นคร ICT อุบลฯเมือง ICT
ผู้เขียนไม่ใช่คนอุบลฯ โดยกำเนิดแต่ก็มาใช้ชีวิตมาทำงานที่อุบลฯ เป็นเวลานานกว่าเกือบ ๒๐ ปี มีความภูมิใจเป็นอย่างมากที่ได้มีโอกาสทำงานเพื่อจังหวัดอุบลราชธานีในด้านการศึกษา สำหรับจังหวัดอุบลราชธานีตั้งแต่ปี ๒๕๕๓ โชคดีมากที่มีคนอุบลฯ โดยกำเนิดมาดำรงตำแหน่งเป็นผู้ว่าราชการ ซึ่งก็คือ ท่านสุรพล สายพันธ์ ดังนั้น จะเห็นว่าเกิดการตื่นตัวในการด้านต่างๆ อย่างมากมาย ซึ่งหนึ่งที่ผู้เขียนได้เข้าติดตาม คือ การที่ท่านผู้ว่าราชการได้ประกาศให้จังหวัดอุบลราชธานีเป็นเมือง ๔ นคร คือ นครแห่งธรรม นครแห่งเทียน นครแห่งความฮักแพง และ นครแห่งการพัฒนา โดยเฉพาะอย่างยิ่งยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัด ที่ท่านผู้ว่า ฯ สุรพลได้เพิ่มเติมและน่าสนใจเป็นอย่างมาก คือ การเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารราชการโดยนำเทคโนโลยีและการสื่อสารมาใช้ในการพัฒนาจังหวัดพร้อมการเชื่อมโยงระบบเครือข่ายสามจี (๓ G)
ซึ่งนโยบายยุทธศาสตร์ดังกล่าวข้างต้นนั้น เป็นการดำเนินการตามแผนแม่บทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ฉบับที่ ๒) ของประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๕๒-๒๕๕๖
ยุทธศาสตร์ที่ ๓: การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (๒) ขยายประเภทบริการเพิ่มพื้นที่ให้บริการและปรับปรุงประสิทธิภาพของโครงข่ายโทรคมนาคม
ยุทธศาสตร์ที่ ๔: การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อสนับสนุนการสร้างธรรมาภิบาลในการบริหารและการบริการของภาครัฐมุ่งเน้นให้หน่วยงานของรัฐใช้เทคโนโลยีสารสนเท (๓) สร้างความเข้มแข็งด้าน ICT แก่หน่วยงานของรัฐในภูมิภาคในระดับจังหวัดและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
ดังนั้น จะเห็นว่านโยบายของจังหวัดอุบลราชธานีประการหนึ่งที่ท่านผู้ว่าราชการให้ความสำคัญ คือ ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เพราะเป็นสิ่งที่ผู้เขียนคิดว่ามีความจำเป็นอย่างมาก อันเนื่องจากในสถานการณ์ปัจจุบันนั้น ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารได้เข้ามามีบทบาทเป็นอย่างมากในทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นด้านครอบครัว การขยายตัวของการใช้อินเทอร์เน็ตในครัวเรือนเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก นอกจากนั้นระบบอินเทอร์เน็ตที่ผ่านระบบไร้สายที่ให้บริการโดยบริษัทต่างๆ ก็มีส่วนขยายการให้บริการจำนวนมากยิ่งขึ้น สำหรับผู้เขียนเองถึงแม้ว่าจะสำเร็จการศึกษาด้านที่เกี่ยวข้องกับด้านเทคโนโลยีสารสนเทศแต่ก็นานมาแล้วเป็นเวลากว่า ๑๐ ปี ความรู้ที่เล่าเรียนมานั้นไม่ทันสมัยเอาเสียแล้ว เพราะเนื่องจากศาสตร์ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศนั้นมีการเปลี่ยนแปลงรวดเร็วมาก ทุกวินาทีทุกนาทีทุกชั่วโมงมีการพัฒนาคิดต่อยอดเรื่อยๆ ซึ่งอาจจะไม่เหมือนกับศาสตร์วิชาอื่นๆ ที่เปลี่ยนแปลงไม่มากนัก ตัวอย่างเช่น ศาสตร์ด้านสถิติ ก็ยังไม่มีการเปลี่ยนสูตรต่างๆ ก็ยังคงใช้งานมาเป็นเวลากว่า ๑๐ ปี ๒๐ ปี หรือจะเป็นด้านวิศวฯ ที่สูตรในการคำนวณด้านโครงสร้างก็ยังคงใช้อยู่ในปัจจุบัน เป็นต้น อย่างไรก็ดี ผู้เขียนก็ขอขอบพระคุณท่านผู้ว่าราชการฯ สุรพล สายพันธ์ ที่ได้กรุณาแต่งตั้งให้ผู้เขียนได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาจังหวัด โดยเป็นที่ปรึกษาคณะทำงานพัฒนาด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของจังหวัดอุบลราชธานี
ยุทธศาสตร์ที่ ๓: การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (๒) ขยายประเภทบริการเพิ่มพื้นที่ให้บริการและปรับปรุงประสิทธิภาพของโครงข่ายโทรคมนาคม
ยุทธศาสตร์ที่ ๔: การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อสนับสนุนการสร้างธรรมาภิบาลในการบริหารและการบริการของภาครัฐมุ่งเน้นให้หน่วยงานของรัฐใช้เทคโนโลยีสารสนเท (๓) สร้างความเข้มแข็งด้าน ICT แก่หน่วยงานของรัฐในภูมิภาคในระดับจังหวัดและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
ดังนั้น จะเห็นว่านโยบายของจังหวัดอุบลราชธานีประการหนึ่งที่ท่านผู้ว่าราชการให้ความสำคัญ คือ ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เพราะเป็นสิ่งที่ผู้เขียนคิดว่ามีความจำเป็นอย่างมาก อันเนื่องจากในสถานการณ์ปัจจุบันนั้น ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารได้เข้ามามีบทบาทเป็นอย่างมากในทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นด้านครอบครัว การขยายตัวของการใช้อินเทอร์เน็ตในครัวเรือนเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก นอกจากนั้นระบบอินเทอร์เน็ตที่ผ่านระบบไร้สายที่ให้บริการโดยบริษัทต่างๆ ก็มีส่วนขยายการให้บริการจำนวนมากยิ่งขึ้น สำหรับผู้เขียนเองถึงแม้ว่าจะสำเร็จการศึกษาด้านที่เกี่ยวข้องกับด้านเทคโนโลยีสารสนเทศแต่ก็นานมาแล้วเป็นเวลากว่า ๑๐ ปี ความรู้ที่เล่าเรียนมานั้นไม่ทันสมัยเอาเสียแล้ว เพราะเนื่องจากศาสตร์ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศนั้นมีการเปลี่ยนแปลงรวดเร็วมาก ทุกวินาทีทุกนาทีทุกชั่วโมงมีการพัฒนาคิดต่อยอดเรื่อยๆ ซึ่งอาจจะไม่เหมือนกับศาสตร์วิชาอื่นๆ ที่เปลี่ยนแปลงไม่มากนัก ตัวอย่างเช่น ศาสตร์ด้านสถิติ ก็ยังไม่มีการเปลี่ยนสูตรต่างๆ ก็ยังคงใช้งานมาเป็นเวลากว่า ๑๐ ปี ๒๐ ปี หรือจะเป็นด้านวิศวฯ ที่สูตรในการคำนวณด้านโครงสร้างก็ยังคงใช้อยู่ในปัจจุบัน เป็นต้น อย่างไรก็ดี ผู้เขียนก็ขอขอบพระคุณท่านผู้ว่าราชการฯ สุรพล สายพันธ์ ที่ได้กรุณาแต่งตั้งให้ผู้เขียนได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาจังหวัด โดยเป็นที่ปรึกษาคณะทำงานพัฒนาด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของจังหวัดอุบลราชธานี
สำหรับจังหวัดอุบลราชธานีนั้น มีสถาบันที่ผลิตบัณฑิตด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารปีหนึ่งๆ นั้นประมาณหลายร้อยคน กล่าวคือ ม.อุบลฯ ผลิตบัณฑิตประมาณ ๑๐๐ คน ม.ราชภัฏ อุบลฯ ผลิตบัณฑิตประมาณ ๑๐๐ (ผู้เขียนประมาณการเอง) ม.ราชธานี และ ม. การจัดการและเทคโนโลยีอีสเทิร์น (โปลีฯ) อีกจำนวนหนึ่ง จะเห็นว่าปีหนึ่งๆ นั้น จังหวัดอุบลราชธานีผลิตบัณฑิตด้านนี้จำนวนมาก แล้วบัณฑิตเหล่านี้ไปไหนกัน ไปทำงานที่กรุงเทพฯ หรือเมืองใหญ่ๆ หากเราสามารถทำให้จังหวัดอุบลราชธานีเป็นเมื่อเทคโนโลยีสารสนเทศแล้วละก็จะทำให้ ลูกหลานของเมืองอุบลฯ ของเราไม่ต้องดิ้นรนไปหางานทำที่อื่น เขาเหล่านั้นสามารถที่เปิดบริษัทรับจ้างทำงานที่อุบลฯ ก็ได้ เนื่องจากทุกวันนี้การส่งผลงานหรือโปรแกรมคอมพิวเตอร์สามารถส่งผ่านระบบอินเทอร์เน็ตได้ทุกที่ทุกเวลา ซึ่งหาเป็นเช่นนั้นจริงผู้เขียนเชื่อว่าในอนาคตเราสามารถตั้งธงได้เลยว่า “เมืองอุบลฯ จะเป็นนครแห่งการพัฒนา ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร” ภายใต้เงื่อนไขที่ว่าทุกภาคส่วนจะต้องมีส่วนร่วมในการทำงานเดินทางไปสู่เป้าหมายที่ว่าพร้อมกันให้ได้
ที่นี้ในส่วนของผู้เขียนที่ได้รับความกรุณาจากจังหวัดให้เป็นที่ปรึกษานั้น ก็ได้เสนอแนะในเบื้องต้นไว้เป็นดังนี้
๑. เห็นควรพิจารณากำหนดให้จังหวัดอุบลราชธานีกำหนดสัญลักษณ์การเป็นเมือง IT โดยอาจจะ UBITC
UBITC = Ubon ratchathani will be the Information Technology City
UBITC = You will be Information Technology and Communication คุณ (คนอุบล) จะเป็นผู้ที่ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารให้เกิดประโยชน์ต่อการเรียน การทำงาน การปฏิบัติงาน และธุรกิจด้านต่างๆ
๒. เห็นควรให้ทุกส่วนราชการกำหนดหน้าแรกของ Website หน่วยงานมี Icon UBITC เพื่อเชื่อมต่อกับ Website จังหวัดอุบลราชธานี (www.ubonratchathani.go.th) โดยทั้งนี้ Website จังหวัดอุบลราชธานีควรจะมีข้อมูลที่ประกอบด้วย ภาษาอังกฤษ ภาษาจีน ภาษาญี่ปุ่น เพื่อรองรับการเป็นประชาคมอาเซียน + ๓ (สหรัฐ ญี่ปุ่น จีน) ในปี พ.ศ. ๒๕๕๘ โดยอาจจะขอความอนุเคราะห์สถานบันการศึกษาในจังหวัดช่วยแปล Website ภาษาไทย เป็นภาษาดังกล่าวข้างต้นแล้วนำเข้าข้อมูล
๓. เห็นควรพิจารณาใช้ประโยชน์จากระบบ Social Network (Facebook, twitter หรืออื่นๆ ) ที่ไม่จำเป็นจะต้องมีค่าใช้จ่าย โดยหัวหน้าส่วนราชการต่างๆ อาจจะมีบัญชี (Account) ของ Social Network เพื่อให้สามารถเชื่อมต่อกับนักเรียน นักศึกษา ประชาชน โดยอาจจะเป็นดังนี้ UBITC-ผู้ว่าราชการอุบลฯ UBICT-ผู้บังคับการตำรวจอุบลฯ UBITC-ผู้อำนวยการเบ็ญจะมะฯ ซึ่งจะทำให้เกิดการติดตามกิจกรรมของหัวหน้าส่วนราชการต่างๆ อันเป็นการประชาสัมพันธ์ และสร้างความเข้าใจในกิจกรรมต่างๆ พร้อมเป็นช่องทางการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนผ่านระบบเครือข่าย หากมีการใช้จำนวนมากขึ้น ทั้งจังหวัดก็จะกลายเป็น UBITC ในที่สุด
