พ่อหลวงแห่งไทยทรงสอนความรู้อันเกิดจากประสบการณ์(Tacit Knowledge)


เพราะพ่อเคยเหนื่อยล้าทำมาก่อน คำพ่อสอนทุกคำจึงล้ำค่า

                           หากเรามองย้อนกลับไปสมัยตอนที่เรียน เราได้ศึกษามาอย่างให้เข้าใจถ่องแท้ในทฤษฎี (Explicit Knowledge หรือความรู้ชัดแจ้งตามทฤษฎีของนักวิทยาศาสตร์) เรานำมาปฏิบัติ ทดลองทำในหลายบริบท เปลี่ยนตัวแปร เช่นอุณหภูมิ ความชื้น ความดัน โดยสมมติสถาณการณ์จำลอง แล้วดูแนวโน้มของผลลัพธ์ที่ได้ จนสำเร็จ เกิดการต่อยอดเช่น บางคนสามารถเขียนสูตรลัดได้ หรือพบว่ามีตัวแปรอื่นที่สามารถควบคุมได้ยากเกิดขึ้น นั่นคือข้อจำกัดการนำไปใช้ แบบนี้เรียกว่า ความรู้อันเกิดจากประสบการณณ์ การจัดการความรู้ หรือการทำ KM (Knowledge Management) มีหลักอยู่ตรงที่ว่า เราจะนำความรู้ที่เราเคยทดลองทำจนเวิร์คมาแล้วมาเล่า ผู้เล่าจะนำวิธีปฏิบัติที่เลือกมาแล้วว่าดีที่สุด  ที่ได้เคยทดลองด้วยวิธีการต่างๆ บริบทต่างๆ นั้นมาเล่าสู่กันฟัง เป็นประสบการณ์ที่ไม่ได้เขียนไว้ในตำราใดๆ แต่เป็นเคล็ดที่ไม่ลับที่โบราณบอกต่อๆกันมา หรือที่ผู้หนึ่งผู้ใดมีความเชี่ยวชาญในเรื่องหนึ่งๆ   ซึ่งถ้าไม่มีใครคอยบันทึกไว้ มันก็จะสูญหายไป เหมือนสูตรอาหารหาที่ไหนก็เหมือนกันคล้ายกัน แต่เคล็ดลับไม่ค่อยมีใครยอมบอกกันง่ายๆกลัวว่าจะเกิดคู่แข่งทางธุรกิจ

