ในชีวิต และบนเส้นทางที่เราก้าวเดิน เราอาจเผชิญกับสิ่งเลวร้ายมากมาย ที่ทำให้ท้อ หมดเรี่ยวแรงก้าวเดินไป วันที่ชีวิตเศร้าหมอง ไร้ซึ่งทางออก ให้ลองมองไปบนฟ้า และพื้นดินที่กว้างใหญ่ แล้วเราจะเห็น เหล่านกน้อยกำลังครื้นเครง นกนับร้อยนับพัน บินขึ้นไปบนฟากฟ้า ไม่มีสิ่งใด ๆ มารบเร้าให้มันจะกลัว ยังมีดอกไม้หลากสีสัน มันส่งกลิ่นหอมละมุนชวนให้หลง และยังมีปลาที่แหวกว่ายไปมาอยู่ในน้ำ พวกเขาไม่ต้องกังวลว่าพรุ่งนี้จะกินหรือดื่มอะไร หรือเป็นห่วงว่าจะไม่มีอะไรให้เก็บเกี่ยว แต่พวกเขาก็ไม่เคยอดตายเลย ถ้าคนเราเป็นดั่งปลาในน้ำ นกในอากาศ หรือดอกไม้ที่หมดห่วงได้ก็คงจะดี แต่เราเป็นมนุษย์ซึ่งมีทั้งชีวิต จิตใจ และจิตวิญญาณ เราจึงต้องสู้ สู้เพื่อความอยู่รอด สู้เพื่อสิ่งที่ฝัน สู้เพื่อชัยชนะ
ข้าพเจ้าเกิดในครอบครัวใหญ่ บ้านหลังเล็ก ๆ ครอบครัวของในมีฐานะปานกลาง คือไม่จนขนาดไม่มีข้าวสารกอกหม้อ และไม่รวยขนาดที่อยากได้อะไรก็ได้หมด ครอบครัวของข้าพเจ้ามีความอบอุ่นปานกลาง เพราะไม่เคยอบอุ่นหรือซึ้งจนน้ำตาไหล แต่ก็ไม่เคยสร้างปัญหาให้ปวดหัวทุกวัน ตอนเด็กข้าพเจ้ายังจำได้เวลาที่วิเศษที่สุดคือเวลากินข้าว เพราะเราทุกคนจะอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากัน กินข้าว (อย่างน้อย แกง 1 อย่าง ผัด 3 อย่าง และเต้าหู้ยี้ ) ใช้เวลานี้คุยกัน ยอกล้อกัน แลกเปลี่ยนประสบการณ์ มีเสียงหัวเราะ ทั้งเด็ก ผู้ใหญ่ และคนแก่
เมื่อเวลาผ่านไปเราเริ่มโตขึ้น (พี่ ๆ โตกว่าข้าพเจ้า) เราต่างมีภาระที่มากขึ้น มีความฝัน อุดมการณ์ เส้นทางชีวิตที่แตกต่างกันออกไป เราต่างแยกย้ายกันออกไปตามเส้นทางที่ตัวเองวาดฝันไว้ วันนี้บ้านของเราใหญ่กว่าเดิม มีสมาชิกเพิ่มขึ้น จนต้องแยกย้ายไปบ้านเล็กบ้านใหญ่ เรามีรถขับ มีทองใส่ ทุกอย่างดีขึ้นตามลำดับ เหลือสิ่งเดียวที่หายไปคือ ความพร้อมเพรียง และเสียงหัวเราะบนโต๊ะอาหาร ทั้ง ๆ ที่กับข้าวยัง (อย่างน้อย แกง 1 อย่าง ผัด 3 อย่าง และเต้าหู้ยี้ )
ข้าพเจ้าเป็นคนปานกลาง ไม่มีความสามารถพิเศษใดๆ เรียนหนังสือปานกลาง แถมหน้าตาก็ยังปานกลางอีก ข้าพเจ้าเรียนรุ่นเดียวกับพี่รอง (พี่ชายคนที่ 2) พอจบ ป.6 พ่อก็ซื้อรถให้พี่รองเพื่อไป - กลับ โรงเรียนประจำจังหวัด ส่วนข้าพเจ้าพ่อแม่ได้ส่งไปโรงเรียนกินนอนแห่งหนึ่งใน อ.เชียงของ ตอนนั้นข้าพเจ้าไม่น้อยใจพ่อแม่น่ะ แต่บางครั้งข้าพเจ้าน้อยใจว่าทำไมต้องเกิดเป็นผู้หญิง ข้าพเจ้ายังจำได้ดีตอนนั้นข้าพเรียนหนักมากเพราะต้องเรียนทั้ง 2 โรงเรียน (โรงเรียนจีนและโรงเรียนไทย) ตื่นตี 4 ครึ่ง เพื่อไปเรียนภาษาจีน ตี 5 ถึง 6 โมงครึ่ง พอ 8.00 – 16.00 ก็เรียนโรงเรียนไทยตามปกติ และเรียนภาษาจีนอีกรอบ 18.00 - 21.00 เป็นแบบนี้มา 6 ปี