๔. เห็นควรพิจารณาให้ทุกส่วนราชการที่มีระบบเครือข่ายให้เพิ่มจุดระบบเครือข่ายไร้สายเพื่อบริการนักเรียน นักศึกษา และประชาชนที่เข้ามาใช้บริการของส่วนราชการนั้น โดยให้กำหนดจุดที่บริการให้เด่นชัดมีป้าย UBITC เพื่อให้ประชาชนสามารถขอเข้าใช้บริการได้สะดวก เช่น ในเทศบาลนครอุบลราชธานีควรกำหนดจุดให้บริการระบบเครือข่ายไร้สายและมีจุดที่ให้บริการคอมพิวเตอร์ (ฟรี) แต่กำหนดให้ใช้เพียงครั้งละ ๑๕ นาที เพื่อใช้ในการค้นหาแหล่งท่องเที่ยว ข้อมูลที่น่าสนใจในเขตเทศบาลหรือจังหวัดอุบลราชธานี และที่สำคัญจะต้องมีการเชื่อมต่อระบบไร้สายต่างๆ ด้วยระบบ ๓G
๕. เห็นควรพิจารณาให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่อยู่ใกล้สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดอุบลราชธานี เช่น ผาแต้ม สามพันโบก เป็นต้น ติดตั้งกล้องอิเล็กทรอนิกส์ระบบเครือข่ายเพื่อให้สามารถเชื่อมให้เห็นภาพแหล่งท่องเที่ยวดังกล่าว โดยทำให้ประชาชนทั้งในจังหวัดอุบลราชธานีและจังหวัดอื่นๆ ได้เห็น
๖. เห็นควรพิจารณารณรงค์การเป็นเมือง IT UBITC ผ่านสื่อต่างๆ และสร้างกลุ่มอาสาสมัครด้าน IT เพื่อรวบรวมเรื่องดีๆ ของเมืองอุบลโดยอาจจะร่วมกับ Guidubon.com หรืออื่นๆ
๑. เห็นควรพิจารณากำหนดให้จังหวัดอุบลราชธานีกำหนดสัญลักษณ์การเป็นเมือง IT โดยอาจจะ UBITC
UBITC = Ubon ratchathani will be the Information Technology City
UBITC = You will be Information Technology and Communication คุณ (คนอุบล) จะเป็นผู้ที่ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารให้เกิดประโยชน์ต่อการเรียน การทำงาน การปฏิบัติงาน และธุรกิจด้านต่างๆ
๒. เห็นควรให้ทุกส่วนราชการกำหนดหน้าแรกของ Website หน่วยงานมี Icon UBITC เพื่อเชื่อมต่อกับ Website จังหวัดอุบลราชธานี (www.ubonratchathani.go.th) โดยทั้งนี้ Website จังหวัดอุบลราชธานีควรจะมีข้อมูลที่ประกอบด้วย ภาษาอังกฤษ ภาษาจีน ภาษาญี่ปุ่น เพื่อรองรับการเป็นประชาคมอาเซียน + ๓ (สหรัฐ ญี่ปุ่น จีน) ในปี พ.ศ. ๒๕๕๘ โดยอาจจะขอความอนุเคราะห์สถานบันการศึกษาในจังหวัดช่วยแปล Website ภาษาไทย เป็นภาษาดังกล่าวข้างต้นแล้วนำเข้าข้อมูล
๓. เห็นควรพิจารณาใช้ประโยชน์จากระบบ Social Network (Facebook, twitter หรืออื่นๆ ) ที่ไม่จำเป็นจะต้องมีค่าใช้จ่าย โดยหัวหน้าส่วนราชการต่างๆ อาจจะมีบัญชี (Account) ของ Social Network เพื่อให้สามารถเชื่อมต่อกับนักเรียน นักศึกษา ประชาชน โดยอาจจะเป็นดังนี้ UBITC-ผู้ว่าราชการอุบลฯ UBICT-ผู้บังคับการตำรวจอุบลฯ UBITC-ผู้อำนวยการเบ็ญจะมะฯ ซึ่งจะทำให้เกิดการติดตามกิจกรรมของหัวหน้าส่วนราชการต่างๆ อันเป็นการประชาสัมพันธ์ และสร้างความเข้าใจในกิจกรรมต่างๆ พร้อมเป็นช่องทางการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนผ่านระบบเครือข่าย หากมีการใช้จำนวนมากขึ้น ทั้งจังหวัดก็จะกลายเป็น UBITC ในที่สุด
๔. เห็นควรพิจารณาให้ทุกส่วนราชการที่มีระบบเครือข่ายให้เพิ่มจุดระบบเครือข่ายไร้สายเพื่อบริการนักเรียน นักศึกษา และประชาชนที่เข้ามาใช้บริการของส่วนราชการนั้น โดยให้กำหนดจุดที่บริการให้เด่นชัดมีป้าย UBITC เพื่อให้ประชาชนสามารถขอเข้าใช้บริการได้สะดวก เช่น ในเทศบาลนครอุบลราชธานีควรกำหนดจุดให้บริการระบบเครือข่ายไร้สายและมีจุดที่ให้บริการคอมพิวเตอร์ (ฟรี) แต่กำหนดให้ใช้เพียงครั้งละ ๑๕ นาที เพื่อใช้ในการค้นหาแหล่งท่องเที่ยว ข้อมูลที่น่าสนใจในเขตเทศบาลหรือจังหวัดอุบลราชธานี และที่สำคัญจะต้องมีการเชื่อมต่อระบบไร้สายต่างๆ ด้วยระบบ ๓G