                            แต่เคล็ดลับหรือองค์ความรู้ ทำให้คนรุ่นต่อๆมามีวิธีคิดกับเรื่องๆหนึ่งคล้ายกันไม่ต้องเสียเวลาไปเรียนรู้ ทดลอง แม้กระทั่งลงมือทำเอง ให้เสียเวลาอีก ให้ผู้นำองค์ความรู้นี้ไปใช้ นำวิธีการไปทดลอง ทำ ในบริบทที่ต้องการ ในสถานที่ๆจะทำได้เลย ย่นเวลาการเรียนรู้ไปได้มาก อย่างนี้เราเรียกว่านำองค์ความรู้นี้ไปใส่เสื้อผ้าของเราเองและต่อยอดต่อๆไปไม่มีวันสิ้นสุด นี่แหละครับที่วิกิพีเดียเกิดขึ้นมาก็เพื่อการแชร์ความรู้ และช่วยกันแก้ไขปรับปรุงบทความ และต่อยอดทางความรู้นี่เอง  ทำให้วิกิพีเดีย เป็นแหล่งข้อมูลที่เหมาะสมเป็นปัจจุบันตลอด   ล้วนเป็นความสวยงามของการเรียนรู้ผ่านสื่ออินเตอร์เน็ต  เครือข่ายการเรียนรู้และการแบ่งปันแนวคิด คำสอน เรื่องเล่า ประสบการณ์ และวิธีการปฏิบัติที่ดี อย่างกว้างขวางในสังคม Social Network นี่เองครับ  หลายท่านคงอยากทราบสาเหตุที่ว่า ทำไมถึงต้องบันทึกเป็นเรื่องเล่าด้วย  คำตอบคือการที่เรา   ให้เขาเล่าองค์ความรู้อันเกิดจากประสบการณ์ให้ฟังแล้วจดเรียบเรียงเป็นเรื่องเล่า นั่นก็คือ การที่ผู้มีประสบการณ์ส่วนใหญ่ประสบการณ์จะอยู่ในสมอง ไม่เคยได้ถ่ายทอดออกมาเป็นหนังสือตำรา  และบางท่านไม่รู้เสียด้วยว่า สิ่งนี้ที่ท่านรู้นี่คือองค์ความรู้ครับ ต้องมีคนถามเจาะประเด็นวิธีปฏิบัติ เจาะถามสาเหตุของการต้องทำอย่างนั้นอย่างนี้ตรงๆ  แบบนี้ท่านทำจึงค่อยๆนึกถึงและอธิบายได้เหมือนท่านเพิ่งได้ทำไปเมื่อไม่นาน ที่อธิบายได้เพราะท่านทำงานจริงจังและทำด้วยตนเองมาก่อน  การบันทึกเรื่องเล่าก็มีข้อดีตรงที่ว่า  สามารถใช้คำง่ายๆไม่ต้องห่วงรูปแบบที่ถูกต้องใช้อธิบายถึงการกระทำให้เห็นภาพได้ชัดเจน   สามารถสื่อสารได้ชัดเจน และการอ่านเรื่องเล่าก็เหมือนการนั่งคุยกันธรรมดาๆ ไม่เหมือนการอ่านบทความทางวิชาการ ทำให้บันทึกเรื่องเล่าเรื่องใดๆนั้นน่าติดตามนั่นเองครับ

                            แต่ถ้ามองตามความจริง การเลือกวิธีการปฏิบัติที่ดีที่สุด ทุกคนล้วนคิดได้เหมือนกัน แต่อาจใช้เวลาปฏิบัติในเรื่องๆหนึ่งมากหรือน้อยไม่เท่ากัน ถ้าอย่างนั้นเรามาแบ่งปันความรู้ให้กับผู้ที่ยังไม่มีประสบการณ์กันไหม ผู้ที่ทำงานจะได้ไม่ต้องเสียเวลากลับไปอ่านที่มา เรื่องเดิม รายงานผลการประชุมย้อนหลัง เพื่อให้รู้เหตุผลในประเด็นที่ตนอาจสงสัยว่า ในเรื่องนี้เหตุผลกลใดถึงตัดสินใจทำแบบนี้ นั่นคือเป็นเรื่องที่ได้เคยหารือกันอย่างแวดกว้าง แล้วเราได้ลงมติเลือกการปฏิบัตินี้ในสมัยนั้น แต่ก็ไม่ลืมว่าต้องเปิดใจรับข้อสังเกตที่เคยมีมติกันด้วยว่า  ในประเด็นนี้ที่เราเคยได้มีมติให้ทำอย่างนั้นอย่างนี้ไปแล้วนั่น  เห็นควรนำมาทบทวนให้เหมาะสมกับสภาพปัจจุบัน เพราะขณะนี้มีตัวแปรอื่นๆที่เปลี่ยนไป  ทำให้จำเป็นจะต้องยกร่างแก้ไข ทบทวนมติ หรือเพิ่มเงื่อนไขต่างๆ ในวาระเพื่อพิจารณา ให้สอดคล้องกับสภาพบริบทในปัจจุบันแล้วหรือยัง

