.

พานักศึกษาไปฝึกงานที่สถานีอนามัยแห่งหนึ่ง เห็นผู้สูงอายุเป็นแผลเบาหวาน พากันตัดนิ้ว ตัดเท้าเต็มไปหมด สถานีอนามัยก็ตั้งรับอยู่อย่างนั้น วันนี้ตัดไปหนึ่งนิ้ว มาอีกสองสามเดือนตัดไปอีกสามนิ้วอะไรอย่างนี้ เรารู้สึกว่ามันไม่ใช่

 

     ดร.ทักษิณาร์ ไกรราช อาจารย์ประจำวิทยาลัยพยาบาลศรีมหาสารคาม จ.มหาสารคาม เล่าถึงเหตุการณ์สะเทือนใจในคราวนั้น และกล่าวต่อว่า

เราพบว่าผู้สูงอายุเป็นโรคเรื้อรังเยอะมาก โดยเฉพาะเบาหวาน เจอเป็นอันดับแรก

     และในบรรดาผู้สูงอายุที่เป็นโรคเบาหวาน ดร.ทักษิณาร์ ยังได้พบว่ามีจำนวนไม่น้อยที่เป็นแผลที่เท้าและต้องลงเอยด้วยการตัดอวัยวะทิ้งไป จากการศึกษาข้อมูล ทำให้ได้พบว่าปัญหาเรื่องการสูญเสียอวัยวะจากการเป็นโรคเบาหวานในจังหวัดมหาสารคาม มีความรุนแรงค่อนข้างมาก โดยเฉพาะในพื้นที่ ๓ ตำบล ที่เลือกเป็นพื้นที่ทำงาน ดร.ทักษิณาร์ เล่าว่า

ในสามตำบลนี้มันซีเรียสมาก ๆ คือปี ๕๑ เจอผู้ป่วยของมหาสารคามมีคนถูกตัดนิ้วเท้าถูกตัดขาตัดส่วนปลาย ๑๐๐ รายเราก็เลยไม่ไหวแล้วมั้ง สูงสุดคือสามตำบลนี้ เราก็รู้สึกไม่ไหวแล้วนะ ก็เลยเขียนโครงการขึ้นมาเพื่อช่วยเหลือคนกลุ่มนี้

     โครงการที่กล่าวถึงนั้นคือ “โครงการสานสามวัยป้องกันและสร้างเสริมสุขภาพผู้สูงอายุด้วยแนวทางวิถีแห่งพุทธ” เป็นการทำงานกับกลุ่มผู้สูงอายุที่เป็นโรคเบาหวานใน ๗ หมู่บ้าน ในพื้นที่ ๓ ตำบล ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ผ่านสมาคมสภาผู้สูงอายุแห่งประเทศไทยฯ ภายใต้ชุดโครงการพี่-น้องสูงวัย อาสาสร้างสุจ ที่มีเป้าหมายในการขับเคลื่อนสร้างเสริมสุขภาวะผู้สูงอายุในสังคมไทย

     ดร.ทักษิณาร์ เล่าถึงการทำงานขั้นตอนแรกของโครงการฯ ว่า ในการลงพื้นที่เพื่อตรวจคัดกรองผู้สูงอายุ ทำให้พบว่ามีผู้เป็นโรคเบาหวาน และผู้ที่มีภาวะเสี่ยงจำนวนมาก ซึ่งมีตัวเลขที่สูงกว่าจำนวนที่ได้จากสถานีอนามัยจำนวนมาก และจากการสัมภาษณ์พูดคุยกับผู้สูงอายุที่มาคัดกรองพบว่ามีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องอบรมให้ความรู้ความเข้าใจในการดูแลตนเองของผู้ป่วยสูงอายุเหล่านี้ ซึ่งเดิมทีเดียวกิจกรรมการอบรมนั้นกำหนดไว้สำหรับอบรมผู้ดูแลเพียงเท่านั้น

เราไปพบคนไข้แผลเรื้อรัง น่าตกใจมาก กับผ้าพันแผลเหมือนไม่ได้เปลี่ยนเลย เพราะอย่างนี้ทำให้ต้องตัดทิ้งไปหลายนิ้ว

     หลังจากได้คัดกรองเสร็จแล้ว ทางโครงการฯ ได้จัดอบรมให้แก่ผู้สูงอายุในพื้นที่ ดร.ทักษิณาร์ เล่าว่า การอบรมเน้นเนื้อหาที่นำไปใช้ได้จริงในการปฏิบัติตน ไม่เน้นความเป็นทางการ

การอบรมผู้สูงอายุในแต่ละครั้ง ใช้เวลา ๑ วัน เพราะว่าผู้สูงอายุเขาไม่สามารถจะมานั่งอบรมได้นาน ๆ หลักสูตรก็เป็นแบบย่อ เน้นความรู้ที่เอาไปใช้ได้จริง คือเราจะไม่มาสอนแบบทางการ จะสอนภาษาง่าย ๆ แล้วก็ให้ฝึกปฏิบัติ ทำให้ดูเลย

