• ดิฉันเจอคนไข้เบาหวานทุกวัน วันละมากๆ ค่ะ
  • การรักษาเบาหวานที่ดีที่สุดคือ "พบกันครึ่งทาง" ระหว่างหมอกับคนไข้  คือ หมอรักษา คนไข้ต้องปรับพฤติกรรมค่ะ  (งานวิจัยทุกชิ้นยืนยันค่ะ)
  • คือ การปรับเรื่องอาหาร และ เพิ่มการออกกำลังกาย (สองเรื่องนี้เป็นงานที่ยากเหลือเกิน ทั้งที่รู้ว่าเป็นประโยชน์ ไม่เฉพาะคนไข้ แม้แต่คนทั่วไปก็มักทำไม่ได้)
  • และประมาณ 80% ขอบคนไข้ยังไม่สามารถปรับพฤติกรรม คือ ยังกินตามใจ กินมาก และไม่ออกกำลังกายค่ะ
  • การเพิ่มยาไปเรื่อยๆ ทำได้ แต่จะถึงจุดที่เพิ่มไม่ได้ คือทำอย่างไรน้ำตาลก็ไม่ลง หรือขึ้นๆ ลงๆ
  • สุดท้ายที่หนีไม่พ้น คือ ไตเสื่อม และตาบอด
  • อาการชาเท้า และเท้าเป็นแผลนี่ก็เป็นผลจากการไม่สามารถคุมน้ำตาลได้เช่นกัน
  • ดิฉันกำลังมีคำๆ หนึ่งโผล่ขึ้นมาคือ "การมีวินัยในตนเอง" ทำให้คนไข้โรคเรื้อรังเอาชนะโรคได้  หมอเก่งแค่ไหนก็ทำให้ไม่ได้ค่ะ (และคุณลักษณะนี้พร่องในคนไทยจำนวนไม่น้อยค่ะ)
  • เบาหวานเพิ่มขึ้นทั่วโลก  มันมาพร้อมกับการกินอาหารที่เปลี่ยนไปจาก กินอาหารจริงๆ  ไปกินอาหารขยะ  ในอเมริกาคนอายุน้อยๆ เป็นเบาหวานเพิ่มขึ้น 
  • ต่อไปเบาหวานจะเป็นปัญหาใหญ่พอๆ กับโรคถุงลมโป่งพองที่เกิดจากการสูบบุหรี่  โรคเรื้อรังทั้งหลายใช้เงินงบประมาณชาติสูงจริงๆ อย่างน่าตกใจค่ะอาจารย์
  • ลูกชายไปทำงานที่ รพ.พระปกเกล้าฯ จันท์ บอกว่า  รพ.ติดลบกว่า 200 ล้าน กำลังจะไม่มีเงินจ่ายหมอ (ของเงินแม่ใช้ไปก่อนนะแม่...ฮ่า..ฮ่า..)  และทุกโรงพยาบาลกำลังจะหมดตัวภายใน 10 ปี
  • สิ่งที่อาจารย์เล่า เป็นคุณกับคนไข้ และเป็นคุณกับกระเป๋าเงินของประเทศ  ดิฉันขอบคุณค่ะ
  • หวังว่าความรู้ที่อาจารย์ไปให้แก่คนไข้จะอยู่ไปนานๆ และถ่ายทอดไปในวงกว้างนะคะ