นิราศ

นิราศ เป็นวรรณกรรมอีกรูปแบบหนึ่ง ซึ่งเมื่อก่อนกวีจะคร่ำครวญถึงนางอันเป็นที่รักระหว่างเดินทาง แต่ในยุกโลกาภิวัตน์ การคร่ำครวญถึงนางอันเป็นที่รักอาจไม่จำเป็น แต่การสะท้อนปัญหาสังคมจะละเลยไม่ได้เลย แม้จะเป็นยุคใดก็ตาม ดังนิราศเรื่องนี้ ที่สว่าง ไชยสงค์ ได้แสดงออกผ่านปลายปากกาของเขา

  นิราศอุดร-หนองคาย

                                        

                                  ถึงตีห้าหลังเลิกรอล้อก็หมุน

ออกจากหน้าโรงเรียนที่เคยคุ้น                            เป็นพระคุณอันยิ่งใหญ่ที่ได้จร

นโยบายเรียนฟรีสิบห้าปี                                  รัฐบาลก็มีเงินให้ก่อน

เพื่อให้เด็กได้เที่ยวทัศน์จัดสัญจร                     เพิ่มเติมจากที่สอนในห้องเรียน

เป็นประสบการณ์ตรงของชีวิต                          ให้รู้ถูกรู้ผิดการคิดเขียน

เพื่อเพิ่มพูนทุนปัญญากล้าพากเพียร             รู้เท่าทันการแปลงเปลี่ยนของสังคม

เหมือนกบกล้าถลาจากกะลาครอบ                 ให้รู้ควรรู้ชอบตามเหมาะสม

“อนุกูลนารี” ต้องแหลมคม                        ให้รู้ถึงค่านิยมปัจจุบัน

ไปตามทางยางตลาดเข้าห้วยเม็ก         ครูนำเด็ก ม. สามงามแล้วนั่น

ไปครั้งนี้มีทั้งหมดรถสามคัน                           เป็นรถบัสทั้งนั้นสุขสันต์จริง

มีหนึ่งชั้นสองชั้นจัดสรรให้                             ช่างถูกใจด้วยดีเป็นที่ยิ่ง

ดูวง “วาเลนไทน์” ส่ายสะวิง                         รถก็วิ่งตาก็ดูหูก็ฟัง

นักร้องสาวขาวสวยรวยทีท่า                           โชว์ต้นขาโชว์สะดือ  คือเนื้อหนัง

ไปตามยุคสมัยส่ายกันจัง                                 ทั้งโยกหน้าโยกหลังจังหวะดี

พวกเด็กเด็กเมื่อดูต้องรู้คิด                               อะไรถูกอะไรผิดคิดถ้วนถี่

กล้าทบทวนสวนกระแสข้อแม้มี                     อย่าเร็วรี่ด่วนถลำรีบทำตาม

ส่วนผู้ใหญ่ดูได้เพราะใช้สติ                             แต่เด็กสิดูไปกลัวไหวหวาม

เพราะฉะนั้นจงเข้าใจไตร่ตรองตาม                 เอาเฉพาะแง่งามในนามดี

            ถึงน้ำพองจอดเซเว่นเข้าเซเว่น                        ถือว่าเรื่องจำเป็นสมัยนี้

แย่งซื้อของเข้าห้องน้ำไม่รอรี                           ห่อข้าวมีครูแจกไปให้เด็กกิน

เด็กบอกว่าไก่จืดชืดสนิท                                แต่ผมติดใจไก่ไม่รู้สิ้น

เกลือน้ำปลาไม่ต้องเหยาะก็น่ากิน                   อร่อยลิ้นกินถึงดูกถูกใจรส

            ถึงอำเภอโนนสะอาดถนนเรียบ           โชเฟอร์เหยียบร้อยยี่มีกำหนด

“ลุงขี้เมา” เข้าท่าพารันทด                             “คาราบาว”เล่าไว้หมด ชายชรา

เขียนนิราศฟังเพลงไปใจขันขื่น                     “คนเก็บฟืน” ฟื้นเนื้อเพลงเร่งร้องว่า