                      ปัจจุบันเกิดวัฒนธรรมการพึ่งพาอาศัย คือเราไม่จำเป็นต้องเริ่มจากศูนย์ เรานำองค์ความรู้ (ในที่นี้ผมขอมองว่าเป็นความรู้ชัดแจ้ง+ความรู้จากประสบการณ์)มาต่อยอดให้เกิด นวัตกรรมใหม่ๆ (Innovation) เทคโนโลยีใหม่ๆเพื่อให้ผลลัพธ์มีประสิทธิภาพสูงสุด แถมยังประชาสัมพันธ์ให้นานาชาติทราบถึง นวตกรรมที่เราประดิษฐ์คิดค้นขึ้น เพื่อให้เกิดการพัฒนาในระดับโลกต่อไปอย่างไม่สิ้นสุด นี่แหละครับคือความสวยงามของ วัฒนธรรมการแบ่งปันความรู้สู่โลกกว้างอย่างไม่หวังอะไรตอบแทน ชื่อเสียงมันมาเองถ้าทั่วโลกเขายอมรับ วิธีปฏิบัติแบบนี้จริงแล้วเกิดขึ้นมานานแล้ว เช่นในการแพทย์ เวลาประเทศใดคิดวิธีรักษาโรคแบบใหม่ๆ ด้วยยาชนิดใหม่ๆ สังเคราะห์ตัวยาขึ้นใหม่ แม้กระทั่งยาแผนโบราณ เราบอกเล่าที่ประชุมแพทยสภาโลก คือในระดับทวิภาคีขึ้นไป เพื่อให้ทั่วโลกได้รู้และนำไปต่อยอดความรู้นี้ เพื่อให้แต่ละประเทศร่วมมือกันในการที่จะ คิดค้น บำบัด และกำจัดโรคนี้ให้หมดไปจากโลก ทั้งนี้หวังว่าผู้คนทั่วโลกควรจะได้รับวิธีปฏิบัติ ยารักษาโรค ความรู้ความสามารถของแพทย์ผู้ทำการรักษา ที่ดีที่สุดเท่าเทียมกันหรือแบบเดียวกัน  นั่นคือหน้าที่ขององค์การสหประชาชาติ  ป่าวประกาศเชิญชวนขอความร่วมมือทางวิชาการแพทย์ ผ่านการประชุมเจรจาตกลงในเรื่องดังกล่าว

             จีนมียาแผนโบราณแก้แผลไฟไฟม้ น้ำร้อนลวก เป็นที่ยอมรับกันทั่วโลก ผลิตพร้อมส่งไปช่วยเหลือประเทศใดๆได้ทันทีหากต้องการ ไทยคิดค้นยาสร้างภูมิคุ้มด้านต่างๆเพื่อยืดอายุของผู้ป่วยเอดส์ พร้อมส่งเช่นกัน   ครับการเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ มีน้ำใจต่อเพื่อนร่วมโลก หวังให้ประชากรทั้งโลกหายจากทุกข์ภัยไข้เจ็บ  อย่างที่เราเห็นคือการร่วมใจบริจาคสิ่งจำเป็นเมื่อยามเพื่อนบ้านประเทศข้างเคียงทุกข์ ประเทศเพื่อนบ้านถูกไฟป่า เพื่อนจมน้ำจากสึนามิ บ้านเพื่อนถูกแผ่นดินไหว ไฟป่า พายุ เราส่งน้ำใจ ไม่ว่าจะเป็น สิ่งของอุปโภค บริโภค แม้กระทั่งเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ ไปช่วย ณ ที่เกิดภัยพิบัติ เราเห็นน้ำใจกันก็เมื่อถึงคราวทุกข์กัน "สุขใจผู้ให้ ซึ้งใจผู้รับ" เป็นสิ่งสวยงามที่มนุษย์เรามีให้กันโดยไม่แบ่งแยกเชื้อชาติและเผ่าพันธ์ ช่วยจรรโลงใจเราว่าโลกนี้ยังน่าอยู่ ยังมีผู้คนที่แสนดีมากมายทั่วโลกที่พร้อมจะช่วยเหลือเรา เราจะเห็นน้ำใจเค้าตอนเราทุกข์เท่านั้นครับ รอบๆกายเพื่อนมีบ้างไหมครับ ลองมองดูครับที่เวลาเราสุขเค้าแอบยิ้มอยู่ห่างๆ แต่เมื่อทุกข์เค้าจะมาอยู่ข้างเราพร้อมให้การช่วยเหลือเยียวยาให้กำลังใจโดยที่เราไม่ได้ขอให้เค้ามา แต่เค้ายินดีและเต็มใจยิ่ง ที่อย่างน้อยได้ทำประโยชน์แก่ผู้อื่น คิดถึงคนอื่นก่อนตัวเอง รักคนอื่นก่อนรักตนเอง ผู้อื่นต้องคลายจากทุกข์โศรกก่อนเราถึงจะคลายความกังวลใจ ดั่งกับพระราชดำรัสของในหลวงที่พระราชทานแก่เหล่าบรรดาข้าราชการว่า "ทำงานกับเรา เราไม่มีอะไรจะให้ นอกจากการมีความสุขร่วมกัน ที่ได้ทำประโยชน์ให้แก่ผู้อื่น"  