พอจบม.6 พ่ออยากให้เรียนต่อภาษาจีน ข้าพเจ้าสอบภาษาจีนตามที่พ่อแนะนำทั้ง ๆ ที่ใจลึกๆ อยากเรียนคณิตศาสตร์ ข้าพเจ้าได้สอบโควตา สาขาภาษาจีน คณะศิลปศาสตร์ ของม.แม่ฟ้าหลวง ผลคือติด ข้าพเจ้าเลยไม่คิดที่จะเป็นครูคณิตศาสตร์อีก
เช้าวันหนึ่งพ่อก็มาคุยกับข้าพเจ้าประมาณว่า ให้หามหาวิทยาลัยใหม่ เพราะทุนทรัพย์ไม่พอ.... ข้าพเจ้าเสียใจเล็กน้อยเพราะในที่สุดก็ไม่มีที่เรียน
ข้าพเจ้าเลือกเรียน สาขาสถิติประยุกต์ ม.ราชภัฎเชียงใหม่ เพราะอาจารย์แนะแนวแนะนำให้เรียน อาจารย์บอกว่า ถ้าชอบคณิตศาสตร์ให้เรียนสถิติจะดีกว่า เพราะถ้าจบออกมาแล้วสามารถเป็นครูได้ และถ้าไม่อยากเป็นครูก็ทำงานอย่างอื่นได้ และในขณะนั้น ม.ราชภัฎก็เป็นม.สุดท้ายที่ยังเปิดรับสมัครนักศึกษาอยู่ บวกกับความอยากมาอยู่เชียงใหม่ ในที่สุดข้าพเจ้าก็ได้เป็นนักศึกษาเต็มตัว แต่ยิ่งนานวันเข้าข้าพเจ้าก็เริ่มรู้ตัวเองขึ้นว่าตัวเองยากเป็นครู แต่ในขณะนั้น ก็มีรุ่นพี่มาบอกว่าต่อไปถ้าอยากเป็นครู เราต้องเรียนวุฒิครู(ป.บัณฑิตวิชาชีพครู) ข้าพเจ้าคิดในใจว่าไม่เป็นไรรอให้จบค่อยเรียนต่ออีก 1 ปีก็ยังได้ เพราะข้าพเจ้าไม่อยากย้ายสาขา หรือเริ่มต้นใหม่อีกรอบ ต่อมาเมื่อจะจบปี 4 ก็มีข่าวคราวอีกว่ากระทรวงยุติป.บัณฑิตวิชาชีพครูแล้ว ข้าพเจ้าเสียใจพอประมาณและยังไม่รู้ว่าจะทำอะไรต่อกับชีวิตดี หรือเมื่อจบไปจะทำอะไรดี ขณะนั้น สิ่งที่ข้าพเจ้ากลัวที่สุดคือ คำถามที่ว่า จบไปแล้วจะไปทำอะไร เพราะข้าพเจ้าไม่รู้จริงๆว่าจบแล้วจะทำอะไร
วันหนึ่งอาจารย์ให้ไปช่วยงานการประชุมโครงการวิจัย ที่โรงแรมแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ ช่างเป็นอะไรที่บังเอิญมาก ข้าพเจ้าได้เจอกับรุ่นพี่ที่มหาลัยและเขาก็แจ้งข่าวคราวว่ามีโครงการ สควค. อาจารย์ก็แนะนำให้ลองไปสมัครดู
ข้าพเจ้าไม่รีรอรีบยื่นเรื่องทันทีในสุดท้ายของการรับสมัคร วันนั้นฝนตกทั้งวัน จนข้าพเจ้าเกือบท้อแต่ในที่สุดก็ทำการยื่นได้สำเร็จ วันสอบเป็นวันตื่นเต้นและกดดันมากที่สุด และต้องตื่นเต้นอีกครั้งที่รู้ว่าตัวเองจะได้เป็นคุณครูแล้ว ต้องสอนเด็ก ต้องเป็นแบบอย่าง ตอนนี้ข้าพเจ้ากำลังปรับตัว และเตรียมตัวในการสอน ข้าพเจ้าไม่สัญญาว่าข้าพเจ้าจะเป็นครูที่ดีที่สุด แต่ข้าพเจ้าสัญาว่าข้าพเจ้าจะทำหน้าที่ครูให้ดีที่สุด