พอ “เดือนเพ็ญ” เห็นอุดรสุขอุรา                    โอ้ “จำปาเมืองลาว” เพลงกล่าวไป

ล้วนเป็นเพลงเพื่อชีวิตเขาคิดแต่ง                    มาแสดงให้คนเห็นเป็นเรื่องใหญ่

เด็กบอกว่าเพราะจะจะกระแทกใจ                  ต่างฮัมไปร้องไปใจโล่งเตียน

            เก้าโมงเช้าเข้าบ้านเชียงเสียงประกาศ  เป็นตามคาดเอาไว้ไม่ผิดเพี้ยน

เจ้าหน้าที่กล่าวต้อนรับกลุ่มนักเรียน               ทำได้เนียนตามสายสบายใจ

ร่วมถ่ายภาพกำซาบซึ้งถึงหลักการ                 โดยประมาณไม่สับสนสิบคนได้

มีท่านรอง ฯ พัฒนากล้าเกรียงไกร                  ยืนกลางไว้เป็นประธานตระการดี

นอกจากนั้นมีครูภาษาไทย                              ยิ้มละไมงามแจ่มแอร่มศรี

เตรียมตัวตั้งทั้งบุรุษและสตรี                           ล้วนเต็มที่กับทีท่าพาจรรโลง

            ถ่ายรูปแล้วเดินต่อไม่รออยู่                  เข้าประตูพิพิธภัณฑ์ผ่านห้องโถง

เขาแสดงเรื่องราวอันยาวโยง                           จนทะลุปรุโปร่ง มีอ้างอิง

ล้วนของเก่าทั้งสิ้นปั้นดินเผา                      “ในหลวง” เราทอดพระเนตรสรรพสิ่ง

ปีสองห้าหนึ่งห้ามาจริงจริง                             เพื่อรู้ยิ่งถึงเรื่องราวชาวบ้านเชียง

มีเศษหม้อเศษไหบอกไม่ถูก                            โครงกระดูกก็แตกแยกเป็นเสี่ยง

เป็นมนุษย์โบราณชาวบ้านเชียง                       เขาวางเรียงให้ศึกษามาหลายปี

จำลองการขุดดินปั้นดินเผา                             จนเป็นหม้อหล่อเบ้า แล้วเขียนสี

ทั้งหลอมเหล็กแดงแดงแต่งเติมตี                 สาวทอด้ายคลายคลี่ออกคลุมกาย

หนุ่มประดิษฐ์เครื่องประดับด้วยสำริด                 เป็นเรื่องราวชีวิตอันหลากหลาย

สืบทอดส่งต่อมาจากตายาย                          บ่งความหมายค่านิยมโดยสมบูรณ์

บนพื้นที่ยี่สิบห้าไร่                                           ประกาศความยิ่งใหญ่ไม่มีสูญ

ปีสองห้าสามห้าไร้อาดูร                                  ยูเนสโกเขาเทิดทูนยกย่องไทย

ให้บ้านเชียงเป็นมรดกโลก                              ถูกโฉลกควรศึกษาค่ายิ่งใหญ่

บอกภูมิหลังบอกประวัติชัดเจนใจ                  ทุกเรื่องราวกล่าวไว้ในบ้านเชียง

            หลังดูแล้วก็มาหาซื้อของ                    ฝากพี่น้องผู้รู้ใจไม่หลีกเลี่ยง

ได้หม้อไหปากบานของบ้านเชียง                  หนักจนเอียงแต่ละท่านยิ้มหวานมา

ส่วนกระผมซื้อเสื้อใหม่ใส่ตรงนั้น                   เป็นแฟชั่นรุ่นโบราณประมาณว่า

คุณครูเพชรช่วยชะลอต่อราคา                         คุณครูยุ้ยรอท่าอยู่หน้าร้าน

คุณครูเจี๊ยบหัวเราะอยู่คิกคิก                          ป้ามะหยิกหยอกเอินตอนเดินผ่าน