                 กลับมาเรื่องความรู้อันเกิดจากประสบการณ์ (Tacit Knowledge)การนำมาเล่ามาบอกต่อ ทำให้งานหรือผลลัพธ์มีประสิทธิภาพนสูตรมีผลต่อเอง บางคนเขียนสูตรปฏิบัติจนชำนาญ สามารถวิเคราะห์ข้อดีของเสียของขั้นตอนการปฏิบัติ หรือวิธีแก้ปัญหา ได้อย่างชัดเจน เพราะทดลองทำมาแล้วหลายวิธี ในบริบทต่างๆ เปลี่ยนตัวแปรแล้ว ซตพ. ซึ่งต้องพิสูจ์ออกมาได้ผลลัพธ์ที่มีแนวโน้มตามกัน เรานำความรู้อันเกิดจากประสบการณ์ มาใช้จินตนาการต่อยอดความรู้ไปต่างๆนานา อย่างหลากหลายมุมมอง แต่มีความน่าจะเป็น ที่จะสามารถต่อยอดแนวทางนั้นได้ การคิดวิเคราะห์เชิงลึกในหลากหลายมุมมอง ตอนทำปริญญานิพนธ์ หรือโปรเจคทางวิศวกรรมนั้นๆ ก็เชื่อได้ว่าเมื่อเวลาผ่านไป แล้วเรามาทำงานแล้วเราพบประเด็นในที่ประชุม ที่เกี่ยวข้องกับในเรื่องที่เราเคยต่อยอดทฤษฎีที่เป็นความรู้ชัดแจ้ง (Explicit Knowledge)ใดๆจนสำเร็จ  นั้น อย่างนี้น่าจะมีแนวโน้มว่าเราจะสามารถระลึกนึกถึง และดึงข้อมูลความรู้อันเกิดจากประสบการณ์(Tacit Knowledge)โดยนึกออกได้เป็นฉากๆ สามารถอธิบายนำเสนอข้อมูลความรู้นั้นได้อย่างดี เหมือนเพิ่งได้ทำมาเมื่อไม่นาน

