อยู่ๆ ตื่นนอนมาตอนตี 1กว่าๆ พบว่าฝนกำลังเทลังมาอย่างหนัก พลันสายตาก็สบกับเจ้าหมาน้อย มิกกี้ มันกำลังวิ่งวนไปวนมา ตื่นตระหนกกับเสียงเม็ดฝนที่ตกกระทบหลังคาในห้องครัว มันตกใจเสียงฝนทำท่าเหมือนจะหาที่หลบภัย อย่างกระวนกระวาย ผมเดินไปในห้องครัวสำรวจ หยดน้ำที่ไหลลงมาตามหลังคา ว่ามันตกมาตรงไหนแล้วก็ลากกระถางต้นไม้ไปรอรับน้ำฝน เจ้าหมาน้อยพอผมเปิดประตูมันก็วิ่งหน้าตื่นออกจากบ้าน ผมรีบตามออกไปดู เห็นมันทำท่าจะมุดรั้วออกไปนอกบ้าน แล้วมันจะหนีเสียงฟ้าฝนไปมุดหัวที่ไหน เดี๋ยวก็เปียกหมดหลอก แต่ผมก็คว้าตัวมันเอาไปยัดใส่ไว้ในห้องเก็บของก่อนที่มันจะสติแตกไปกว่านั้น ปิดประตูขังมันไว้อย่างนั้นแหละ เหลือบดูนาฬิกาเกือบตีสองแล้วไปนอนต่อดีกว่า ดูสิเอาเขามาเลี้ยงเราก็ต้องดูแลเขา ไม่อยากให้ชีวิตหมาน้อยมันเดือดร้อน เราก้ต้องร่วมแชร์ความทุกข์กับมัน ชีวิตหนอชีวิต
ตื่นขึ้นมาตอนเช้ามืดฝนยังตกพร่ำ วันนี้เป็นวันแรกของการทำงานในสัปดาห์ จอดรถส่งคุณนายสุดที่รักที่ หน้าบิ๊กซี รถก็ไม่ติดนะ แต่เห็นว่าคนรอรถตู้เยอะเหมือนกัน ยังไม่เจ็ดโมงเลย เราคงถึงที่ทำงานทัน เวลาทำงานแน่นอน สมองลำดับความคิดแล้วว่าวันนี้ต้องทำอะไรบ้าง ขับรถไปตามถนนราชพฤกษ์ เลี้ยวซ้ายมุ่งหน้าอำเภอปากเกร็ด รถติดสะสมเป็นแนวยาวเหยียด บริเวณสะพานวนไปปากเกร็ดมีรถเบียดกับขอบสะพานจอดนิ่งสนิท เลยไปได้สักหน่อย อีกคันจอดเปิดไฟฉุกเฉิน อยู่เลนขวาสุด สองสาวนั่งอยู่ในรถ ทำท่าเหมือนโทรหาใครอยู่ เบี่ยงรถหลบกันเป็นแถว
เสียงเพลงชาติดัง รถผมยังไม่สามารถพาผมไปให้พ้นสะพานพระราม 4 ได้ ผมนั่งแสดงความเคารพชาติด้วยสำนึกของความเป็นไทย และระลึกถึงความกรุณาของบรรพบุรุษอยู่หน้าพวงมาลัยรถ เฮ้อ และแล้วก็คงต้องปล่อยไปตามแต่มันจะเป็นไป หยิบโทรศัพท์มาโทรเช็คดูก่อนใครต่อใคร ตอนนี้อยู่ไหนกับบ้าง หาแนวร่วม รวมทั้งโทรเช็คเจ้านายเข้ามายัง แปดโมงสี่สิบห้าอยู่หน้าตึกจัสมิน ทุกคนที่ยังไม่ถึงออฟฟิส ตอนนี้เขาเข้าถึงที่ทำงานกันหมดแล้ว ยกเว้นเราคนเดียว วันนี้ผมถึงที่ทำงานเก้าโมงกว่า พอเดินขึ้นชั้นสอง ทุกคนเขาเข้าที่กันหมดแล้วรวมทั้งเจ้านาย ( ผมเองก็แปลกใจว่าทำไมฝนตกเจ้านายน่าจะกินกาแฟอยู่บ้านมาทำไมแต่เช้า ฮ่วยอึดอัด ) ช่วงสายเรียกผมเข้าคุยงานยังเหน็บผมอีกแหนะ ไหนว่าทำงานแต่เช้ากลับดึกงัย !!!!!!!!!!!!! (วางเฉยเนียนต่อไปครับท่าน ขืนต่อความอาจงานเข้า )
ทำงานดีกว่า