ลุงบุญเลิศร้องมาว่าได้การ                             ผมหน้าบานเหมือนเคยเลยได้ใจ

เห็นป้าดวงเรียกเด็กมาขึ้นรถ                           เป็นไปตามกำหนดดูสดใส

ป้าไพรวรรณ์แม่จินดาร่าเริงใจ                         รอง ฯ พัฒน์ไวก้าวขึ้นรถบทจร

มุ่งตรงสู่อุดรไปหนองคาย                               ต่างสบายกายใจไม่ท้อถอน

เที่ยงถึงที่หนองคายผมร่ายกลอน                     เตรียมใจก่อนกราบพระละราคิน

เข้าเขตวัดโพธิ์ชัยพระใสงาม                           อยู่ในนามพุทธรูปพุทธศิลป์

ลงจากรถเดินขึ้นโบสถ์ลดมลทิน                    หายโกรธสิ้นขณะนั้นสุดพรรณนา

ก้มกราบหลวงพ่อพระใสใจฉ่ำชื้น                   จึงได้ตื่นจากภวังค์สิ้นกังขา

อธิษฐานให้เงินทองเนืองนองมา                      เหล่าลาภาฐานะยศปรากฏไกล

จะกอบการงานใดให้รุ่งโรจน์                          ให้ช่วงโชติชัชวาลงานน้อยใหญ่

บารมีเก่งกล้าตลอดไป                                   เดโชชัยเลิศล้ำอย่าธรรมดา

ขอให้ครูทุกคนที่ไปด้วย                             จงโชคช่วยอวยสุขสันต์แสนหรรษา

รวยทรัพย์สินเงินทองก่ายกองมา                     มีศักดาบารมีทวีชัย

ขอให้ศิษย์นักเรียนเพียรขยัน                            รู้เท่าทันโลกกว้างให้จงได้

มีความรู้มีระเบียบมีวินัย                                เตรียมเป็นใหญ่ในวันหน้าสง่างาม

ทั้งคุณครูและนักเรียนขึ้นโบสถ์ไหว้               หลวงพ่อพระใสสมัยสยาม

ซึ่งประวัติชัดเจนเห็นทุกยาม                           คือ ร. สามให้อัญเชิญพระใสมา

ตรงจากภูเขาควายประเทศลาว                                ประวัติกล่าวบอกไว้ให้รู้ว่า

เป็นพระหล่อของสามพระธิดา                            หล่อด้วยความศรัทธาพุทธองค์

หล่อพระสุกพระเสริมและพระใส                   แต่ที่ตกมาไทยดังใจประสงค์

คือพระเสริมและพระใสให้ยืนยง                     และพระใสนั้นคงอยู่หนองคาย

เป็นพระที่ศักดิ์สิทธิ์พิสิฐพิเศษ                     มีฤทธิ์เดชอภินิหารประมาณหมาย

เป็นพระดีคงอยู่คู่หนองคาย                          คนทั้งหลายไหว้กราบซาบซึ้งคุณ

            กราบลาพระเรียบร้อยก็ขึ้นรถ              ตามกำหนดไปต่อล้อก็หมุน

“แสงประทีป” เอื้อเฟื้อคอยเจือจุน                 ให้อบอุ่นดวงใจไปด้วยกัน

ถึง “ศาลาแก้วกู่” ดูแปลกแปลก       เขาบอกเป็นวัดแขกแปลกเหลือนั่น

จ้างเข้าดูให้เห็นเป็นสำคัญ                               มีรูปปั้นเทวาลัยแสนใหญ่โต

รวมรูปปั้นพันกว่ารูปสรุปได้                           ล้วนสูงใหญ่ยิ่งนักเป็นอักโข

บนเนื้อที่สี่สิบเอ็ดไร่โชว์                                  ร้องอะโหเมื่อเห็นชัดเจนตา