                     ดังนั้นการศึกษาหาความรู้ หรือกระทำ Workshop ใดๆในวันนี้ให้รู้แจ้งในปัจจุบัน ส่งผลให้อนาคตจะต้องใช้ความรู้นี้ ไม่ว่าจะใช้สอนหรืออย่างไรก็สามารถทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะการเรียนรู้ทดลองทำมาก่อนอย่างหนัก ทำให้คุณความรู้ที่ได้มีค่ายิ่งเพราะไม่ใช่สูตรสำเร็จที่นำมาใช้แบบสูตรทางคณิตศาสตร์ แต่เป็นสูตรทางวิทยาศาสตร์ที่ได้ปรับสมการให้เหมาะกับสภาพ คน วัตถุ สิ่งทางๆที่เหมาะกับประเทศไทย ภูมิประเทศแบบหนึ่ง อากาศแบบหนึ่ง ซึ่งได้ให้แนวการปฏิบัติให้เหมาะสมกับในบริบทที่หลากหลาย แบบ Site by Site หมายความว่า ณ ที่หนึ่งๆท่านจะการแก้ปัญหาในเรื่องๆหนึ่ง ด้วยการใช้วิธีที่ดีที่สุด ซึ่ง ณ ที่อื่นในปัญหาเดียวกัน อาจไม่ใช่วิธีแบบเดียวกัน  ครับ นั่นคืองานที่พ่อหลวงของเราท่านทำมาก่อน ทำมานานแล้วทำจนรู้แจ้งเห็นจริง สามรถนำเสนออธิบายได้ในทุกมุมมอง ลงลึกในทุกระดับจนถึงระดับปฏิบัติงาน แม้กระทั่งการสร้างสรรค์งานวิศวกรรม ศิลปกรรม เกษตรกรรม งานประพันธ์บทเพลงพระราชนิพนธ์ เป็นที่ยอมรับในระดับโลก ระดับประเทศ ระดับภูมิภาค  ทรงมองเห็นปัญหาและแนวทางแก้ไขแบบเชื่อมโยงในทุกวัฏจักร อย่างทะลุปรุโปร่ง เรียกได้ว่ารู้แจ้งแทงตลอด หรือรู้แจ้งเห็นจริง เป็นองค์ความรู้ที่เกิดจากการปฎิบัติอย่างเชี่ยวชาญ ผ่านอุปสรรคมาทุกรูปแบบ เป็นความรู้ที่เกิดจากประสบการณ์ (Tacit Knowledge) สามารถเชื่อมโยงความสันพันธ์ผลกระทบที่เกี่ยวข้องกันของการดำรงชีวิตโดยทฤษฎีของท่านจะเอื้ออำนวยกับธรรมชาติ ณ แห่งหนตำบลนั้น  ทฤษฎีของพ่อล้วนเป็นมิตรกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมทีมีอยู่  และสามารถนำเทคโนโลยีที่มีอยู่ในปัจจุบันมาประยุกต์ใช้อย่างเหมาะเจาะ เป็นระบบที่มีเสถียรภาพสูงทนทาน ซ่อมบำรุงได้โดยไม่ยุ่งยากและราคาไม่แพง 