๕. เห็นควรพิจารณาให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่อยู่ใกล้สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดอุบลราชธานี เช่น ผาแต้ม สามพันโบก เป็นต้น ติดตั้งกล้องอิเล็กทรอนิกส์ระบบเครือข่ายเพื่อให้สามารถเชื่อมให้เห็นภาพแหล่งท่องเที่ยวดังกล่าว โดยทำให้ประชาชนทั้งในจังหวัดอุบลราชธานีและจังหวัดอื่นๆ ได้เห็น
๖. เห็นควรพิจารณารณรงค์การเป็นเมือง IT UBITC ผ่านสื่อต่างๆ และสร้างกลุ่มอาสาสมัครด้าน IT เพื่อรวบรวมเรื่องดีๆ ของเมืองอุบลโดยอาจจะร่วมกับ Guidubon.com หรืออื่นๆ
และเป็นที่น่ายินดีเป็นอย่างมากที่จังหวัดอุบลราชธานีของเราในก้าวแรกของการเป็นนครแห่งการพัฒนา (ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร) ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดกำหนดให้มีการลงนาม MOU ระหว่างจังหวัดอุบลราชธานี และส่วนราชการ กับ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) สำหรับการติดตั้งระบบอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (ADSL) พร้อมติดตั้งระบบเครือข่ายไร้สาย (WiFi, ๓G) ในวันที่ ๑๘ พฤษภาคม ๒๕๕๔ เวลา ๑๐.๐๐ น. ณ ห้องประชุม ศูนย์ OTOP CENTER ผู้เขียนหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการลงนามดังกล่าวจะเป็นก้าวแรกที่เราชาวจังหวัดอุบลราชธานีจะได้เข้าถึงข้อมูลที่เป็นประโยชน์ (ผู้เขียนขอเน้นนะครับ) อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพอันก่อประโยชน์ในการทำงาน ในการศึกษาเล่าเรียน ในการทำธุรกรรมต่างๆ ก็ขอสนับสนุนนโยบายดังกล่าวของท่านผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี ท่านสุรพล สายพันธ์ ที่ท่านได้นำสิ่งดีๆ มาสู่พวกเราชาวอุบลราชธานี
ผมโชคดีที่มาอยู่อุบลในช่วงหลังเกษียณอายุ มีความเห็นด้วยกับผู้เขียนทุกประการ
อยากเพิ่มเติม คือ ควรประชาสัมพันธ์เรื่องนี้ให้กว้างขวางออกไปให้มากที่สุด
ระดมสร้าง ชุมชนความรู้ เพื่อระดมสมองกัน ช่วยกันคิด ช่วยกันทำ แลกเปลี่ยนเรียนรู้
ต้องใช้ ICT อย่างมีสติ ปัญญา มีวัฒนธรรม นำมารับใช้เศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์ เศรษฐกิจเขียว เศรษฐกิจพอเพียง
ยกระดับคุณภาพชีวิต และสังคม ให้ก้าวหน้า อย่างมั่นคง
เยาวชนของเราต้องใช้ ICT อย่างมีคุณภาพ คุณธรรม ให้สมกับเป็นนครแห่งธรรม
เติบโตในบริบท สี่นคร อย่างเป็นองค์รวม ไม่ใช่แยกส่วน
เป็น ตัวอย่างแก่เยาวชนที่อื่นๆ
ในทางกลับกัน ต้องนำ ICT มารองรับสังคมสูงวัย ทั้งทางเศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรม มีอายุ วรรณะ สุขะ และ พละ
เชื่อมโยง คนต่างวัยเข้าหากัน ด้วยหลัก สี่นคร อย่างสมดุล
ขอคารวะ และ ขอให้กำลังใจผู้ว่า และ ทุกท่านที่เป็นผู้ขับเคลื่อนเรื่องนี้ให้เป็นจริง โดยเร็ว