มีรูปนาคเจ็ดเศียรแผ่พังพาน                            เพื่อจะต้านห่าฝนบนท้องฟ้า

ไม่ให้ถูกไม่ให้กล้ำพระสัมมา                          จวบจนเจ็ดทิวาราตรีกาล

มีหลายรูปหลากเรื่องเกินจะกล่าว                   เขียนเรื่องราวบอกไว้ที่แท่นฐาน

ทั้งของลาวของแขกแตกต่างจาร                     ของอีสานเป็นผญาว่าไว้มี

“ปู่บุญเหลือ” ท่านเป็นชีปะขาว                    ผมไปสาวถึงประวัติคัดไว้นี่

ชอบทำบุญแต่เล็กเป็นเด็กดี                        ความคิดมีไปอยู่ลาวเล่าเรียนธรรม

ปีหนึ่งแปดกลับมาไทยไร้ขื่นขม                     ปีสองหนึ่งสร้างอาศรมร่มเย็นฉ่ำ

ด้วยเข้าใจรู้ซึ้งถึงแก่นธรรม                             ปู่จึงนำหลักการมาปั้นดู

คนเข้ามากราบไหว้ไม่เคยขาด                         นับเป็นความสามารถของท่านปู่

เรียกอาศรมหรือวัดแขกใครใครรู้                    เรียกศาลาแก้วกู่ก็รู้แล้ว

ปู่บุญเหลือละสังขารปีสามเก้า                         แต่ไม่เผาเอาไว้ในผอบแก้ว

ข่าวเขาว่าไม่เปื่อยเน่าตลอดแนว                     คนเห็นแล้วเล่าให้ฟังอย่างตั้งใจ

            บ่ายสองโมงสิบห้าลาอาศรม                เด็กเลิกชมขึ้นรถทั้งหมดได้

ตรงไปที่ท่าเสด็จเสร็จทันใจ                            รถวิ่งไวไม่รอช้าสิบห้านาที

ครูนักเรียนหิวข้าวจนตาลาย                            ใจมุ่งหมายกินข้าวอยู่ที่นี่

ป้าดวงจันทร์สั่งเลยไม่รอรี                          ปอเปี๊ยะมีแหนมเนืองชัวร์พ่อครัวทำ

กุ้งพันอ้อยหวานหวานจุ่มน้ำจิ้ม                       ทุกคนลิ้มลองรสบอกเหลือล้ำ

อย่าเพิ่งถามกำลังหิวจะกินยำ                          หมดเวลาพูดพร่ำรำไหว้ครู

ลุงบุญเลิศกินไปมองสาวไป                            และยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ให้เห็นอยู่

มีสาวไทยสาวฝรั่งมาให้ดู                                และสาวครูก็อยู่ด้วยสวยงามดี

            พออิ่มหนำสำราญใจไปซื้อของ           เดินเที่ยวท่องตลาดอย่างเร็วรี่

ไปหยิบโน่นหยิบนั่นหยิบนี่ที                          หลายคนมีของเต็มมือเพราะซื้อมา

พอขึ้นรถก็ไม่รอห้อคืนถิ่น                               มาถึงกาฬสินธุ์สองทุ่มกว่า

จอดที่หน้าอนุกูล ฯ อุ่นกายา                            ต่างยิ้มร่าด้วยไมตรีดีต่อกัน

            ไปครั้งนี้มีท่านรอง ฯ พัฒนา               เป็นหัวหน้านำทีมยิ้มสุขสันต์

คุณครูบุญเลิศคนสำคัญ                                   คุณครูดวงจันทร์คือหัวใจ

คุณครูมยุรี คุณครูไพรวรรณ์                            ล้วนครูเก่งทั้งนั้นพาเที่ยวได้

คุณครูจินดารอบรู้ไกล                                     คุณครูรุ่งทิพย์ฉับไวพาก้าวเดิน

คุณครูเพชรินทร์ก็มุ่งมั่น                                  คุณครูธิดาวัลย์ก็น่าสรรเสริญ

ผมสว่างก็เขียนนิราศเพลิน                              จงจำเริญทุกท่านที่ร่วมไป

จันทร์ที่เจ็ดคือวันที่นิราศ                               เดือนธันวาประกาศความยิ่งใหญ่

ปีห้าสองผ่องพิลาสวาดความใน                      “กลุ่มสาระภาษาไทย” ไชโยเอย.

                                                                       

                                                               ครูสว่าง ไชยสงค์ / ประพันธ์

 

 

 

 

 

 

 

 

 

  

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ใจสว่าง



ความเห็น (3)

  • ชอบครับ
  • ปณิธิ ภูศรีเทศ

ขอบคุณครับ ท่านปณิธิ ภูศรีเทศ ครับ

สาคร สารคาม
IP: xxx.52.114.224
เขียนเมื่อ 

...................................................

นิราศร้างห่างพี่หว่างอ้างว้างแสน

ห่างจากเจ้าห่างดอกคูนห่างเสียงแคน

ห่างดินแดนกาฬสินธุ์ถิ่นน้ำดำ