เพราะพ่อเคยเหนื่อยล้าทำมาก่อน คำพ่อสอนทุกคำจึงล้ำค่า

               ทฤษฎีใหม่ที่ท่าน Creation คิดแตกต่างจากเดิมที่มีอยู่ ล้วนนำไปทำได้โดยง่าย ประหยัด แต่ทำแล้วเกิดประโยชน์ต่อประชาชนชาวบ้านอย่างแวดกว้าง  ล้วนเป็นที่ยอมรับในระดับโลก ทฤษฎีของพ่อหลวงนี่เอง  ที่ท่านได้เรียนรู้ ทดลอง ทำ จนครบองค์ประกอบของประสบการณ์ ท่านทำการทดลอง ณ วังสวนจิตรฯมาก่อนนานแล้ว  และขยายการทดลองสู่พื้นที่จริง  เพื่อเปลี่ยนตัวแปรคือสิ่งแวดล้อม เพื่อนำไปปรับปรุงทฤษฎี เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ณ พื้นที่ที่มีสภาพแวดล้อมแบบนั้นๆ  ต่างๆกันไป ในทั่วประเทศที่พ่อหลวงได้ทรงเรียนรู้ ทดลอง และทำจริงตลอดจนติดตามงาน เพื่อนำผลลัพธ์ไปวิเคราะห์พัฒนางานใหม่ ไม่มีวันรู้จบ ในโครงการส่วนพระองค์และโครงการพระราชดำริที่เราได้เห็นได้ประจักษ์พระปรีชาสามารถ ความมุ่งมั่นอดทนค้นคว้าทดลองทำอย่างจริงจังจนเห็นผลลัพธ์กันถ้วนหน้า  เพื่อสอนให้ลูกหลานไทยนำองค์ความรู้ชัดแจ้ง ไปใช้หากิน เพื่อให้ชาวบ้านมีความเป็นอยู่ที่ดี อยู่ดีกินดีมีอาหารประทังชีวิต  อันจะเกิดความสุขของครอบครัวคนไทยทุกครัวเรือน เพื่อความสุขอย่างยั่งยืนของคนทั้งประเทศ  เพราะอย่างนี้  คำสอนที่ท่านตรัสแก่พสกนิกรจึงล้วนเป็นคำสอนที่ล้ำค่า เพราะท่านทั้งเหนื่อยและล้า อดทนต่อการเดินทางที่แสนลำบาก เพื่อทรงงานในพื้นที่ทุรกันดารยากที่จะเดินทางเข้าไปถึง  เพื่อสอบถามความเป็นอยู่ชาวบ้าน ภูมิประเทศ ภูมิอากาศ และวิเคราะห์หาวิธีแก้ไขปัญหาด้านต่างๆของชาวบ้าน พร้อมมีแนวทางแก้ไขที่เป็นไปได้โดยพระปรีชาสามารถวิเคราะห์ได้ทันทีขณะตรวจเลยว่าถ้าแก้ปัญหานี้ด้วยการจัดให้มีโครงการนี้นั้น  ถ้านำไปทำจะมีความคุ้มค่าหรือไม่  ถ้าเหมาะสมจะสามารถสรุปในหลักการและสามารถบอกขั้นตอนการดำเนินงาน โดยสั่งการราชเลขาให้ดำเนินการศึกษาในรายละเอียดได้ทันที ขณะที่อยู่ในพื้นที่แห่งนั้นๆ ในทุกแห่งก่อนที่ท่านจะเสด็จกลับ จะต้องสรุปได้โดยชัดเจนว่าจะดำเนินการโครงการใดในพื้นที่นั้นๆ  ทั้งนี้ท่านทรงงานต่างๆก็เพื่อประโยชน์สุขของประชาชนชาวไทยทุกคน  คำสอนท่านจึงมีค่าหาที่สุดมิได้  คือมีคุณค่าอนันต์นั่นเอง  

               ขณะนี้ท่านทรงพระประชวร ทำไม่ไหว พ่อหลวงทรงงานกว่า 60  ปีมีโครงการพระราชดำริกว่า 4,000 โครงการ พระบรมราโชวาทถือเป็นคำสอน ตลอดจนทฤษฎีถือเป็นเป็นตำราหลวง ที่พระองค์ท่านได้ตรัสบอกประชาชน อย่างมากมายโดยไม่หวังสิ่งใดตอบแทน ท่านมีความสุขที่ได้ทำงานให้ผู้อื่น ให้เพื่อประชาชน  ท่านมีความสุขที่ได้ให้ความรู้แล้วชาวบ้านนำไปใช้แล้วเกิดเป็นผลสำเร็จ ชาวบ้านมีรายได้ เพียงพอที่จะเลี้ยงชีพอย่างถ้วนหน้า และยั่งยืนไปอีกนาน บังเกิดความสุข ทั่วทั้งแผ่นดิน ความรักคือการให้ นั่นคือความจริง ที่พ่อหลวงท่านได้พิสูจน์ให้ประชาชนชาวไทยได้ประจักษ์แล้วในวันนี้  เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขของมหาชนชาวสยาม ท่านคิดถึงประชาชนก่อนคิดถึงพระองค์เองด้วยซ้ำไป ท่านเป็นเทวดาที่มีชีวิตจริงๆ ขอพระองค์ทรงพระเจริญ หายจากอาการประชวรที่เป็นอยู่ พระพุทธเจ้าข้าฯ  

ว่าที่ ร.ต.โสตถิทัศน์ เอี่ยมลำเนา

เพลงคำพ่อสอน

กี่หมื่นวันผ่านพ้นจนวันนี้   หมื่นราตรีที่อดทนและค้นคว้า
เหงื่อล้านหยดรดลงดินจนชินชา   กว่าจะมาเป็นคำสอนให้ลูกฟัง

