เด็กนักเรียนชานเมือง อนาคตอยากเป็นครูที่ดี
   
 
 
  
      สวัสดีค่ะ ดิฉันเป็นชาวจังหวัดลำปางโดยกำเนิด จังหวัดของฉันเป็นเมืองเล็กๆเมืองหนึ่งของ     ภาคเหนือ  ครอบครัวของฉันมีทั้งหมด  4 คนคือ คุณพ่อ คุณแม่ พี่สาว และตัวฉันเอง                        อยู่ที่หมู่บ้านต้นงุ้น ซึ่งนอกตัวเมืองประมาณ 60 กิโลเมตร 

 

     เมื่อตอนฉันเรียนอยู่ชั้นประถมศึกษาในเวลาเย็นของทุกวันเรารับประทานอาหารร่วมกันพร้อมหน้า ถ้าฉันมีปัญหาอะไร คุณพ่อ คุณแม่ ก็จะแนะแนวทางแก้ไขทำให้ฉันมีความสุข

 

      เมื่อเริ่มโตขึ้นได้ศึกษาชั้นมัธยมศึกษาอยู่โรงเรียนเขลางค์นคร ซึ่งอยู่อำเภอเมือง สภาพทั่วๆไป  ของโรงเรียน เป็นโรงเรียนขนาดใหญ่ อาคารเรียนมีเพียงชั้นเดียว (คล้ายรีสอร์ท) แต่มักมีคนชอบบอกกันว่าเป็นฉันเป็น เด็กนักเรียนชานเมือง เพราะว่าโรงเรียนที่ฉันอยู่ไม่ได้มีชื่อเสียงที่โด่งดัง เหมือนกับโรงเรียนประจำจังหวัดลำปางแต่ฉันมีความรู้สึกคัดค้านในใจอยู่ว่าทำไมต้องพูดส่อเสียดแบบนี้ด้วย ฉันคิดว่าเรียนอยู่ที่โรงเรียนแบบใดก็เหมือนกัน การที่จะดูว่าเด็กคนไหนเรียนเก่งหรือไม่เก่ง ดีหรือไม่ดีนั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับชื่อของโรงเรียน   โรงเรียนแห่งนี้ทำให้ฉัน  ได้เรียนรู้สิ่งที่เป็นประสบการณ์มากมายที่สอนให้ฉันเป็นผู้ใหญ่มากขึ้นเนื่องจาก ฉันอาศัยอยู่บ้านพักนักเรียน ซึ่งอยู่ภายในโรงเรียนมีอาจารย์คนหนึ่งที่เป็นเปรียบเสมือนพ่อแม่ที่ดูแลเรา ให้ความรัก การเอาใจใส่ อบรมสั่งสอนให้เราเป็นคนดี มีความรับผิดชอบ ทำตัวเองให้มีคุณค่า รู้จักการอนุรักษ์วัฒนธรรมของไทยและล้านนาของชาวเหนือ และจะต้องช่วยเหลือตนเองให้ดีที่สุด อย่างเช่น เรื่องอาหารการกิน อาจารย์ก็ให้ปลูกผักสวนครัวและทำอาหารกินด้วยกันในสมาชิกในบ้าน   นอกจากนี้ยังให้หารายได้เพื่อช่วยพ่อแม่แบ่งเบาภาระ         เช่น ฉันจะไปทำความสะอาดที่บ้านอาจารย์คนหนึ่งที่สอนวิชาแนะแนว ซึ่งอยู่ใกล้กับโรงเรียน          และตอนปิดเทอมก็หารายได้ด้วยการทำความสะอาดให้กับโรงเรียนเพื่อ   ตอนเปิดเทอมจะได้รับทุนการศึกษา 

 

     แต่ว่าสิ่งที่ฉันได้รับไม่มีเพียงแต่เงินอย่างเดียว ฉันยังได้รู้จักการทำความดีเพื่อสังคมแม้เป็นเพียงสังคมเล็ก ๆ ที่โรงเรียนแห่งนี้จึงให้ประสบการณ์การดำเนินชีวิตหลากหลายอย่าง ฉันรู้สึกว่าคุณค่าของเด็กนักเรียนชานเมืองก็มีดีไม่แพ้เด็กที่เรียนเก่งโรงเรียนในเมือง