     เนื้อหาการอบรมนอกจากจะเป็นเนื้อหาเกี่ยวกับโรคเบาหวาน หลักการปฏิบัติตนซึ่งบรรยายโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ แล้วยังมีการอธิบายแนวทางการปฏิบัติตัวทั้งเรื่องการรับประทานอาหาร การออกกำลังกาย การควบคุมอารมณ์ และที่สำคัญการสอนหลักปฏิบัติสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวานที่มิได้เป็นแผลที่เท้า แต่มีแนวโน้มสูงที่จะเกิดแผลที่เท้า

สอนให้เขาเหยียบลูกมะกรูด เพราะในลูกมะกรูดมันมีต่อมของน้ำมันหอมระเหย มีคุณลักษณะร้อน ยิ่งบีบหรือเหยียบมันจะช่วยขยายเส้นเลือด ขยายเส้นประสาท ถ้าคนไม่มีแรงเหยียบก็จะให้แช่ในน้ำ เอามะกรูดบีบลงไปสี่ห้าลูก แล้วก็แช่เช้าเย็น ถ้ามีคนดูแลให้ใช้น้ำอุ่นเพราะจะช่วยให้เลือดไหลเวียนดี ถ้าไม่มีใครดูแลก็ให้น้ำธรรมดา

     เนื่องจากผู้เข้ารับการอบรมจำนวนหนึ่งซึ่งเป็นแผลเรื้อรัง เนื้อหาการอบรมหนึ่งคือการดูแลแผลเรื้อรังด้วยภูมิปัญญาท้องถิ่น ซึ่งมีกรรมวิธีการไม่ยุ่งยาก สามารถดำเนินการได้ด้วยตัวเอง และสามารถให้ผลในการรักษาได้เป็นอย่างดี มีผู้รักษาแผลด้วยวิธีนี้จำนวนไม่น้อย

     วิธีการรักษาดังกล่าว จะใช้เปลือกมังคุดหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ นำไปตากแดดให้แห้งแล้วบดให้ละเอียด จากนั้นนำมาผสมกับน้ำปูนขาวตามสัดส่วน นำสำลีชุบน้ำปูนใสที่ผสมกับเปลือกมังคุดบดมาปิดทับแผลไว้ ทำเช่นนี้วันละครั้งไปเรื่อย ๆ

     ดร.ทักษิณาร์ เล่ากรณีผู้ป่วยรายหนึ่งซึ่งเป็นผู้ป่วยเบาหวานและมีแผลเรื้อรัง มาเข้ารับการอบรม หลังจากการอบรมไม่ได้มาทำแผลต่อเนื่องทำให้แผลกำเริบมากขึ้น การลงไปเยี่ยมบ้านทำให้พบปัญหานี้และได้ช่วยแก้ปัญหาจี้ให้มาทำแผลและรักษาด้วยปลือกมังคุด โดยมีเจ้าหน้าที่ที่สถานีอนามัยเป็นผู้ดำเนินการให้ จนกระทั่งอาการดีขึ้น

     อาจกล่าวได้ว่าโครงการฯ นี้มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่ช่วยดูแลผู้ป่วยสูงอายุที่เป็นโรคเบาหวาน ทั้งที่มีและไม่มีแผลที่เท้า การจัดกิจกรรมอบรมให้ความรู้ทำให้ผู้สูงอายุมีหลักปฏิบัติตนอย่างเหมาะสมเป็นผลดีต่อการควบคุมโรคมิให้ลุกลามขยายตัว จากการติดตามลงไปเยี่ยมบ้านของทีมงานโครงการฯ พบว่า หลายรายมีการปรับตัวและใช้ความรู้ที่ได้จากการอบรม ดร.ทักษิณาร์ เล่าว่า

ตอนที่เราไปเยี่ยมมีหลายคนที่เป็นแผล เขาก็ทำแผลตามที่สอนไปเดี๋ยวนี้แผลหายไปหลายคนแล้ว อย่างตาอุ้ยเนี่ยถูกตัดนิ้วไปสามนิ้ว ตอนนี้แผลหายแล้ว ส่วนแม่นางตอนมาอบรมกับเรา เราก็ตามเยี่ยมบ้าน เราก็ไปจี้ให้เขามาทำแผลที่สถานีอนามัย ภายในเดือนเดียวที่ใส่เปลือกมังคุดตอนนี้แผลหายละไม่งั้นต้องลามถึงขา สรุปแล้วเกือบสิบรายที่ใช้เปลือกมังคุดรักษาแล้วแผลหาย

     แนวโน้มปัญหาโรคเบาหวานในประเทศไทยยังไม่มีแนวโน้มที่ลดลง กลับมีทิศทางไปในฝั่งตรงกันข้าม รัฐบางต้องแบกรับภาระกับค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาแผลของผู้ป่วยเบาหวาน ขณะที่ผู้ป่วยจำนวนมากต้องเผชิญกับการสูญเสียนิ้วและเท้าไป

     ประสบการณ์และบทเรียนของโครงการฯ นี้ น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีประการหนึ่งสำหรับสถานพยาบาลที่ต้องจัดการกับปัญหานี้ ที่ใช้จ่ายไม่มากนักและเห็นผลมาแล้วที่ จ.มหาสารคาม

 

อ่านเอกสารถอดบทเรียนฉบับเต็มโครงการนี้ได้ที่นี่ครับ

.