สวัสดีครับ คุณ k.เมฆขาว ขอเป็นกำลังใจให้อีกแรงสำหรับว่าที่คุณครูคนใหม่ครับผม
สวัสดีค่ะ คุณ icando-it
ขอบคุณที่ให้กำลังใจน่ะค่ะ
สวัสดีครับคุณ K. เมฆขาว
ชีวิตของคนเราล้มได้ แต่อย่าท้อ ต้องลุกขึ้นเพื่อเดินต่อไป
เป็นกำลังใจ สู้ต่อไปนะครับ
ขอบคุณครับ
สวัสดีค่ะน้อง k.เมฆขาว
พี่คิดว่าน้องต้องเป็นครูที่ดีอย่างแน่นอนค่ะ เป็นกำลังใจให้นะค่ะ
...มาเอาใจช่วยเจ้าค่ะ...(ถ้าทำด้วยใจ...จะไม่มีหน้าที่ให้แบก..จะเบาสบายกว่าเจ้าค่ะ)...ยายธี
สวัสดีค่ะ คุณ k.เมฆขาว
เชื่อได้ว่าคนที่มีความกตัญญูอย่างคุณต้องเป็นครูที่ดีและเป็นที่ภูมิใจของครอบครัวไได้แน่นอน......สู้ สู้ ต่อไปนะค่ะ
สวัสดีค่ะ คุณ k.เมฆขาว
ขอเป็นกำลังใจให้สำหรับว่าที่คุณครูคณิตศาสตร์ด้วยนะคะ
ขอบคุณค่ะ
สวัสดีครับคุณ K. เมฆขาว
ขอเป็นกำลังให้นะค่ะ สู้ๆ ต่อไปค่ะ
เราจะเป็นครูที่ดีไปพร้อมๆกันค่ะ
ขอบคุณมากค่ะ
สวัสดี่ค่ะ เด็กชายเคมี
ขอบคุณนะค่ะที่ให้กำลังใจ
ข้าพเจ้าจะไม่ถอยค่ะ ถึงแม้อาจท้อบ้าง
แต่พยายามจะไม่ท้อค่ะ
สวัดดีค่ะ คุณkungnang
ขอบคุณค่ะที่เชื่อใจ และกำลังใจค่ะ
จะสู้ๆ สู้ต่อไปค่ะ
สวัสดีค่ะ น้อง K. เมฆขาว
คนเราไม่มีอะไรสมหวังไปทุกอย่าง
แต่เชื่อได้เรยว่าทุกเรื่องที่เกิดและจบลงมันย่อมมีเหตุและผลอยู่ในตัวของมันเอง
เป็นกำลังใจให้น้องเป็นครูที่ดีนะคะ
สวัสดีค่ะ ยายธี
ค่ะ หนูจะทำด้วยใจค่ะ
ขอบคุณน่ะค่ะที่ให้กำลังใจ
สวัสดีค่ะ คุณparichat
ขอบคุณน่ะค่ะที่ให้กำลังใจ
สวัสดีค่ะ คุณ Nooyui
ขอบคุณน่ะคะที่ให้กำลังใจ
จะตั้งใจทำหน้าที่ ครู ค่ะ
สวัสดีค่ะ คุณ miyoko
ขอบคุณค่ะที่ให้กำลังใจ
จะเป็นครูที่ดีได้แน่นอนค่ะ ถ้าเดินตามทางขอ
คุณพี ขอเดินตามน่ะค่ะ
ขอบคุณค่ะ คุณพี่ fragrance
ใช่ค่ะ ทุกอย่างต้องมีเหตุผลเป็นของมัน
แค่เราไม่รู้ว่าเหตุผลคืออะไรใช่ไมค่ะ
ไม่เป็นไรค่ะ มีพี่ ๆ ให้กำลังใจ
คงไม่นานหรอกค่ะ ที่น้องจะได้ทราบเหตุผลในไม่ช้านี้
สวัสดีครับ คุณ k.เมฆขาว
ขอเป็นกำลังใจให้อีกแรงสำหรับว่าที่คุณครูคนใหม่
แม้ที่สุดของใครมันมากแค่ไหน แต่การทำทีสุดของเราสำคัญกว่าครับ
สวัสดีค่ะ'kเมฆขาว'
แวะมาอ่านบันทึกและขอเป็นกำลังใจให้ในการเดินเข้าสู่เส้นทาง...อาชีพครูนะคะ
เชื่อมั่นว่า...ต้องเป็นครูที่ดีคนหนึ่งคะ
สวัสดีครับ k.เมฆขาว เราจะก้าวไปเป็นครูที่ดีพร้อม ๆ กันครับ
สวัสดีค่ะ Bio_Zen
ขอบคุณน่ะค่ะที่ให้กำลังใจ
จะทำหน้าที่ครูให้ดีที่สุดค่ะ