เป็นการเที่ยวรายการสุดท้ายในวันที่ ๙ เม.ย. ๕๔ ก่อนไปรับประทานอาหารเย็นและขึ้นเครื่องบินกลับ   ที่ Citadel Outlet   อยู่ชานเมือง แอลเอ

          สถานที่กว้างใหญ่ และมีร้านมากมาย   กล่าวได้ว่าเป็นแหล่งซื้อสินค้าแฟชั่นนำสมัยเกือบจะสุดๆ   ซึ่งผมซื้อไม่เป็น   เข้าไปดูบางร้านก็รู้สึกตาลาย   และไม่รู้สึกว่าจำเป็น   ผมตามเพื่อนร่วมคณะคือ ผศ. เสาวนีย์ ไทยรุ่งโรจน์ รองอธิการบดี ม. หอการค้า  และ อ. นวพร เรืองสกุล กรรมการสภามหาวิทยาลัยของ จุฬาฯ  มหิดล  และ มช.   ไปที่ร้าน Vitamin World   และซื้อน้ำมันปลา Omega 3 มา ๓ ขวด   ส่วน อ. นวพร มีรายการฝากซื้อยาวเหยียด   ผมจึงได้ช่วยหิ้วของส่วนหนึ่ง

          ที่ไปซื้อเพราะ อ. เสาวนีย์ บอกว่ามีบัตรสมาชิก ได้ลดราคา ๒๐%  แต่เอาเข้าจริง ของที่ผมซื้อเป็นของลดราคาอยู่แล้ว   เขาจึงไม่ลดให้อีก   และผมก็ได้ความรู้ว่า ร้านนี้ขายผลิตภัณฑ์ธรรมชาติมากมาย   โดยอ้างสรรพคุณด้านต่างๆ ที่มนุษย์ต้องการ   โดยเขาจัดผลิตภัณฑ์และบอกสรรพคุณแยกชนิดกัน  ทำให้ดูน่าเชื่อถือยิ่งขึ้น   ดูจากลักษณะของร้านและท่าทางของคนซื้อแล้ว   ผมว่าเขาเอาแป้งมาทำเป็นเม็ดขาย คนกินก็คงจะได้ ผลเหมือนกินผลิตภัณฑ์   คือได้ผลทางใจที่เรียกว่า placebo effect

          ลงท้ายผมไม่ได้เที่ยวชมสินค้าตามร้าน   แต่ได้นั่งอ่านหนังสือ เขียนบันทึก โดยใช้ iPad  และดูผู้คนที่มาเที่ยวและช้อปปิ้งกันเนืองแน่น  

          สังเกตเห็นชัดเจนว่า คนมาเที่ยว หรือมาพักผ่อนหย่อนใจ ที่ outlet   มากกว่ามาซื้อของ   โดยมากันเป็นครอบครัว   และมีเด็กๆ มากันมาก   ที่เข็นรถนั่งเด็กก็มาก   คนแก่นั่ง wheel chair ก็มี   สภาพที่เด่นชัดนี้น่าจะเป็นเพราะวันนี้เป็นวันเสาร์

          ผมสังเกตว่า ผู้คนที่เดินไปมาเป็นคนขาวแบบยุโรปเหนือ ไม่ถึง ๑/๓  นอกนั้นเป็นคนผิวสีสารพัดสี รวมทั้งคนจีน ที่มีมากทีเดียว   น่าจะสะท้อนความเปลี่ยนแปลงรุนแรงด้านประชากรของสหรัฐอเมริกา   ที่ไม่ช้าคนคอเคเชี่ยนจะกลายเป็นชนกลุ่มน้อย  

          อีกอย่างหนึ่งที่สังเกตเห็น คือการระบาดของโรคอ้วน    คนที่เดินไปเดินมาประมาณครึ่งหนึ่งอ้วน    บางคนอ้วนเผละน่าตกใจ   ผมมีข้อสังเกตว่าเห็นคนที่ตัวเตี้ย  ตัวหนา หน้าตาแบบพวกเราแต่จมูกโด่งกว่า   อย่างที่ผมเคยเห็นที่เม็กซิโกเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๓๖ (ไปกับ วปอ.) บ่อย   คนเหล่านี้ที่เป็นผู้ใหญ่ไม่มีใครไม่อ้วนเลย   แม้เด็กๆ ก็ออกเค้าอ้วนแล้ว   ผมนั่งคิดโจทย์วิจัยว่า   คนเหล่านี้น่าจะมีเลือดอินเดียนแดงเป็นหลัก   และพันธุกรรม (ยีน) ของเขาน่าจะเพื่อการมีชีวิตแบบอดมื้อกินมื้อแบบในสมัยโบราณ   ตอนนี้กินอาหารแลลเหลือเฟือ จึงอ้วนง่ายกว่าคนทั่วไป   นี่เป็นการนั่งเดาเรื่อยเปื่อย   แต่ถ้ามีเวลาน่าจะค้นคว้าได้ว่าเคยมีคนศึกษาโจทย์นี้แล้วหรือยัง

