หลังมื้อเที่ยงวันหนึ่ง พี่มหาก็เรียกผมเข้าไปคุยเหมือนทุกๆวัน
"นี่คุณ..ผมเกือบตายแล้วเมื่อคืนนี้"
"ฮ้า..พี่เป็นอะไรหรือครับ " ผมตกใจ
...พี่มหาเล่าว่าเมื่อคืนนอนๆอยู่เหมือนมีร่างดำๆมากดทับไว้ก ดิ้นรนอยุ่นาน จนหายใจแทบไม่ออก แต่คนเราพอจวนจะตายจริงๆก็ต้องดิ้นสุดขีด จึงหลุดออกมาได้
"พี่โดนผีอำน่ะสิ เขาเรียกอย่างนั้นใช่เปล่า " ผมสงสัย
"ก็น่าจะประมาณนั้นล่ะ"
พี่มหาบอกว่าที่จริงพระท่านบอกเวลาจะตายต้องมีสติระลึกแต่สิ่งดีๆเพื่อตายไปจะได้ไปสู่ภพที่ดี
แต่คืนนั้นมันนึกอะไรไม่ออกหรอก มันกลัวตาย จนต้องดิ้นรนสุดชีวิต ลืมนึกถึงคุณพระคุณเจ้า ลืมนึกถึง มรณสติ
"แล้วรู้มั๊ย พอเช้ามาวันนั้น แฟนผมบ่นเรื่องหนูที่วิ่งเข้ามาในบ้าน บอกให้ผมหากาวดักหนู เพื่อจัดการกับมัน"
"อืม...หนูมันโดนกาวตายเลยนะครับ และกว่ามันจะตายมันก็ดิ้นอยู่นานแล่ะ"
ผมกับพี่มหามองหน้ากัน นึกถึงร่างดำๆที่ทับพี่มหาเกือบตายเมื่อคืนนี้
หรือจะเป็นหนูที่บอกให้รู้ว่าอย่าทำกับเขาอย่างนั้น
หรือจะเป็นลางบอกเหตุห้ามพี่มหาไม่ให้ ปาณาติบาต
หรือมันคืออะไรกันแน่....
แต่วันนั้นผมแนะนำให้พี่มหา หาดักหนูที่ล่อให้มันไปติดอยู่ด้านใน มันไม่ตาย และสามารถนำมันไปปล่อยที่อื่นได้โดยปลอดภัย
" บอกเขาว่าไปหากินที่อื่นเถอะนะ อย่ามายุ่งเกี่ยว เบียดเบียนกันและกันเลย "
.......
เคยปลอดสัตว์มีพิษ ที่ต่อย แต่ปล่อยเขาไป ต่างคนต่างอยู่ เพราะเราไปล่วงล้ำเขตแดนเขา
สัพเพสัตตาอเวราโหตุ
ไปสู่ที่ชอบๆ เถอะคุณหนู
กรรมใดใครก่อนะคะ
ระวังหากเราทำกับสิ่งหนึ่งสิ่งใดก่อน ผลกระทบที่ย้อนกลับมาย่อมจะเป็นเช่นนั้น
ขอบคุณบังวอญ่า
ชีวิตใครใครก้รักน่ะครับ
................................
ขอบคุณ อ. โสภณ
เมื่อวานผมดักได้อีกตัวปล่อยลงถังขยะหน้าบ้านรอรถขยะเก็บไป แล้วแต่ คุณหนูจะไปไหน แต่อย่ากลับมาวิ่งบนฝ้าอีกเลย
.....................................
ขอบคุณ krugui Chutima
ผมเชื่อเช่นกันครับ พี่มหามีเรื่องเล่าเยอะแยะ แต่แกยังกระซิบอยุ่นั่นแหล่ะ อย่าว่าผมเพี้ยนนะ