     เมื่อจบการศึกษาขั้นพื้นฐานแล้วได้มาศึกษาต่อในมหวิทยาลัยแม่โจ้  เชียงใหม่ ระดับปริญญาตรีในวิชาเอกคณิตศาสตร์ อยู่  4 ปี เมื่อจบการศึกษาปริญญาตรี ได้ทำงานที่โรงเรียนกวดวิชาในกรุงเทพ ทำงานได้ไม่นานก็ออกมาสมัครงานที่โรงเรียนเอกชนในจังหวัดลำปาง ซึ่งทำให้ฉันอยู่ใกล้บ้านมากขึ้น ต่อมาก็ได้ทำงานที่โรงเรียนแห่งนี้และได้สอนชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ 4 ช่างเป็นอะไรที่น่าประหลาดใจมากเพราะว่าตอนที่ฉันเรียนอยู่มัธยมศึกษา ปีที่  4 ไม่ได้ตั้งใจเรียนวิชาคณิตศาสตร์เลยเหมือนที่ผู้คนพูดกันว่าเวรกรรมตามทันนั้นคงเป็นเรื่องจริง ก็นักเรียนที่เราไปสอนนั้นไม่ได้แตกต่างไปจากฉันในตอนนั้นเลย ฉันจึงตั้งหาเทคนิควิธีการสอนเพื่อให้นักเรียนสนใจการเรียนคณิตศาตร์ให้มากที่สุดจนเข้าใจนักเรียนมากขึ้น

 

   แต่ว่าอยู่มาไม่นานนักพี่สาวของฉันได้แนะนำให้มาสอนอยู่ที่โรงเรียนของรัฐบาลซึ่งอยู่ใกล้บ้านมากเพื่อที่จะได้มีเวลาอยู่กับครอบครัวมากขึ้นแต่สอนนักเรียนในระดับประถมศึกษาฉันมีความคิดว่าเด็กประถมศึกษาสอนง่ายกว่าเด็กมัธยมศึกษา แต่ไม่ใช่เลยเพราะเราจะต้องศึกษาหาความรู้อยู่ตลอดเวลาเช่นเดียวกับการสอนมัธยมศึกษาเพื่อพัฒนาทั้งตัวนักเรียนและตนเองด้วย ซึ่งฉันก็ต้องเปลี่ยนเทคนิคการสอนแบบใหม่ เพื่อการเรียนการสอนมีประสิทธิภาพดีและมีการสอนซ่อมเสริมให้กับนักเรียนบ้าง  แต่ว่าผลลัพธ์จากการที่ฉันเสียสละในการทำงานได้ทำให้นักเรียนมีความรู้และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณิตศาสตร์ (O-NET) ของชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 สูงขึ้น มันเป็นสิ่งที่พิเศษของฉันและนักเรียนได้เดินร่วมกันฝ่าฟันความคาดหวังของผู้อำนวยการและครูคนอื่น ๆ ได้สำเร็จแต่มิได้สมบูรณ์ทุกอย่างเสมอไป 

 

     ฉันก็ต้องเลือกทางเดินของตนเองอีกครั้งเพื่อศึกษาต่อจึงทำให้ตอนนี้ได้รับทุน สควค. และได้มาเรียนที่ราชภัฏเชียงใหม่ ตอนแรกรู้สึกแปลก ๆ ที่ได้กับมาเรียนอีกครั้ง เนื่องจากว่าได้ชินกับการทำงานมาพอสมควรจึงต้องมีการปรับต้วแต่ว่าตอนนี้ได้ปรับพฤติกรรมให้เหมาะกับการเรียนในครั้งนี้ได้แล้ว และฉันจะต้องตั้งใจเรียนให้สมกับที่ได้รับทุน เพื่อเป็นการพัฒนาตนเองให้เป็นบุคคลที่มีประสิทธิภาพในการสอนนักเรียนในอนาคตอันใกล้นี้จึงได้ตักตวงเอาเทคนิคการสอนวิชาการที่มีประโยชน์กับการสอนให้มากที่สุด ในอนาคตอยากที่จะเป็นครูที่ดี เหมือนกับคุณครูที่ดูแลฉันตอนเรียนมัธยมศึกษา     จะเตรียมการสอนทุกครั้ง สอนให้นักเรียนมีทั้งความรู้และคุณธรรมไปพร้อม ๆ กันเพื่อให้นักเรียนจบไปแล้วเป็นคนดีของสังคมไทย

 

ถึงแม้ตอนนี้จะเป็นเพียงความฝันแต่สักวันหนึ่งฉันจะทำให้ได้     
"วันแห่งเส้นชัย..ไม่ไกลเกิน"