          อากาศวันนี้ยังเย็น  ผมสวมเสื้อ ๓ ชั้นนั่งด้านนอกอาคารนานกว่า ๒ ชั่วโมง รู้สึกหนาว   ต้องชวน อ. นวพร ไปดื่มกาแฟที่ร้าน

          คณะที่เดินทางด้วยกันไปซื้อของกันสนุกสนาน   ได้ของหลากหลายอย่าง   ที่ไม่ได้คือกระเป๋าถือผู้หญิงยี่ห้อ Coach ที่ อ. เสาวณีย์ เชียร์สุดฤทธิ์ ว่าคุณภาพดีจริงๆ   และคุณอ้อมแห่ง SEAMEO RIHED ก็สะพายเป็นนางแบบล่อตาว่าสวยเหมาะกับคนสาว   ส่วน อ. เสาวณีย์ ก็สะพายรุ่นที่เหมาะกับผู้อาวุโสหน่อย   สวยจริงๆ   แต่ไม่มีใครซื้อได้ เพราะไม่มีร้านนี้ใน outlet    อ. นวพร บอกว่ากระเป๋า Coach ขายดีจนผลิตไม่ทัน   จึงไม่เอามาขายใน outlet   ถือเป็นสินค้าแฟชั่นชั้นสูง    ซึ่งเขาไม่เอามาขายกันที่ outlet 

         ผมกลับมาบอกสาวน้อยที่บ้าน ว่าจะซื้อกระเป๋าถือสุดยอดแฟชั่น ยี่ห้อ Coach มาฝากเสียหน่อยก็ดันไม่มีขาย   สาวน้อยโวยวาย ว่าอวดตั้งหลายรอบแล้วไม่เคยฟัง   ลูกสาวซื้อให้ตอนไปช่วยเลี้ยงหลานที่นิวยอร์ก เมื่อ ๕ เดือนก่อน   ราคาตั้งหมื่นกว่าบาท   เลยเก็บเอาไว้ไม่ได้ใช้

          วันนี้ (๘ เม.ย.) ผมสบายใจ ที่สินค้าที่ลูกสาวสั่งซื้อจาก Amazon ให้ส่งมาให้ผมที่โรงแรม  ให้ผมขนกลับบ้าน รวม ๗ กล่อง นั้น   เอาใส่กระเป๋าใบใหม่ที่ซื้อจากร้าน Sears เมื่อวาน   และกระเป๋าใบเดิมที่ยังพอมีที่เหลือบ้าง ได้หมด   โดยมีกล่องยาวๆ ของรถเข็นเด็กแยกเป็นอีกชิ้นหนึ่งต่างหาก   สาวน้อยตรวจสอบกติกาของการบินไทย ว่าผมนั่งชั้นธุรกิจ ขนของได้ ๓ ชิ้น  หนักไม่เกินชิ้นละ ๗๐ ปอนด์ หรือ ๒๓ ก.ก.   เมื่อ check-in ก็สะดวกโยธิน

          การเดินทางกลับสะดวกสบาย   การ check-in สัมภาระไม่มีอะไรยุ่งยาก   นั่งบนเครื่องบิน ๑๗ ชั่วโมงเศษ ก็สะดวกสบาย   และผมเขียนบันทึกการไปดูงานเกือบเสร็จทั้งหมด   คือได้ประมาณ ๙๐%   และสัมภาระของผมผ่านศุลกากรที่สนามบินสุวรรณภูมิโดยเจ้าหน้าที่ไม่เรียกตรวจ  

 

วิจารณ์ พานิช
๑๑ เม.ย. ๕๔


บรรยากาศใน Citadel Outlet

 

ปลูกต้นปาล์มเป็นแถวสวยงาม และท้องฟ้าโปร่ง แต่อากาศเย็น

 

ด้านในระหว่างร้านมีเก้าอี้ให้นั่งพักผ่อนหรือกินอาหาร

 

ถ่ายจากจุดที่ผมนั่งอ่านหนังสืออยู่ ๒ ชั่วโมงเศษ