"หล่อน"..ในอดีตเธอไม่ได้เป็นหญิงงามดอก..หน้าตาอาจจะพอไปวัดได้ตอนกลางวัน(เพื่อนหนุ่มแอบบอกตอนเธออยู่ในวัยรุ่น)..หล่อนเกือบจะได้ฉายาว่า"พนา"(แม่เล่า)เพราะหล่อนเกิดในป่าตอนสงคราม..มีหมอตำแยเป็นคนทำคลอด..แม่บอกว่าต้องนอน"อยู่"ไฟหลายวัน..ข้างกองไฟนั้นมี..สากกระเืบือหัก..วางไว้กันผี..ที่จะมาขโมยเด็กไป...(ตอนนั้นก็ฟังไปไม่รู้ว่า..ทำไม..ตอนนี้อยากรู้..ใครรู้ช่วยบอก"หล่อน"ที)..
..สงครามเลิก..แม่ได้พาหล่อนกับน้องชายกลับกรุงเทพ..เรากลับด้วยรถไฟเพราะพ่อเป็นเสมียนรถไฟสมัยนั้น..แม่อยากกลับด้วยเรือ..(ดีที่ไม่ได้กลับด้วยเรือลำนั้นแม่เล่าว่าเรือถูกระเบิด..คนตายทั้งลำ)..เลยรอดตายมาเล่าเรื่อง..
...ที่เกิดของหล่อนคือ"ทุ่งสง"(..อยากรู้..ทำไมชื่อ..ว่า..ทุ่งสง..)..หล่อนผ่านไปเห็นบ้านเกิดเมื่อปีที่แล้ว...หล่อนได้บอกให้"คนคู่ใจ"ขับรถไปดูบ้านเกิดหน่อย..เพราะอาจจะไม่มีโอกาศ.อีกชีวิตนี้..(และก็บังเอิญเป็นอย่างนั้นจริงๆ..คนคู่ใจ..จากไปอย่างไม่มีวันกลับ...แล้วใครจะ..ขับรถพาเที่ยวล่ะที่นี้...)..หล่อนแอบคิด...
"หล่อน"ชอบภูมิประเทศที่ได้ไปเห็น..ภูเขา..ต้นไม้..(ป่า..คงจะหมดไปตามเวลา..ไม่เหมือนที่แม่เล่า)....เห็นจะเป็นเพราะว่า..."เกิดในป่า"...เลยเป็นเรื่องบังเอิญที่..ต้องมาปลูกป่า....(ในหมู่บ้าน)...อันเป็นเหตุพามาหา"ความเข้าใจ"กับคำว่า..ธรรมชาติ..สิ่งแวดล้อม..และสังคม....
(หากว่า..เรื่องนี้น่าสน..ที่จะอ่านต่อ..คลิ้ก..เข้ามา..เล้ยยย...ยายธีเจ้าค่ะ..)
สวัสดีค่ะคุณยายธี
แวะมาเยียมค่ะ
...สวัสดีค่ะ..ยินดีที่ได้รู้จัก.เจ้าค่ะ..(ภาษา..บาลี..สันสฤต..ยากกกส์มากกกๆๆๆๆ..สำหรับ..คนแก่อย่างยายธีตอนไปบวช..ถามคุณแม่ดารณีว่า.."ไม่รู้บาลี.มีโอกาศ..จะ..รู้ซึ้งถึง..คำสอน..พระพุทธองค์ไหม..ท่านตอบว่า..ได้..เลยเบา..สมองไปหน่อย..เจ้าค่ะ..เลยมีคำถามว่า...มีการเลยลัดในภาษา..บาลีสันสฤต..ไหมเจ้าคะ...)ยายธีค่ะ...
อาตมามีข้อมูลจากหลวงตาในวัดศรีโสภณ อำเภอวังทอง พิษณุโลกมาฝากยายธี
วันนี้(๑๖พ.ค.๒๕๕๔)ตอนสายๆมีเด็กม.๔ มาเยี่ยมหลวงตาที่อยู่กุฏิเดียวกัน เด็กคนนี้วาดเขียนได้ จึงขอให้ช่วยวาดภาพคนอยู่ไฟ ก็บังเอิญอีก ได้คุยกับหลวงตาถามท่านว่าเคยได้ยินเรื่องนี้ไหม ท่านบอกว่าเคยเห็นเคยทำมาแล้ว
นอกจากเรื่องสากกะเบือแล้วยังมีเรื่องแหครอบคนอยู่ไฟอีกเรื่องหนึ่งด้วย ข้อมูลที่เด็กได้มาเป็นสำนวนคำพูดของหลวงตาดังนี้
"คนอยู่ไฟเหตุที่ใช้แหครอบไว้ ก็เพื่อป้องกันผีที่จะมาเอาเด็กเกิดใหม่ไป เพราะว่าสมัยก่อนนั้น ภูตผีมันเยอะ จึงต้องหาอะไรมาเป็นเครื่องป้องกันไว้ เพราะคนโบราณนั้น ท่านมีคำพูดที่ศักดิ์สิทธิ์ หมายถึงท่านจะนำวัตถุอะไรมาใช้ วัตถุนั้นๆ ก็ถือว่าใช้ได้ เป็นเครื่องป้องกัน
และที่ใช้สากกะเบือวางไว้ข้างกายหรือข้างกองไฟ ก็เพราะคนโบราณเชื่อว่าสากกะเบือเป็นของศักดิ์สิทธิ์ที่ใช้ป้องกันสิ่งไม่ดีได้ ใช้ทำพิธีแก้คุณไสยต่างๆได้"
อยู่ไฟ : วาดภาพโดย ณรงค์ งามขำ
...ขอบพระคุณเจ้าค่ะ...รูปภาพ..และคำอธิบาย...จากท่าน พระมหาแล อาสโย ขำสุข....ยายธีค่ะ