เพราะพ่อรู้พ่อจึงอยากให้ลูกรู้    ให้ลูกดูแนวทางสร้างความหวัง
ให้ลูกมองทุกสิ่งอย่างจริงจัง   ดั่งที่พ่อเคยทำประจำมา

[*] เพราะพ่อเคยเหนื่อยล้าทำมาก่อน  คำพ่อสอนทุกคำจึงล้ำค่า
เป็นเสื้อผ้าอาหารบ้านและยา  เป็นคุณค่าคุณธรรมประจำใจ

ลูกจะทำทุกคำที่พ่อสอน   ก่อนจะนอนให้ซึมซาบจะกราบใหว้
จะทำตามคำของพ่อทำต่อไป  สร้างเมืองไทยให้เป็นบ้านนานนิรันดร์

.....จวบจนวันนี้พ่อหลวงทรงมีพระอาการแข็งแรงดีขึ้นตามความเห็นคณะแพทย์ ได้ทรงเสด็จพระราชดำเนินไปทรงประกอบพระราชพิธีฉัตรมงคล ในวันที่ 5 พฤษภาคม 2555 ชาวคณะแพทย์ศาสตร์ศิริราชได้จัดดนตรีถวายต่อท่าน ท่านทรงให้คณะแพทย์ร้องเพลงพระราชนิพนธ์ต่อหน้าพระพักตร์ ได้แก่เพลง ยิ้มสู้ เพื่อให้กำลังใจชาวไทยทุกคนที่เนื้อเพลงได้กล่าวถึงอุปสรรคที่ต้องพบกันในทุกคน แต่ขอให้มีกำลังใจฟันฝ่าด้วยความหวังด้วยรอยยิ้มบนใบหน้า ที่อาจมีความเหนื่อยล้าซ่อนอยู่แต่ก็ยังยิ้มได้ จิตไม่ตกไม่ท้อแท้  ล้วนสร้างความปลาบปลื้มใจให้ชาวคณะแพทย์และคนไทยทุกคน ก่อให้เกิดกำลังใจยามบ้านเมืองเกิดยุคข้าวยากหมากแพงใน พ.ศ.นี้....

ยิ้มสู้....

โลกจะสุขสบายนั่นเป็นได้หลายทาง
ต้องหลบสิ่งกีดขวางหนทางให้พ้นไป
จะสบความสุขสันต์สำคัญที่ใจ
สุขและทุกข์อย่างไรเพราะใจตนเอง
......

.....ฝ่าลู่ทางชีวิตต้องคิดเฝ้าย้อมใจ
โลกมืดมนเพียงใดหัวใจอย่าคร้ามเกรง
ตั้งหน้าชื่นเอาไว้ย้อมใจด้วยเพลง
ไยนึกกลัวหวาดเกรงยิ้มสู้

.....
.....คนเป็นคนจะจนหรือมี
ร้ายหรือดีคงมีหวังอยู่
ยามปวงมารมาพาลลบหลู่
ยิ้มละไมใจสู้หมู่มวลเภทภัย

.....
.....ใฝ่กระทำความดีให้มีจิตโสภา
สร้างแต่ความเมตตาหาความสุขสันต์ไป
จะสบความสุขสันต์สำคัญที่ใจ
เฝ้าแต่ยิ้มสู้ไปแล้วใจชื่นบาน

 

หมายเลขบันทึก: 437788เขียนเมื่อ 2 พฤษภาคม 2011 11:03 น. ()แก้ไขเมื่อ 23 มิถุนายน 2012 00:28 น. ()สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ


ความเห็น (1)

ทรงพระเจริญ ยิ่งยืนไกล...

ประชาชนไทย รักพระเจ้าแผ่นดิน

http://www.youtube.com/watch?v=g_tqU7m5clM

เอาเพลงนี้มาฝาก ด้วยความปรารถนาดีและขอบคุณครับ

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี