเกณฑ์ใหม่ เรื่องที่ ๑๒ อนุมัติการตั้งกรรมการประเมินวิทยฐานะของครูที่ขอประเมินจำนวน ๗ ราย  แม้จะมีหลายเรื่องให้พิจารณาแต่การพิจารณาก็ไม่ชักช้า เพราะเรื่องสำคัญ ๆ จะมีกรรมการกลั่นกรองมาก่อนชั้นหนึ่ง  เลิกประชุมทำงานแฟ้มเอกสารจนหมด เพราะไม่อยู่หลายวัน

วันพุธที่ ๑๑ พฤษภาคม ๒๕๕๔  วันนี้มีประชุม ผอ.เขต ที่โรงแรมปริ้นพาเลส มหานาค การเดินทางไปโรงแรมไม่ยุ่งยาก แต่การนำรถขึ้นไปจอดที่ชั้น ๙ ของโรงแรมทำเอาอ่อนล้าทั้งขาขึ้นขาลง ห้องประชุมอยู่ชั้น ๑๑ จัดให้นั่งแยกประถมและมัธยม มีป้ายเขตวางไว้ ภาคเช้าเลขาธิการ กพฐ. เป็นประธานการประชุม มีประเด็นสำคัญที่เป็นประเด็นร้อนในการประชุมมีทั้งด้านวิชาการและการบริหาร ด้านวิชาการได้พูดถึงคะแนน ONET ที่ทำให้ครูเราเป็นจำเลยของสังคม คำตอบสุดท้ายต้องอยู่ที่ห้องเรียนคงต้องถกกันในเรื่องระบบการสอบ รูปแบบข้อสอบ การเตรียมความพร้อมให้กับนักเรียน ความเห็นส่วนตัวที่เคยคิดและเคยทำเห็นผลมาแล้ว เราต้องมาเรียนรู้ทฤษฎีหลักการเรียนรู้  Bloom's Taxonomy กันใหม่ ด้านนโยบายตามที่สพฐ.ได้ประกาศจุดเน้นไปแล้ว วันนี้กระแสจุดเน้นยังไม่คึกคัก สพฐ.จะเร่งรัดติดตาม ๔ ยุทธศาสตร์ คือ การติดตามประเมินผลซึ่งจะมีตัวชี้วัดต่าง ๆ   ประเด็นปัญหาโรงเรียนขนาดเล็กเป็นเรื่องเร่งด่วนที่นำมาอภิปรายกัน โดยเฉพาะโรงเรียนที่มีนักเรียนน้อยกว่า ๔๐ คนจะต้องถูกบริหารจัดการเป็นพิเศษจนถึงขั้นยุบเลิก คิดถึงความคิดของนักธุรกิจกลับตรงข้ามกับภาคราชการ กล่าวคือ ห้างเทสโกโลตัส ปรับเปลี่ยนตัวเองจากห้างสรรพสินค้าเป็นร้านสะดวกซื้อขนาดเล็ก ทำนองเดียวกับร้านเซเว่นฯ การบริการการศึกษาก็ทำนองเดียวกัน โรงเรียนขนาดเล็กน่าจะคล่องตัวกว่าโรงเรียนใหญ่ เพียงแต่เราเปลี่ยนวิธีคิดใหม่ ไม่นำโครงสร้างของโรงเรียนขนาดใหญ่มาเป็นแบบของโรงเรียนเล็ก ตกแต่งหน้าร้านใหม่ให้ดูสดใสไม่หดหู่ ปรับบุคลิกครูและผู้บริหารให้แกล้วกล้าร่าเริง ไม่มีปมติดตัวติดใจเหมือนแมวป่วย ในอนาคตหาก สพฐ.มีนโยบายไม่ตั้งผู้บริหารไปในตำแหน่งว่าง อาจให้ รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตทำหน้าที่ผู้บริหารแทน ก็คิดกันไปทำกันไปตามกำลังและปัญญา  มีการนำเสนอผลสำเร็จในการดำเนินงานของเขตพื้นที่การศึกษา ๒ เขต เป็น ผอ.เขต รุ่นใหม่ เขามีหัวก้าวหน้าและกล้าหาญในการทำงาน เช่น กำหนดเปิดภาคเรียนใหม่ให้เหมาะสม เช่นเปิดเรียนภาคต้น ๑ พฤษภาคม ปิดภาคเรียน ๑ ตุลาคม เหตุผลเขาดี เขาบอกว่า ครูเกษียณอายุราชการวันที่ ๓๐ กันยายน จะได้ไม่เป็นปัญหา การย้ายผู้บริหารโรงเรียนไม่ต้องเขียนย้าย เขาจับย้ายเองตามคุณภาพ ฟังแล้วก็เห็นดีเห็นงาม แต่ก็ทำตามไม่ได้ หากทำจริงอย่างที่พูด คงต้องส่งไปอบรมกฎหมายมหาชนโดยด่วน เพราะหากเป็นภาคเอกชนย่อมสามารถทำอะไรก็ได้ที่กฎหมายไม่ได้ห้ามไว้  แต่สำหรับภาครัฐหรือการจัดบริการสาธารณะ เจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำการได้เท่าที่กฎหมายกำหนด เพราะต้องมีฐานอำนาจที่กฎหมายให้ไว้ การกระทำโดยไม่มีอำนาจ หรือนอกเหนืออำนาจหน้าที่ หรือไม่ถูกต้องตามกฎหมาย หรือไม่ถูกต้องตามรูปแบบขั้นตอนหรือวิธีการอันเป็นสาระสำคัญที่กำหนดไว้สำหรับการกระทำนั้น ย่อมเป็นการกระทำที่ไม่ชอบ นี่คือหลักใหญ่ในการกระทำภาคมหาชน แม้จะอ้างว่าทำเพื่อประโยชน์สาธารณะศาลปกครองสูงสุดเคยวางหลักไว้ในคดี 3G ว่าแม้จะอ้างเพื่อประโยชน์ส่วนรวมแต่ก็ต้องชอบด้วยกฎหมาย  ภาคบ่าย ดร.กมล รอดคล้าย รองเลขาธิการ กพฐ. เป็นประธานการประชุม ให้เขตที่สามารถขึ้นไปนำเสนอแนวคิดในการบริหารจัดการ ได้ความรู้มากมายที่จะนำมาประยุกต์ใช้ได้  ก่อนอาหารเย็นมีนักพูดระดับชาติมาพูดให้ฟังเพื่อเป็นการเสริมแรง มีนายพนม ปีย์เจริญ และนายจตุพล ชมภูนิช ได้ทั้งสาระและความสบายอารมณ์  เหมือนดูสภาโจ๊ก

วันพฤหัสบดีที่ ๑๒ พฤษภาคม ๒๕๕๔  เช้านี้ รศ.ดร.ฉันทนา จันทร์บรรจง มหาวิทยาลัยนเรศวร นำเสนองานวิจัยการศึกษาเปรียบเทียบคุณภาพนักเรียนระหว่างประเทศ สรุปแล้วทุกประเทศเดินหน้าไปเรื่อย ๆ ช้าบ้างเร็วบ้าง แต่การศึกษาของไทยเราเหมือนเที่ยวงานวัด เห็นลิเกก็แวะดูสักหน่อย เบื่อก็ไปดูหนังกลางแปลงต่อ ง่วงก็ไปปาเป้าสาวน้อยตกน้ำ แต่ละสำนักแต่ละค่ายต่างพากันออกร้านตลอดเส้นทาง ฟ้าสางสว่างแล้วก็เลิกรากันไป  ช่วงสุดท้าย นายเสน่ห์  ขาวโต รองเลขาธิการ กพฐ. ได้กล่าวถึงโครงการพัฒนาครูทั้งระบบ ปีงบประมาณ ๒๕๕๔ ตั้งเป้าหมายการพัฒนาไว้ ดังนี้ (๑) พัฒนา Master Teacher รวม ๒๘,๒๒๔ คน ครูปฐมวัย ๖,๑๗๐ คน ครูคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ระดับประถมศึกษา-ม.ต้น ๒๒,๗๔๓ คน  พัฒนาครูระดับกลาง จำนวน ๒๑๖,๘๓๒ คน และพัฒนาด้วยระบบ e-Training  ๒๐๘,๓๒๔ คน  มีการจัดทุนในระดับปริญญาโทสำหรับ Master Teacher ๘๓๓ ทุน สำหรับผู้บริหารจะใช้เครือข่ายส่งเสริมประสิทธิภาพระดับจังหวัดเป็นกิจกรรมพัฒนา รายละเอียดจะจัดประชุมชี้แจงในระดับเขตและเครือข่ายในวันที่ ๒๑ พฤษภาคม ๒๕๕๔ นี้ ที่คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จะมีงบประมาณจัดตั้งศูนย์วิชาการประจำเขต  สำหรับการประเมินวิทยฐานะเชิงประจักษ์ในรับชำนาญการพิเศษและเชี่ยวชาญ ขอให้รอหนังสือสั่งการจาก สพร.ว่าจะกำหนดผลงานดีเด่นประเภทไหนบ้าง กำลังตั้งกรรมการพิจารณา  การคัดเลือกครูผู้ช่วยที่ยังมีตำแหน่งว่างเหลืออยู่ให้รออัตราเกษียณปี ๒๕๕๓ เพื่อดำเนินการพร้อมกันในเดือนมิถุนายนนี้ ส่วนการสอบคัดเลือกผู้บริหารโรงเรียนและรองอย่าเพิ่งดำเนินการเพราะจะส่งเข้ารับการพัฒนาไม่ทันในงวดนี้ เลิกประชุมเที่ยง บ่ายกลับที่พักเพื่อเตรียมเอกสารและเสื้อผ้าไปสัมมนากลุ่มศึกษาหลักสูตรกฎหมายปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง ที่ ก.ศป.รับรอง รุ่นที่ ๒ ที่โรงแรมพัทยามาริออท รีสอร์ท แอนด์ สปา  ระหว่างวันที่ ๑๓ - ๑๕ พฤษภาคม ๒๕๕๔ โฟกัสสำคัญของงานนี้ท่านประธานศาลปกครองสูงสุด ดร.หัสวุฒิ วิฑิตวิริยกุล และอธิบดีศาลปกครองกลาง ดร.ฤทัย หงส์สิริ  จะเดินทางไปเป็นวิทยากรเอง พวกเราก็เรียนกับท่านมาตลอด ที่ไปครั้งนี้กลับมีความหวังเล็ก ๆ ว่าจะทำให้ทราบแนวการตอบข้อสอบได้บ้าง เพราะช่วงนี้ ก.ศป.กำลังเปิดรับสมัครสอบคัดเลือกเพื่อแต่งตั้งตุลาการศาลปกครองชั้นต้น ผมเองคงไม่สอบในครั้งนี้เพราะความรู้ยังน้อยนิด ขอเรียนให้จบหลักสูตรก่อนค่อยตัดสินใจอีกครั้ง แต่ก็จะไปฟัง

 

วันศุกร์ที่ ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๕๔  ออกจากบ้านสาย ๆ ใช้ทางด่วนบูรพาวิถีเนื่องจากเป็นวันหยุดยาว รถจึงมากมาย โดยเฉพาะรถบรรทุก การขับรถจึงต้องระมัดระวังเป็นพิเศษถึงพัทยาประมาณเที่ยง คณะใหญ่จะถึงประมาณบ่ายสองโมง ตัดสินใจไปร้านเป็ดผัดกระเพรา ซอยวิทยาลัยมหาดไทย คนไม่มากแต่ช้าเหลือเกิน ประมาณ ๔๐ นาทีจึงได้กิน คราวหน้าไม่อยากอุดหนุนแล้ว  โรงแรมนี้ไม่เคยไป แต่ค้นหาจากเน็ตทราบว่าอยู่พัทยาใต้ สาย ๒ ใช้เวลาขับรถวนหาไม่นานก็พบ ที่จอดรถเป็นห้องใต้ดิน ข้างบนเป็นห้างสรรพสินค้าและโรงแรม บัดดี้ คุณนิคม  ปลัดเทศบาลเมืองเลยมาถึงแล้วเช่นกัน โรงแรมช่วยนำสัมภาระไปที่ห้องพัก พวกเราถูกต้อนเข้าห้องประชุม ทำกิจกรรมกลุ่มสัมพันธ์ เป็นเกมส์สนุกสนานเพื่อสร้างความคุ้นเคย สมาชิกที่มากันหลากหลายพื้นที่และหลายตำแหน่งอาชีพ สมาชิกในทีมจึงมองเพื่อนร่วมรุ่นด้วยความนับถือในกันและกัน ความแตกต่างของสมาชิกแต่ละคนจะถูกใช้ประโยชน์ และกลายเป็นจุดแข็งมากกว่าที่จะเป็นจุดอ่อน ในฐานะผู้นำต้องมีบทบาทในการสร้างความนับถือในกันและกันของคนในองค์กรและสร้างทีมที่สนับสนุนกันและกัน ทำให้จุดแข็งเพิ่มผลิตภาพมากขึ้น และทำให้จุดอ่อนเป็นเรื่องที่ไม่มีความหมาย  เลิกประมาณ ๑๗ นาฬิกา นัดพบกันอีกครั้งเวลา ๑๘ นาฬิกา เป็นการสังสรรค์ด้วยอาหาร เครื่องดื่มและเสียงเพลง ประธานศาลปกครองสูงสุด อธิบดีศาลปกครองกลาง และรองเลขาธิการสำนักงานศาลปกครอง อยู่ร่วมงานจนดึก เที่ยงคืนผมขอตัวกลับไปนอนเพพราะพรุ่งนี้ต้องเรียนทั้งวัน ข่าวว่าสมาชิกเลิกกันตีสองตามกฎหมายกำหนด นักดนตรีคุมวงก็เป็นตำรวจ สภ.พัทยา ว่าที่ตุลาการศาลปกครองทั้งหลายเลยอุ่นใจ

นิทานก่อนลาสัปดาห์นี้เป็นเรื่อง "เจิ้งเหรินใหม่หลี่ว์ : ชาวเจ้งซื้อเกือก"  มีชาวรัฐเจ้งผู้หนึ่งต้องการหาซื้อรองเท้า โดยก่อนออกไปซื้อเขาได้วัดขนาดเท้าของเขาเองด้วยไม้วัด และวางไม้วัดขนาดที่ทำเครื่องหมายขนาดเท้าไว้เรียบร้อยเอาไว้บนโต๊ะ แล้วออกจากบ้านไปโดยลืมนำไม้วัดขนาดไปด้วย จนกระทั่งถึงร้านขายรองเท้า เลือกหาจนได้คู่ที่พอใจแล้วจึงนึกขึ้นได้ว่าลืมไม้วัดเอาไว้ที่บ้าน  เขาจึงยังไม่ตกลงซื้อรองเท้า  แต่รีบกลับไปเอาไม้วัดขนาดเท้าที่บ้าน แต่เมื่อเขากลับมาถึงตลาดอีกครั้ง ตลาดก็วาย ร้านรองเท้าปิดไปแล้ว โดยที่เขาไม่ทันได้ซื้อรองเท้าเลยซักคู่  ผู้สงสัยถามว่า "เหตุใดท่านไม่ใช้เท้าของตนเองลองใส่รองเท้าแทนที่จะกลับไปเอาไม้วัดขนาดเท้า"  ชาวเจิ้งผู้นี้ตอบว่า "ข้าเชื่อมั่นในความเที่ยงตรงของไม้วัดขนาด แต่ไม่เชื่อในเท้าของตนเอง"  สุภาษิต "เจิ้งเหรินใหม่หลี่ว์" หรือ "ชาวเจ้งซื้อเกือก" ใช้เปรียบเทียบกับคนที่ดื้อรั้น ยึดถือเพียงหลักเกณฑ์เก่า ๆ หรือหลักเกณฑ์ที่ตายตัว โดยไม่ยอมปรับเปลี่ยนให้เหมาะต่อคน งาน และสถานการณ์แวดล้อม

 กำจัด  คงหนู

ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปทุมธานี เขต ๑